กระบี่เมามาย ทลายฟ้าตัดกิเลส•ตอนที่ 4

วิชาหมัดเมาหลอกล่อใจเซียน

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมกรุ่นของสุรารสเลิศในไหกระเบื้องเคลือบ หลี่เฟยเทียนยกไหขึ้นซดจนหยดสุดท้าย ก่อนจะใช้หลังมือเช็ดมุมปากลวกๆ ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งมองกลุ่มสมุนลัทธิโลหิตนับสิบคนที่กำลังปิดล้อมพวกเขาไว้ด้วยรังสีอำมหิต "พวกเจ้า... ช่างขัดจังหวะการดื่มด่ำสุราของข้าเสียจริงนะครับ" เสียงหัวเราะเยาะหยันหลุดออกมาจากลำคอของหลี่เฟยเทียน แม้เบื้องหน้าจะเป็นเงื้อมมือมรณะที่พร้อมจะกระชากวิญญาณของพวกเขาทั้งคู่ตามปมที่ทิ้งไว้เมื่อครู่ แต่ชายหนุ่มกลับทำราวกับพวกมันเป็นเพียงฝูงแมลงวันที่น่ารำคาญเท่านั้น หัวหน้ากลุ่มสมุนลัทธิโลหิตแววตาดุดัน ใบหน้ามีรอยแผลเป็นน่าเกลียด มันแค่นเสียงเย็นชา "หลี่เฟยเทียน! วันนี้คือวันตายของเจ้า อย่าหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ใดช่วยได้ ส่งคัมภีร์และหัวของเจ้ามาซะ!" มู่หรงเสวี่ยที่ยืนอยู่เบื้องหลังในชุดขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะ นางไม่ได้กล่าววาจาใด กระบี่เหมันต์ในมือยังคงอยู่ในฝัก แต่รังสีดาบเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจนหยาดน้ำค้างบนใบหญ้ารอบตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง นางเหลือบมองคนข้างกายด้วยหางตาแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไร้คลื่นอารมณ์ "เจ้ายังมีอารมณ์มาเล่นลิ้นอยู่อีกหรือ? หากพวกมันลงมือพร้อมกัน ต่อให้เจ้ามีวิชาสุราไร้ลักษณ์ ก็คงยากจะรับมือไหว" "โถ่ แม่นางมู่... ความเชื่อใจของท่านช่างบางเบายิ่งกว่าเยื่อกระดาษสาเสียอีกนะครับ" หลี่เฟยเทียนหัวเราะหึๆ ในลำคอ ร่างกายเซซ้ายขวาราวกับคนเมาสุราอย่างแท้จริง ทว่าภายในจุดตันเถียน กลับมีการโคจรของพลังปราณที่รวดเร็วและรุนแรงดั่งพายุหมุน *เปรี้ยง!* สมุนลัทธิโลหิตคนแรกพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง กรงเล็บโลหิตอาบด้วยพิษร้ายพุ่งตรงเข้าหมายปลิดชีพหลี่เฟยเทียนที่ลำคอ ความเร็วระดับนี้นับว่าไม่ธรรมดา สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปคงขาดใจตายไปตั้งแต่ยังไม่ทันตั้งตัว แต่หลี่เฟยเทียนกลับเอี้ยวตัวหลบไปด้านข้างอย่างเฉียดฉิว ท่วงท่าของเขาดูเก้งก้างและไร้ระเบียบราวกับคนเมาเดินเซ ทว่าทุกย่างก้าวกลับหลบพ้นการจู่โจมอันดุร้ายได้อย่างเหลือเชื่อ ราวกับสายลมที่พัดผ่านใบไม้โดยไม่ทิ้งร่องรอย "ช้าไป... ช้าเกินไปแล้วครับ" หลี่เฟยเทียนพึมพำเบาๆ ขณะที่หมัดซ้ายซัดออกไปอย่างไร้ทิศทาง นั่นคือ "วิชาหมัดเมาหลอกล่อใจเซียน" เคล็ดวิชาที่หลอมรวมความไร้ระเบียบเข้ากับสัจธรรมแห่งวิถีหลุดพ้น หมัดที่ดูเหมือนไม่มีแรง กลับแฝงด้วยคลื่นพลังปราณสุราที่ทะลวงทะצורจุดชีพจรสำคัญของศัตรูได้อย่างแม่นยำ *อั๊ก!* สมุนลัทธิโลหิตผู้นั้นกระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต ร่างกายชะงักงือก่อนจะล้มตึงลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นโดยที่ยังไม่ทันเข้าใจด้วยซ้ำว่าตนเองโดนซัดเข้าที่จุดใด "ไอ้สารเลว! บุกเข้าไปพร้อมกันฆ่ามันให้เป็นจุล!" หัวหน้ากลุ่มแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว เมื่อเห็นลูกน้องมือดีถูกจัดการลงได้ภายในกระบวนท่าเดียว สิ้นเสียงคำราม สมุนลัทธิโลหิตที่เหลือต่างชักอาวุธประจำกาย พุ่งทะยานเข้ามาจากทุกสารทิศ ประหนึ่งคลื่นมนุษย์โลหิตที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งให้มลายหายไปในพริบตา แสงสีแดงฉานจากพลังปราณมารสะท้อนกับผืนป่าจนกลายเป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัว แต่มุมปากของหลี่เฟยเทียนกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความกวนประสาทและท้าทาย "ในเมื่อพวกเจ้าอยากดื่มสุราในงานศพของตัวเองนัก... ข้าก็จะจัดให้สาสmนะครับ" หลี่เฟยเทียนสะบัดข้อมือ ไหสุราในมือถูกโยนขึ้นฟ้าก่อนที่เขาจะใช้เท้าเตะก้นไหเบาๆ ละอองสุรานับพันหยดกระจายออกไปในอากาศราวกับม่านหมอกสีนวล ทันใดนั้น เขาก็ซัดฝ่ามือออกไปผสานกับเคล็ดวิชาสุราไร้ลักษณ์ ละอองสุราเหล่านั้นพลานแปรเปลี่ยนเป็นเข็มน้ำแข็งนับไม่ถ้วนที่แฝงด้วยพลังปราณอันร้อนแรงและหนาวเหน็บในคราเดียวกัน *ฉับ! ฉับ! ฉับ!* เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วบริเวณ สมุนลัทธิโลหิตหลายคนล้มลงชักดิ้นชักงอ บางคนถูกพลังปราณสุรากัดกินเส้นเอ็นจนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ส่วนหัวหน้ากลุ่มแววตาฉายแววตื่นตระหนกสุดขีด มันไม่อาจคาดคิดเลยว่าชายหนุ่มผู้นี้จะมีฝีมือลึกล้ำถึงเพียงนี้ มู่หรงเสวี่ยยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยแววตาที่ประกายแสงวับวาง นางยอมรับในใจว่าวิชาของชายผู้นี้แม้จะดูแปลกประหลาดและกวนประสาท แต่กลับทรงพลังและงดงามอย่างประหลาดในคราบของความไร้ระเบียบ "เหลือแค่เจ้าคนเดียวแล้วนะครับ หัวหน้าสุนัขรับใช้" หลี่เฟยเทียนก้าวเท้าเซซ้ายขวาเข้าไปประชิดตัวหัวหน้าลัทธิโลหิตในพริบตาเดียว กลิ่นอายสุราเข้มข้นลอยคละคลุ้งอยู่ปลายจมูกของอีกฝ่าย หัวหน้าลัทธิโลหิตหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว มันอ้าปากหมายจะกล่าวคำร้องขอชีวิต ทว่า... ในวินาทีที่หลี่เฟยเทียนเงื้อมมือขึ้นเตรียมจะปิดฉากความวุ่นวายครั้งนี้ พื้นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว ท้องฟ้าที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีดำทมิฬในชั่วพริบตา พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่กดทับวิญญาณของทุกคนให้แทบหยุดหายใจ ไม่ใช่แค่ศัตรู... แม้แต่มู่หรงเสวี่ยยังต้องเปลี่ยนสีหน้า นางอุทานออกมาเบื้องเบาด้วยความตกใจ "นี่มัน... ค่ายกลสะกดวิญญาณขั้นบรรพกาล?" หลี่เฟยเทียนหรี่ตาลง มองไปยังเงาร่างหนึ่งที่ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากความมืดมิดของม่านหมฆทมิฬเบื้องหน้า รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากบุคคลปริศนานี้ รุนแรงเสียจนทำให้กระบี่ในฝักของมู่หรงเสวี่ยสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และก่อนที่พวกเขาจะทันได้ตั้งตัว ประโยคแรกจากปากของผู้มาใหม่ก็ทำให้เลือดในกายของหลี่เฟยเทียนเย็นเฉียบลงทันที ขอขอบคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่และหยาดสุราใน1บทนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เมามาย ทลายฟ้าตัดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%