กระบี่เมามาย ทลายฟ้าตัดกิเลส•ตอนที่ 6

หุบเขาพันอสรพิษ

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
“ประตูแห่งการสังเวย... วิญญาณดวงแรก... ใครจะเป็นผู้เซ่นไหว้ก่อนกัน?” เสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขาพันอสรพิษ กลิ่นอายของความตายและพิษร้ายเข้มข้นจนแม้แต่ลมหายใจยังแสบไสย หลี่เฟยเทียนไม่แม้แต่จะขยับตัว เขายังคงยืนเอามือไขว้หลัง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาหรี่ลงเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันตามวิสัยของจอมยุทธ์ผู้ไม่เคยเกรงกลัวฟ้าดิน ในมือขวาของเขาถือไหสุราที่ยังคงมีไอความเย็นลอยกรุ่น แม้ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ สุราในไหก็ยังเป็นสิ่งเดียวที่เขายังให้ความสำคัญ “แม่นางมู่หรง ดูท่าว่าดินแดนเบื้องหน้าจะไม่ต้อนรับพวกเราเสียแล้วกระมั้ง” หลี่เฟยเทียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ทว่าแฝงความระแวดระวังไว้ถึงแปดส่วน มู่หรงเสวี่ยไม่ตอบคำนาง ร่างเพรียวระหงในชุดกระòี่สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาน้ำแข็งยืนหยัดนิ่งสนิท กระบี่เหมันต์ในฝักสั่นระริกเบาๆ ส่งเสียง ‘ฮัม’ ออกมาดั่งรับรู้ถึงจิตสังหารที่พุ่งเข้าใส่ เบื้องหน้าของทั้งคู่คือสะพานหินผุพังที่ทอดยาวข้ามเหวลึกไร้ก้นบึ้ง หมอกพิษสีม่วงเข้มปกคลุมหนาแน่นจนมองไม่เห็นฝั่งตรงข้าม และที่น่ากลัวที่สุดคือ อักขระโบราณนับพันที่สลักอยู่บนผนังถ้ำกำลังเรืองแสงสีโลหิต พร้อมที่จะกลืนกินสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่กล้าก้าวล่วง “หากท่านยังพูดมากเช่นนี้ ข้าจะใช้กระบี่เล่มนี้เย็บปากท่านเสียก่อน หลี่เฟยเทียน” มู่หรงเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์ ทว่าแววตาคู่สวยกลับฉายแววเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด นางสัมผัสได้ถึงพลังกดดันมหาศาลที่สะกดจุดชีพจรทั่วร่างเอาไว้ “โธ่ แม่นางมู่หรง ใจคอท่านจะโหดร้ายกับสหายร่วมเป็นร่วมตายเช่นข้าลงคอเชียวหรือ? อีกอย่าง... เราสองคนผูกชะตากรรมร่วมกันแล้วนะ3รับ” หลี่เฟยเทียนหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบกายเพื่อวิเคราะห์ค่ายกล “ประตูแห่งการสังเวยนี้หาใช่ทางตัน แต่มันคือ ‘ค่ายกลสลายจิตใจ’ ต่างหาก เล่ห์กลของมันไม่ได้ต้องการเลือดเนื้อของพวกเรา แต่มันต้องการ ‘ความหวาดกลัว’ และ ‘ความไม่ไว้วางใจ’ ระหว่างคนทั้งสอง” สิ้นคำกล่าวของหลี่เฟยเทียน พื้นหินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เสียงคำรามต่ำดั่งอสูรกายดังขึ้นจากก้นเหว หมอกพิษสีม่วงแปรเปลี่ยนเป็นรูปเงาอสรพิษนับหมื่นตัวเลื้อยพันขึ้นมาตามผนังถ้ำ เขี้ยวเลี้ยวแหลมคมนับไม่ถ้วนแยกออกพร้อมพ่นไอพิษที่สามารถหลอมละลายเหล็กไหลให้กลายเป็นจุล *“ถ้าเช่นนั้น... เจ้ามีความเชื่อใจเหลืออยู่สักเท่าไหร่กัน?”* เสียงปริศนาดังขึ้นในหัวของทั้งสองคน พร้อมกับภาพลวงตาที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ในสายตาของมู่หรงเสวี่ย หลี่เฟยเทียนที่ยืนอยู่ข้างกายกลับกลายเป็นมือสังหารจากลัทธิลึกลับที่เคยสังหารอาจารย์ของนาง ดาบในมือของเขาอาบย้อมด้วยโลหิตสีแดงฉาน และกำลังพุ่งเข้าแทงทะลวงหัวใจของนางอย่างเหี้ยมโหด ในขณะเดียวกัน ในสายตาของหลี่เฟยเทียน มู่หรงเสวี่ยกลับแปรเปลี่ยนเป็นเงาร่างอันเย็นชาที่ถือกระบี่จ่อคอหอยของเขา นางใช้ความงดงามและท่าทีบริสุทธิ์เป็นเครื่องมือเพื่อหลอกลวงเขาให้เดินเข้าสู่กับดักแห่งความตาย “ภาพลวงตาตื้นเขิน!” หลี่เฟยเทียนแค่นเสียงเย็นชา เคล็ดวิชาสุราไร้ลักษณ์ระเบิดออกในทันที ปราณสุราอันร้อนแรงและลึกล้ำไหลเวียนไปทั่วสรรพางค์กายราวกับมังกรเพลิง เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย สะบัดมือซาดสุราในไหออกเป็นวงกว้าง ละอองสุราแปรสภาพเป็นหยาดฝนเพลิงแผดเผาภาพลวงตารอบกายให้มลายหายไปในพริบตา ทว่าในวินาทีเดียวกันนั้นเอง มู่หรงเสวี่ยกลับชักกระบี่เหมันต์ออกจากฝัก แสงกระบี่สีฟ้าครามเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิด พุ่งตรงเข้าหาหลี่เฟยเทียนด้วยความเร็วราสายฟ้าแลบ! ฉับพลัน! บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ปลายกระบี่เหมันต์หยุดห่างจากลำคอของหลี่เฟยเทียนเพียงแค่ลมหายใจกั้น ไอเย็นจัดเกาะกุมเส้นผมและผิวหนังของเขาจนชาหนึบ ในขณะที่ฝ่ามือขวาของหลี่เฟยเทียนที่อาบไล้ด้วยปราณสุราอันดุดัน ก็หยุดอยู่ห่างจากจุดตันtian (จุดศูนย์กลางพลังปราณ) ของมู่หรงเสวี่ยเพียงนิ้วเดียวเท่านั้น ทั้งสองสบตากันนิ่งงัน ท่ามกลางเสียงคำรามของอสรพิษหมอกพิษที่ยังคงดังระคนอยู่รอบกาย ไม่มีใครขยับเขยื้อน ไม่มีใครถอยหลัง แววตาของมู่หรงเสวี่ยไหววับเล็กน้อย นางไม่ได้ลงมือสังหารเขา แม้ว่าภาพลวงตาเมื่อครู่จะสมจริงเพียงใด นางก็ยังคงเลือกที่จะยั้งกระบี่ไว้ในเสี้ยววินาทีสุดท้าย เช่นเดียวกับหลี่เฟยเทียน ที่ฝ่ามือของเขาไม่ได้รวบรวมจิตสังหารแม้แต่น้อย มีเพียงไออุ่นที่แผ่ออกมาเพื่อต้านทานความหนาวเหน็บจากค่ายกล “เจ้า... เหตุใดจึงไม่หลบ?” มู่หรงเสวี่ยเอמהด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย ความเยือกเย็นก่อนหน้านี้สลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความสับสนระคนโล่งอกในแววตา หลี่เฟยเทียนยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นทั้งกวนประสาทและจริงใจในคราเดียวกัน เขาค่อยๆ ลดมือลงอย่างช้าๆ ก่อนจะยกไไหสุราริมฝีปากแล้วกระดขึ้นอึกใหญ่ “เพราะข้าเชื่อว่า... สตรีที่ยอมเดินทางร่วมกับคนรูปหล่อและกวนประสาทอย่างข้า ย่อมไม่มีทางใช้กระบี่แทงเข้าที่หัวใจของสหายร่วมทางแน่นอน... จริงไหมครับ?” มู่หรงเสวี่ยถอนหายใจยาวเหยียด นางเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยความรวดเร็ว ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยด้วยความโกรธปนเขินอายที่ถูกเขากวนประสาทในสถานการณ์เฉียดตายเช่นนี้ “คนไร้ยางอาย... ใครเป็นสหายร่วมทางกับเจ้ากัน” “ฮ่าๆๆๆ!” หลี่เฟยเทียนหัวเราะลั่นถ้ำ เสียงหัวเราะก้องกังวานขับไล่ความอัปมงคลของหุบเขาพันอสรพิษให้เบาบางลง ทันใดนั้นเอง อักขระโบราณสีโลหิตบนผนังถ้ำก็เริ่มแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีทอง สะพานหินผุพังเบื้องหน้าแปรเปลี่ยนเป็นบันไดหยกขาวทอดยาวไปสู่ประตูหินบานมหึมาที่สลักรูปมังกรและหงส์ ด่านแรกผ่านพ้น แต่ทว่า... เมื่อประตูหินบานนั้นค่อยๆ แง้มเปิดออกด้วยเสียงครูดคราดน่าขนลุก กลิ่นอายพลังปราณโบราณอันเก่าแก่และทรงพลังยิ่งกว่าเดิมก็พวยพุ่งออกมา พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่นั่งขัดสมาธิรอคอยการมาเยือนของพวกเขาอยู่เบื้องหลังประตู... เงาร่างนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นดวงตาคู่ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัว และเสียงแหบพร่าที่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ... *“นึกไม่ถึงว่า... ทายาทกระบี่เหมันต์และศิษย์ทรยศแห่งสำนักสุราไร้ลักษณ์ จะยังมีชีวิตรอดมาถึงที่นี่ได้... น่าสนใจจริงๆ”* --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันอุปสรรคและพิสูจน์ใจไปพร้อมกับตัวละครทั้งสอง พบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เมามาย ทลายฟ้าตัดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%