กระบี่เมามาย ทลายฟ้าตัดกิเลส•ตอนที่ 10

แผลเป็นที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
เปรี้ยง! เสียงอักขระโบราณสีทองระเบิดออกดั่งอสนีบาตฟาดกลางใจฟ้า พลังปราณมารโลหิตที่แผ่พุ่งจนมืดฟ้ามัวดินเมื่อครู่ กลับถูกแรงสะท้อนมหาศาลตีกลับจนขุนพลมารโลหิตกระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต ร่างกายมหึมาเซถอยหลังไปสามก้าว พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกละเอียดเป็นผุยผง นี่คือพลังแห่งค่ายกลโบราณที่หลับใหลอยู่ใต้หุบเขาอสูรทมิฬ! "อึก... เป็นไปไม่ได้! อักขระผนึกมารนี้... มันควรจะสูญสลายไปตั้งแต่ยุคสงครามบรรพกาลแล้วนี่!" ขุนพลมารโลหิตคำรามด้วยความเคียดแค้น นัยน์ตาสีแดงฉานจ้องมองไปยังจุดที่หลี่เฟยเทียนยืนอยู่ ทว่าในเวลานี้ ร่างของจอมยุทธ์หนุ่มผู้กวนประสาทกลับทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น กระบี่ในมือปักยันร่างไว้ไม่ให้ล้มลงไป ลมหายใจหอบกระชั้น เลือดสีแดงเข้มไหลทะลักออกจากมุมปากและบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหน้าอกที่ถูกคลื่นกระแทกเมื่อครู่ การฝืนดึงพลังของค่ายกลโบราณมาต้านทานการโจมตีระดับขอบเขตราชันย์มารด้วยขอบเขตหลอมรวมปราณขั้นปลาย... ถือเป็นการกระทำที่ต่างชั้นราวฟ้ากับเหว ร่างกายของหลี่เฟยเทียนแทบจะแหลกสลายเป็นชิ้นๆ เส้นชีพจรปราณทั่วร่างขาดสะบั้นราวกับถูกคมมีดนับพันกรีดแทง "ฮ่าๆๆๆ ถึงเจ้าจะยืมพลังค่ายกลมาได้ แล้วอย่างไรเล่า? สภาพของเจ้าตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับสุนัขจนตรอก!" ขุนพลมารโลหิตแววตาทอประกายอำมหิต มันเงื้อดาบโลหิตในมือขึ้นอีกครั้ง เตรียมเผด็จศึกในดาบเดียว ทว่า ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ประกายแสงสีฟ้าครามอันบริสุทธิ์ก็พวยพุ่งขึ้นตัดผ่านความมืดมิด! *ฉับพลัน!* เงาร่างระหงดั่งเซียนสวรรค์ในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์พุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้า ดาบกระบี่ในมือสั่นระริก ปราณกระบี่เหมันต์แผ่ขยายความเย็นยะเยือกจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่น มู่หรงเสวี่ยไม่อาจทนยืนดูอยู่เฉยๆ ได้อีกต่อไป นางสะบัดกระบี่เหมันต์ออกสามกระบวนท่ารวดเร็วปานสายฟ้าแลบ—*กระบี่เหมันต์ตัดดารา!* เคร้ง! ประกายไฟสาดกระเซ็น ขุนพลมารโลหิตที่กำลังบาดเจ็บจากการสะท้อนกลับของค่ายกล ย่อมไม่อาจรับมือกับกระบวนท่าอันเด็ดเดี่ยวและไร้ความปรานีของนางเซียนแห่งสำนักกระบี่เหมันต์ได้เต็มกำลัง มันถูกแรงปะทะผลักกระเด็นถอยหลังไปอีกหลายสิบวา เปิดโอกาสให้มู่หรงเสวี่ยพุ่งตัวเข้ามาประคองร่างของหลี่เฟยเทียนไว้ได้อย่างเฉียดฉิว สัมผัสแรกที่ปลายนิ้วเรียวบางแตะโดนหัวไหล่ของหลี่เฟยเทียน คือความชื้นแฉะของโลหิตและไอความร้อนที่คุกรุ่นราวกับเตาไฟ มู่หรงเสวี่ยชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับไหววับด้วยระลอกคลื่นแห่งความตื่นตระหนกที่นางเองก็มิอาจควบคุมได้ นางรีบโคจรพลังปราณเซียนบริสุทธิ์ถ่ายเทเข้าไปในแผ่นหลังของเขา เพื่อช่วยกดจุดระงับอาการเลือดคั่งและรักษาบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอก "เจ้า... คนโง่เง่า เหตุใดจึงรนหาที่ตายเช่นนี้!" น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ความเยือกเย็นที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความห่วงใยที่ระคนด้วยความโกรธขึง หลี่เฟยเทียนที่กำลังนอนพิงอยู่กับอกอุ่นของนาง ฝืนแย้มรอยยิ้มกวนประสาทออกมาทั้งๆ ที่ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งพลางส่งเสียงหัวเราะแหบแห้งในลำคอ "แคก... แม่นางมู่หรง... ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า... เวลาที่แม่นางแสดงความห่วงใยผู้อื่น... จะงดงามจนทำให้ยมทูตถึงกับลืมเลือนหน้าที่เช่นนี้..." "เจ้ายังมีแก่ใจมาพูดจาเหลวไหลอีกหรือ!" มู่หรงเสวี่ยตวาดเสียงกร้าว ใบหน้าขาวผ่องขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคืองโกรธ ปลายกระบี่ในมือสั่นสะท้อน นางอยากจะตบหน้าคนปากเสียผู้นี้สักฉาดนัก แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นรอยแผลลึกที่น่ากลัวบริเวณหัวใจของเขา—แผลเป็นที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มันกำลังกัดกินพลังชีวิตของเขาอย่างช้าๆ จากพิษมารที่แทรกซึมเข้าไปในกระแสเลือด หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างพวยพุ่งขึ้นมาจุกอก นางกัดริมฝีปากแน่น มือที่ประคองร่างเขาไว้กระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว นี่น่ะหรือ... ความรู้สึกของการหวาดกลัวที่จะต้องสูญเสียใครสักคน? ตลอดชีวิตในวิถีเซียน นางถูกสอนให้ตัดกิเลส ตัดความผูกพัน และมองโลกดั่งธารน้ำไหลที่เย็นชา แต่วินาทีนี้ เมื่อเห็นบุรุษผู้กวนประสาทคนนี้ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อเปิดทางรอดให้... กำแพงน้ำแข็งในใจนางกลับพังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี "อย่าตายนะ..." มู่หรงเสวี่ยกระซิบเบาๆ ริมฝีปากสั่นระริก นางดึงป้ายหยกประจำกายสำนักกระบี่เหมันต์ออกมา แล้วกดลงกลางหน้าอกของหลี่เฟยเทียน แสงสีขาวนวลสว่างวาบทอประกายเจิดจ้าเพื่อผนึกพิษมารเอาไว้ชั่วคราว "หึ... วางใจเถอะ... เซียนสุราเช่นข้า... ยังดื่มสุราไม่ครบทุกไหในยุทธภพ... จะตายได้อย่างไร..." หลี่เฟยเทียนกระซิบตอบเสียงแผ่วเบา นัยน์ตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยของนางที่สะท้อนภาพเงาของเขาอยู่ภายในนั้น ทว่า บรรยากาศอันลึกซึ้งซาบซึ้งใจกลับต้องหยุดชะงักลงในเสี้ยววินาที เมื่อเสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกดังขึ้นทำลายความเงียบ "ซึ้งกันเสียจริง... ความรักของหนุ่มสาวชาวเซียน ช่างน่าเวทนาและน่าขันสิ้นดี!" ขุนพลมารโลหิตลุกขึ้นยืนหยัดอีกครั้ง แม้ร่างกายจะสะินสะเทือน แต่มันกลับหยิบผลึกมารทมิฬขึ้นมากลืนกินเข้าไปทั้งก้อน! พลังปราณมารของมันพุ่งทะยานสูงขึ้นเป็นร้อยเท่า ผิวหนังทั่วร่างกลายเป็นสีดำสนิท ดวงตากลมโตกลายเป็นสีเลือดที่น่าสะพรึงกลัว แรงกดดันระดับปฐพีสั่นคลอนไปทั่วทั้งหุบเขา มู่หรงเสวี่ยลุกขึ้นยืนบังหน้าหลี่เฟยเทียนทันที กระบี่เหมันต์ในมือเปล่งแสงสีฟ้าเจิดจ้าเตรียมรับศึกหนัก นางรู้ดีว่าพลังของตนในตอนนี้ หากต้องปะทะกับขุนพลมารที่ใช้พลังวิชาต้องห้าม โอกาสรอดมีเพียงน้อยนิด แต่ทว่า... ในจังหวะที่มู่หรงเสวี่ยกำลังจะก้าวออกไปซัดกระบวนท่าตัดสินชะตากรรม หลี่เฟยเทียนกลับเอื้อมมือมาคว้าชายเสื้ออาภรณ์ของนางเอาไว้เบาๆ "ถอยไปก่อน... แม่นางมู่หรง..." เสียงกระซิบของหลี่เฟยเทียนแหบพร่า แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็น ทรงพลัง และเด็ดเดี่ยวอย่างน่าประหลาด มู่หรงเสวี่ยสะดุ้ง หันกลับไปมองเขาด้วยความตกตะลึง ทันใดนั้น นางก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด—เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังปราณลึกลับสายหนึ่งที่ไม่ได้มาจากวิชาเซียนหรือวิชามาร แต่มันเป็นพลังที่ไร้ลักษณ์ ไร้ขอบเขต และทรงพลังยิ่งกว่าสิ่งใดที่นางเคยพบพานมาในชีวิตกำลังตื่นขึ้นจากก้นบึ้งจิตวิญญาณของเขา! หลี่เฟยเทียนค่อยๆ ยืนขึ้นด้วยลำพังตัวเอง แววตากวนประสาทเมื่อครู่หายวับไป เหลือเพียงนัยน์ตาสีดำสนิทที่ลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทร เขายื่นมือออกไปคว้า "ไหสุราเก่าๆ" ที่เหน็บอยู่ข้างเอวขึ้นมาเปิดจุกออกอย่างไร้ความเกรงกลัวต่อศัตรูเบื้องหน้า กลิ่นสุราเข้มข้นลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ ผสมผสานกับประกายกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เริ่มก่อตัวขึ้นรอบกายเขาอย่างช้าๆ "เจ้า... เจ้ากำลังจะทำอะไร..." มู่หรงเสวี่ยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก หลี่เฟยเทียนไม่ได้ตอบคำถาม นางเพียงแต่ยกไหสุราขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดหยดสุดท้าย ก่อนจะโยนไหเปล่าทิ้งลงบนพื้นแตกกระจาย พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เย้ยหยันฟ้าดิน "ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่า... ว่าข้ายังไม่ได้ดื่มคำลาจากเจ้า..." *เปรี้ยง!* ท้องฟ้าเหนือหุบเขาอสูรทมิฬผ่าคำรามสนั่นหวั่นไหว เมฆดำทมิฬม้วนตัวเป็นเกลียวพายุหมุนวนขนาดยักษ์ สายฟ้าสีทองและสีดำฟาดผ่าลงมาบรรจบกันตรงร่างของหลี่เฟยเทียนพอดี! ขอบเขตพลังของเขาพุ่งทะยานทะลวงผ่านคอขวดอย่างไร้ปรานี... ขอบเขตหลอมรวมปราณขั้นสมบูรณ์... กำลังจะก้าวข้ามไปสู่... ขอบเขตปฐพีขั้นที่หนึ่ง! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่อันไร้ลักษณ์นี้ร่วมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เมามาย ทลายฟ้าตัดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%