กระบี่เมามาย ทลายฟ้าตัดกิเลส•ตอนที่ 13

ความโกรธของคนใจเย็น

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
กลิ่นอายโลหิตและไอเย็นยะเยือกผสมผสานกันจนแทบกลายเป็นหมอกสีชาด ลานหินผาสำนักพยัคฆ์ทมิฬในยามนี้เงียบสงัดราวกับป่าช้า ทว่าความเงียบงันดังกล่าวกำลังกดทับโสตประสาทของทุกคนให้แทบหยุดหายใจ "หลี่เฟยเทียน… เจ้าคิดว่าเล่นสนุกพอแล้วกระมั้ง?" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังขึ้นจากปากของ "อี้เทียนหลาง" ประมุขแห่งสำนักพยัคฆ์ทมิฬ ร่างกายของมันแผ่พุ่งจิตสังหารสีดำทะมึนออกมาจนแผ่นหินใต้เท้าแตกร้าวเป็นรอยกว้าง ในมือถือกระบี่ใหญ่หนาเตอะที่อาบย้อมไปด้วยโลหิตของผู้อาวุโสหลายคนที่ขัดขวางมัน เบื้องหน้าของมันคือร่างโปร่งในชุดคลุมสีเทาเก่าซอมซ่อ หลี่เฟยเทียนยืนพิงโขดหินด้วยท่าทางสบายๆ มือขวาถือไหสุราที่พร่องไปครึ่งหนึ่ง นัยน์ตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อย มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มกวนประสาทที่มักจะทำให้ศัตรูสติหลุดได้ง่ายๆ แม้ว่าที่มุมปากของเขาจะมีคราบโลหิตไหลซึมออกมาบางๆ ก็ตาม "ประมุขสุนัข… อ่า... อี้เทียนหลาง ข้าน้อยเพียงแต่ตรวจดูความเรียบร้อยของบัญชีแค้นที่พวกเจ้าทำไว้กับสำนักกระบี่ไร้ลักษณ์เมื่อสิบปีก่อนก็เท่านั้น ไยต้องทำหน้าตาถมึงทึงราวกับถูกแย่งภรรยาเช่นนั้นเล่า?" หลี่เฟยเทียนหัวเราะในลำคอ ยกไหสุราขึ้นจิบหนึ่งอึกราวกับรอบตัวไม่มีสิ่งใดน่าสะพรึงกลัว "ปากดีนัก! วันนี้ต่อให้เซียนจากสรวงสวรรค์องค์ใดก็ช่วยชีวิตเจ้าไม่ได้!" อี้เทียนหลางไม่อาจอดกลั้นความโกรธได้อีกต่อไป เคล็ดวิชา "พยัคฆ์คำรณสะท้านภพ" ถูกปลดปล่อยออกจนถึงขีดสุด ปราณดาบสีดำสนิทพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อตัวเป็นเงาพยัคฆ์ยักษ์อ้าปากคำรามหมายจะกลืนกินร่างของหลี่เฟยเทียนให้แหลกเป็นจุลในกระบวนท่าเดียว ทว่า… ในวินาทีที่เงาพยัคฆ์กำลังจะตะปบลงมานั้น เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งก็พลันวูบผ่านหน้าผา ราวกับหิมะโปรยปรายกลางฤดูร้อน ประกายกระบี่เจิดจ้าเสียดแทงจนทุกคนต้องหลับตา รัศมีแห่งความหนาวเหน็บที่สามารถแช่แข็งวิญญาณแผ่ขยายออกไปในรัศมีร้อย丈ในพริบตาเดียว! *เคร้ง!* เสียงโลหิตกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะสะท้อนกลับจนเหล่าลูกศิษย์สำนักพยัคฆ์ทมิฬกระเด็นไปคนละทิศละทาง อี้เทียนหลางหน้าเปลี่ยนสี ถอยหลังไปสามก้าว พื้นรองเท้าบดขยี้แผ่นหินจนแหลละเอียด มันเบิกตากว้างมองไปยังสตรีที่ยืนขวางอยู่เบื้องหน้าของหลี่เฟยเทียนด้วยความตกตะลึง มู่หรงเสวี่ย… นางยืนตระหง่านดั่งเทพเซียนผู้เยือกเย็น ชุดกระโปรงยาวสีขาวปลิวไสวไปตามแรงลมปราณ ในมือคือกระบี่ "เหมันต์นิรันดร์" ที่ส่องประกายแสงสีฟ้าครามระยิบระยับ ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ไร้ซึ่งความลังเล มีเพียงแววตาดุจน้ำแข็งพันปีที่มองตรงไปยังอี้เทียนหลางราวกับมองซากศพเดินได้ "แม่นางมู่… เจ้าหมายความว่าอย่างไร? สำนักกระบี่เหมันต์ของเจ้าจะเข้ามาเผือกเรื่องการชำระแค้นของสำนักพยัคฆ์ทมิฬอย่างนั้นหรือ?" อี้เทียนหลางกัดฟันกรอด ฝืนกดข่มอาการเลือดลมตีกลับจากการปะทะเมื่อครู่ มู่หรงเสวี่ยไม่แม้แต่จะชายตามองมัน นางเพียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนกระดูกสันหลังของผู้ฟังต้องเหน็บหนาว "คนของข้า… ต่อให้เขาจะน่ารำคาญเพียงใด หรือสมควรตายสักกี่ครั้ง มีเพียงข้าเท่านั้นที่มีสิทธิ์สั่งสอน" คำพูดนี้… ทำเอาหลี่เฟยเทียนที่กำลังยกไหสุราขึ้นดื่มถึงกับสำลัก เขาสำอักออกมาเบาๆ พลางหัวเราะแห้งๆ ในใจพึมพำว่า *'ยัยน้ำแข็งนี่… พูดจาได้บาดใจคนฟังยิ่งนัก แต่ก็นะ… ฟังแล้วชื่นใจพิกล'* "ฮ่าๆๆ ดี! ดีมาก! ในเมื่อพวกเจ้าอยากตายพร้อมกันนัก ข้าจะส่งพวกเจ้าไปลงนรกพร้อมกัน!" อี้เทียนหลางคำรามลั่น ประทับฝ่ามือลงบนด้ามกระบี่ ปราณพยัคฆ์ทมิฬหลอมรวมเข้ากับพลังชีวิตของมันจนเกิดเป็นรอยแยกมิติสีดำขนาดยักษ์ "วิชาต้องห้าม - พยัคฆ์โลหิตกลืนสวรรค์!" ท้องฟ้าเหนือลานประลองแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด เมฆหมุนวนเป็นพายุหมุนขนาดมหึมา แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์กดทับลงมาจนพื้นดินยุบตัวลงไปหลายชุ่น นี่คือกระบวนท่าเผด็จศึกที่มันใช้สังหารปรมาจารย์มานักต่อนัก! แต่มู่หรงเสวี่ยหาได้สะท้านสะเทือนไม่ นางหลับตาลงชั่วพริบตา เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง นัยน์ตาสสีนิลของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นสีฟ้าใสประกายมุก เคล็ดวิชา "กระบี่เหมันต์พิชิตสวรรค์" ที่นางเก็บซ่อนไว้ตลอดการเดินทางถูกปลดปล่อย! "สิบปีบำเพ็ญเพียร… หนึ่งกระบี่ตัดกิเลส" เสียงหวานใสดังก้องกังวานไปทั่วหุบเขา นางก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว ร่างกายพลันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับวิถีกระบี่ แสงสีขาวบริสุทธิ์พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าตัดผ่านพายุเมฆสีเลือดในพริบตา ราวกับจันทร์เสี้ยวที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดอันยาวนาน อี้เทียนหลางเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวขีดสุด เมื่อมันสัมผัสได้ว่ากระบวนท่าของตนกำลังถูกแช่แข็ง… ไม่ใช่แค่พลังปราณ แต่รวมถึงกาลเวลาและวิญญาณของมันด้วย! ความโกรธของคนใจเย็น… มักน่ากลัวเสมอ และในยามนี้ มู่หรงเสวี่ยผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง กำลังแสดงให้ยุทธภพได้ประจักษ์แล้วว่า การล้ำเส้น "คนของนาง" มีจุดจบเช่นไร ประกายกระบี่เจิดจ้าพุ่งผ่านร่างของอี้เทียนหลางไปอย่างแผ่วเบาราวกับสายลมพัดผ่านกิ่งไม้ ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่งลงในเสี้ยววินาทีนั้น หลี่เฟยเทียนยืนมองแผ่นหลังอันบอบบางแต่สง่างามของสตรีตรงหน้า รอยยิ้มกวนประสาทเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาที่ล้ำลึกและอ่อนโยนอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน เขายกไหสุราขึ้นคาราวะให้กับแผ่นหลังนั้นในใจ ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่กลับคืนมา รอยแยกมิติสีดำที่ควรจะสลายไปตามกระบวนท่าของอี้เทียนหลาง กลับขยายตัวกว้างขึ้นอย่างประหลาด แรงสั่นสะเทือนจากใต้พื้นพิภพคำรามก้องราวกับมีบางสิ่งกำลังตื่นขึ้นจากหลุมศพโบราณ! ร่างของอี้เทียนหลางที่ควรจะสิ้นใจ กลับส่งเสียงหัวเราะแหบแห้งน่าขนลุกออกมา พร้อมกับไอพลังอสูรโบราณสีทองแดงที่พวยพุ่งทะลักออกมาจากอกซ้ายของมัน! "ฮ… โง่เขลา… เจ้าคิดว่าข้าคือตัวการจริง ๆ งั้นหรือ… นายเหนือหัวข้า… กำลังจะตื่นแล้ว!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันยุทธภพอันโหดร้ายนี้ไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เมามาย ทลายฟ้าตัดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%