กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในโรงเตี๊ยมร้างกลางป่าทึบ ช่างเข้ากันได้ดีกับรสชาติฝาดเฝื่อนของสุราหมักชั้นเลวในไหกระเบื้องเคลือบสีสนิม
หลี่เฟยเทียนยกไหสุราขึ้นซดจนหยดสุดท้าย ของเหลวร้อนผ่าวไหลผ่านลำคอ แผ่ซ่านความอุ่นวาบเข้าสู่ตันtian (จุดตันเถียน) เพื่อกดข่มกระแสลมปราณที่ปั่นป่วนจากพิษลึกลับที่เขายังคงแบกรับไว้เป็นของต่างหน้าจากคืนวันอันมืดมน สายตาของเขาชำเลืองมองร่างไร้ลมหายใจของเถ้าแก่โรงเตี๊ยมที่นอนจมกองเลือดอยู่เบื้องหน้า ดวงเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายนั้นเย็นเฉียบไร้สัญญาณชีพมาตั้งแต่ยามสามแล้ว... แต่นั่นคือสิ่งที่คนทั่วไปมองเห็น
สำหรับจอมยุทธ์ผู้ฝึกฝนเคล็ดวิชาสุราไร้ลักษณ์อย่างเขา ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุดของสรรพสิ่ง
“ตายมาได้สองเค่อ (สาม 0 นาที) แต่ชีพจรลมปราณในจุดกักเก็บกลับเริ่มหมุนทวนเข็มนาฬิกา... วิชาดูดวิญญาณกลืนโลหิตของพรรคมารโลหิตช่างน่ารังเกียจถึงเพียงนี้เชียวหรือ” หลี่เฟยเทียนพึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างกวนประสาท นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนด้ามกระบี่ไม้ไผ่เก่าๆ ที่พาดอยู่บนตักเบาๆ เป็นจังหวะ
*ตึ้ง... ตึ้ง...*
เสียงนั้นก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงัดของโรงเตี๊ยมที่ผุพัง ลมพายุภายนอกโหมกระหน่ำซัดสาดสายฝนเข้าใส่บานหน้าต่างไม้ที่หลุดลุ่ย ราวกับฟากฟ้ากำลังวิพากษ์วิจารณ์ความเน่าเฟะของยุทธภพแห่งนี้
ฉับพลัน ร่างของเที่ยงแก่โรงเตี๊ยมที่ควรจะตายสนิทไปแล้ว กลับกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง!
เสียงกระดูกลั่นดังกรอบแกรบราวกับกิ่งไม้แห้งหัก ัยน์ตาที่เคยไร้แววกลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานดั่งโลหิต เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามลำคอและใบหน้าจนน่ากลัว ร่างนั้นดีดตัวขึ้นจากพื้นในท่าทางที่บิดเบี้ยวผิดมนุคมนาคม มุมปากที่ฉีกกว้างถึงใบหูเผยให้เห็นรอยยิ้มอันชวนขนพองสยองเกล้า
“ฮี่ๆๆ... เจ้า... รสชาติของเจ้า... คงจะเลิศล้ำน่าดู...” เสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกเสียdสีดังลอดออกมาจากลำคอที่ควรจะขาดอากาศหายใจไปนานแล้ว
หลี่เฟยเทียนไม่แม้แต่จะขยับตัวหนี เขายังคงนั่งเอกเขนกอยู่บนม้าไม้เก่าๆ ยกไหสุราเปล่าขึ้นเขย่าดูอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ศพเดินได้ที่ฝึกวิชามารอันชั่วร้าย แต่เป็นเพียงแมลงวันที่บินน่ารำคาญตัวหนึ่งเท่านั้น
“คนตายควรนอนให้สงบ ไยต้องลุกขึ้นมาเต้นแร้งเต้นกาให้เสียเวลาชาติภพ” หลี่เฟยเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงแววเย้ยหยัน “อาจารย์ของข้าเคยบอกไว้ว่า คนที่ตายไปแล้วหากไม่ยอมไปผุดไปเกิด มักจะเป็นพวกไร้สัจจะติดค้างค่าสุรา... เจ้าเองก็เช่นกันกระมัง?”
“ตายยย!”
ศพเดินได้คำรามลั่น แรงกดดันจากพลังปราณมารระดับก่อเกิดขั้นที่เจ็ดแผ่พุ่งออกมาราวกับคลื่นพายุ ซัดเอาโต๊ะเก้าอี้รอบตัวแหลกละเอียดเป็นผุยผง ร่างนั้นพุ่งเข้าหาหลี่เฟยเทียนด้วยความเร็วที่เหนือกว่ายามมีชีวิตอยู่หลายเท่า กรงเล็บสีดำสนิทที่อาลัยด้วยพิษร้ายพุ่งตรงไปยังจุดตายบริเวณลำคอของชายหนุ่มในเสี้ยวพริบตา!
ทว่า... เร็วเกินไปสำหรับคนอื่น แต่ช้าเกินไปสำหรับหลี่เฟยเทียน
เข็มขัดกระบี่สั่นไหวเล็กน้อย ร่างของหลี่เฟยเทียนหายวับไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงภาพติดตา (Afterimage) ที่ถูกกรงเล็บมารฉีกกระชากจนขาดวิ่น
“วิชาตัวเบาไม่เลว... แต่กระดูกเปราะบางเกินไปหน่อยนะ”
เสียงกระซิบดังขึ้นที่ข้างหูของศพเดินได้ ร่างของหลี่เฟยเทียนปรากฏขึ้นยืนอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครล่วงรู้ ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่กลางหลังของร่างนั้น
*เปรี้ยง!*
คลื่นพลังปราณสุราอันบริสุทธิ์แต่ดุดันทะลวงเข้าสู่จุดชีพจรหลักของศพมารในชั่วพริบตา พลังหยางอันร้อนแรงแผดเผาไอเย็นยะเยือกของวิชามารจนเกิดเสียงดัง "ฉี่..." ควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากร่างของเถ้าแก่โรงเตี๊ยม ดวงตาสีแดงฉานเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายแข็งทื่อขยับเขยื้อนไม่ได้ดั่งใจ
“เจ้า... เป็นใครกันแน่... ปราณสุราไร้ลักษณ์... หรือว่าเจ้าคือ...”
“รู้มากไปก็อายุสั้น... ยุทธภพนี้มีความลับมากพออยู่แล้ว เจ้าไม่ต้องแบกรับเพิ่มหรอก” หลี่เฟยเทียนกล่าวเสียงเรียบ ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นวูบหนึ่งเมื่อนึกถึงร่องรอยของลัทธิลึกลับที่สังหารอาจารย์ของตน
ก่อนที่ศพมารจะได้เอ่ยคำใดออกมาอีก หลี่เฟยเทียนสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่ไม้ไผ่ในฝักก็ขยับออกจากคมฝักเพียงครึ่งนิ้ว...
*ฉับ!*
ประกายกระบี่สีครามพาดผ่านความมืดมิดอย่างไร้เสียง ร่างของศพเดินได้หยุดชะงักค้างในท่าทางเดิม ศีรษะค่อยๆ เคลื่อนหลุดจากบ่าและร่วงหล่นลงสู่พื้น เลือดสีดำทะลักออกมานองพื้น แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ ในวินาทีที่หัวขาดนั้นเอง อักขระโบราณสีเลือดรูปดอกบัวโลหิตก็สลักวาบขึ้นที่หน้าผากของศพ ก่อนจะสลายกลายเป็นไอพิษสีม่วงเข้มลอยเคว้งคว้างในอากาศ
หลี่เฟยเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาใช้ปลายกระบี่เขี่ยเศษซากนั้น พลันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยอย่างยิ่ง... กลิ่นอายของ ‘นิกายโลหิตทมิฬ’ ที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน!
“ดูท่า... เรื่องราวในครานี้คงจะสนุกกว่าที่คิดกระมัง” เขายิ้มหยัน พลางหยิบขวดสุราชิ้นสุดท้ายออกมาจากอกเสื้อเตรียมจะดื่มต่อ
ทว่า... ก่อนที่สุราหยดแรกจะแตะริมฝีปาก ประตูไม้บานใหญ่ที่พังเสียหายของโรงเตี๊ยมก็ถูกซัดจนกระเด็นหายไปในสายฝนอย่างไร้ร่องรอย!
แรงกดดันจากกระบี่อันเย็นเยือกและบริสุทธิ์จนน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมทั่วทั้งอาณาบริเวณ อุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงจนหยดน้ำฝนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในพริบตา
เงาร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปักลายเหมันต์ก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า หยดน้ำฝนรอบตัวนางไม่แม้แต่จะแตะต้องเสื้อผ้า รัศมีเซียนอันสูงส่งกดทับจนลมหายใจของสรรพสิ่งต้องสะดุด
มู่หรงเสวี่ย... ธิดาน้ำแข็งแห่งสำนักกระบี่เหมันต์ ยืนถือกระบี่จันทราเหมันต์จ้องมองเขาด้วยสายตานิ่งสนิทดั่งผืนน้ำในฤดูหนาว ริมฝีปากบางเฉียบขยับกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก
“หลี่เฟยเทียน... เจ้าฆ่าคนของสำนักมารไป หรือว่าเจ้าสมคบคิดกับพวกมันกันแน่? ชักกระบี่ของเจ้าออกมา แล้วมารับกระบวนท่าชำระบาตรจากข้าเสีย!”
หลี่เฟยเทียนชะงักมือที่ถือไหสุรา รอยยิ้มกวนประสาทผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง เขากวาดสายตามองนางเซียนผู้เยือกเย็นตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตากรุ้มกริม ก่อนจะเอ่ยกลั้วหัวเราะเบาๆ
“แม่นางมู่... ยามวิกาล ดึกดื่นมืดค่ำเช่นนี้ เจ้าถ่อสังขารมาหาข้าถึงโรงเตี๊ยมร้าง... หรือว่าคิดถึงลีลาการซดสุราของข้าจนทนไม่ไหว ถึงได้รีบเร่งมาหาเรื่องถึงที่เช่นนี้เล่า?”
มู่หรงเสวี่ยใบหน้าเย็นชาขึ้นอีกหลายส่วน ปราณกระบี่ในมือหมุนวนอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงหวีดหิวแหลมคม นางไม่พูดพร่ำทำเพลง พริบตานั้น... ประกายกระบี่สีขาวบริสุทธิ์ยาวสามเชียะก็พุ่งตรงมาปักลงที่พื้นห่างจากปลายเท้าของหลี่เฟยเทียนไม่ถึงคืบ!
ไอเย็นยะเยือกแช่แข็งพื้นไม้ใต้ร่างของเขาจนร้าวรานลามขึ้นมาถึงข้อเท้า และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงคำรามกึกก้องจากท้องฟ้าภายนอกก็ผ่าลงมาพร้อมกับเงาร่างนับสิบที่พุ่งทะยานล้อมกรอบโรงเตี๊ยมแห่งนี้ไว้ทุกด้าน!
— ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยกันนะครับ —
กระบี่เมามาย ทลายฟ้าตัดกิเลส•ตอนที่ 1
สุราหนึ่งจอกกับศพข้างทาง
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เมามาย ทลายฟ้าตัดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!