กลิ่นหอมกรุ่นของไข่เจียวฟูฟ่องที่เคลือบเมล็ดข้าวญี่ปุ่นเรียงเม็ดสวยกำลังส่งเสียงฉ่าเบาๆ บนกระทะเหล็กหล่อ เสียงน้ำมันเดือดปุดๆ ผสานกับเสียงครางต่ำอย่างไม่สบอารมณ์ในลำคอของ "เซร่า" คือดนตรีประกอบที่ไพเราะที่สุดในชั้นที่สามของดันเจี้ยนแห่งนี้
ดวงตาสีเพลิงของอาจารย์สาวลึกลับแห่งหอคอยทมิฬหรี่ลงเล็กน้อย คทาเวทมนตร์ในมือยังคงเปล่งประกายแสงสีครามระยิบระยับราวกับดวงดาวในยามค่ำคืน ทว่าไอร้อนที่แผ่ออกมาจากจานข้าวผัดไข่ตรงหน้ากลับมีอานุภาพรุนแรงยิ่งกว่าวงเวทย์ป้องกันระดับสูงที่เธอกางไว้เสียอีก
"คุณจะเอายังไงกันแน่ เรย์..." น้ำเสียงของเซร่าแหบพร่าเล็กน้อย เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่จ้องมองควันสีขาวที่พวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกลิ่นหอมยั่วยวนของเนยแท้และต้นหอมซอย
เรย์แย้มรอยยิ้มพิมพ์ใจ สไตล์พ่อค้าผู้เจนจัดในโลกที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์กระหายเลือด เขาใช้ตะหลิวเคาะขอบกระทะเบาๆ สองครั้ง เป็นจังหวะที่ผ่านการคำนวณมาแล้วว่าจะช่วยกระตุ้นต่อมรับรสของมนุษย์ได้ดีที่สุด มือขวาคีบขวดแก้วบรรจุซอสพริกสูตรพิเศษขึ้นมาหมุนเล่นอย่างใจเย็น
"ก็อย่างที่ผมเรียนให้ทราบเมื่อครู่นี้ครับคุณเซร่า..." เรย์กวาดสายตามองไปรอบห้องโถงหินอับชื้น ซึ่งเมื่อไม่กี่นารีก่อนยังเต็มไปด้วยฝูงก็อบลินนักรบระดับ B ที่หมายจะเข้ามารุมฉีกทึ้งร่างของพวกเขาเป็นชิ้นๆ ทว่าเวลานี้ ซากของมอนสเตอร์เหล่านั้นกลับนอนสงบนิ่งอยู่มุมห้อง ส่วนอาวุธของพวกมันถูกนำมาใช้เป็นที่พิงชั้นวางเครื่องปรุงชั่วคราว "ผมเป็นพ่อค้า... ไม่ใช่นักฆ่า การฆ่าฟันในดันเจี้ยนมันเปลืองพลังงานเวทมนตร์และทำให้เหนื่อยเปล่า สู้เรามานั่งคุยกันด้วยมื้ออาหารอร่อยๆ ไม่ดีกว่าหรือครับ?"
เซร่าแค่นหัวเราะในลำคอ เธอยกมือขึ้นเสยผมสีเงินยวงที่ปรกหน้าผากเล็กน้อย "อาหารที่ทำจากวัตถุดิบในดันเจี้ยนอันตรายแบบนี้น่ะหรือ... คุณกล้าดีอย่างไรถึงคิดว่าฉันจะยอมกินของแปลกปลอมที่พ่อค้าเร่ร่อนอย่างคุณปรุงขึ้นมา?"
"แปลกปลอมเหรอครับ?" เรย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างสุภาพ เขาวางจานข้าวผัดไข่ลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ที่เพิ่งเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าชุบน้ำสะอาด "ลองใช้เนตรเวทย์ของคุณตรวจสอบส่วนประกอบในจานนี้ดูสิครับ แล้วคุณจะรู้ว่าผมไม่ได้ใช้สารพิษ... แต่ผมใช้ 'แก่นพลังงานเวทมนตร์' ที่สกัดจากต่อมไขมันของเจ้าหมูป่าเขี้ยวเพลิงชั้นที่สอง เคี่ยวจนกลายเป็นน้ำมันหอมระเหย แล้วเคลือบลงบนข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงด้วยน้ำแร่วิเศษจากชั้นใต้ดิน"
เซร่าชะงักไปครู่หนึ่ง เธอยอมลดคทาลงเล็กน้อย ดวงตาสีเพลิงเปล่งประกายแสงสีฟ้าจางๆ ตามทักษะ 'เนตรมหาเวท' ที่สืบทอดกันมาในหอคอยทมิฬ ภาพที่ปรากฏสะท้อนผ่านม่านตาของเธอคือโครงสร้างโมเลกุลของอาหารจานตรงหน้า ซึ่งไม่ใช่แค่ข้าวผัดธรรมดา แต่เป็น 'ยาฟื้นพลังงานระดับสูง' ที่ถูกแปรรูปมาในรูปแบบของอาหารคาว อนุภาคมานาบริสุทธิ์หมุนวนอยู่รอบไข่เจียวฟูหนานุ่มอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีร่องรอยของคำสาปหรือพิษร้ายแม้แต่น้อย มีเพียงความตั้งใจอันแน่วแน่ของผู้ปรุงที่ต้องการดึงศักยภาพสูงสุดของวัตถุดิบออกมา
นี่มัน... เกินกว่าความรู้เรื่องการปรุงอาหารทั่วไปเสียอีก! เซร่าคิดในใจ ความระแวดระวังในตัวชายหนุ่มผู้สวมผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตาคนนี้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เรย์ไม่ใช่แค่นักผจญภัยกระจอกๆ ที่บังเอิญมีสกิลเอาตัวรอด แต่เขาคือผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศน์ของดันเจี้ยนที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เธอเคยพบเจอมา
*ติ๊ง!*
[ระบบแจ้งเตือนพิเศษ: Chef Hunter]
[ตรวจพบเป้าหมาย 'เซร่า' (ระดับความพึงพอใจ: 45%) กำลังประเมินคุณค่าทางโภชนาการและเวทมนตร์ของเมนู 'ข้าวผัดไข่พลังเวท']
[เงื่อนไขการเปลี่ยนศัตรูให้เป็นลูกค้าประจำ: ทำให้เป้าหมายยอมรับรสชาติอาหารอย่างสนิทใจ (0/1)]
[รางวัลหากสำเร็จ: ปลดล็อกสูตรลับ 'ซุปกระดูกมังกรเพลิง' และเพิ่มแต้มเสน่ห์ +15]
เรย์เหลือบมองหน้าต่างระบบที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตาอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มบนใบหน้าของเขายังคงนุ่มนวลและเป็นมิตรเช่นเดิม
"เชิญชิมดูสิครับ รับรองว่าความเหนื่อยล้าจากการร่ายเวทมนตร์บทใหญ่เมื่อครู่จะหายเป็นปลิดทิ้งภายในสามคำแรกแน่นอนครับ" เรย์เลื่อนจานข้าวผัดไปตรงหน้าอีกนิด พร้อมกับวางช้อนสเตนเลสเงางามลงข้างๆ
เซร่ามองช้อนในมือสลับกับใบหน้าของเรย์ แววตาที่เคยเย็นชาและเต็มไปด้วยความระแวงเริ่มมีความลังเลฉายชัดเจนท้องของเธอส่งเสียงร้องเบาๆ ออกมาอย่างทรยศเจ้าของ หลังจากที่ต้องใช้พลังเวทมนตร์มหาศาลในการกำจัดฝูงมอนสเตอร์ร่วมสามชั่วโมงติดต่อกัน พลังงานในร่างกายของจอมเวทสาวก็ลดต่ำลงจนถึงขีดวิกฤต
"ถ้าอาหารจานนี้ไม่อร่อยอย่างที่คุย... ฉันจะเผาร้านชั่วคราวของคุณให้เป็นจุลแน่ เรย์" เธอกล่าวขู่ด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูน่าเกรงขามที่สุด
"ยินดีรับคำติชมทุกประการครับ" เรย์โค้งศีรษะลงเล็กน้อยอย่างนอบน้อม
เซร่าสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะตักข้าวผัดไข่คำเล็กๆเข้าปาก เนื้อสัมผัสแรกที่สัมผัสกับลิ้นคือความกรอบนอกนุ่มในของไข่เจียวที่อมความหอมของเนยเอาไว้ ตามด้วยความนุ่มหนึบของเมล็ดข้าวที่คลุกเคล้ากับเครื่องเทศสูตรลับ รสชาติกลมกล่อมที่ไม่อ่อนหรือจัดจนเกินไปแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก ก่อนที่อนุภาคมานาบริสุทธิ์จะระเบิดตัวออกและไหลเวียนเข้าสู่เส้นประสาทและกล้ามเนื้ออย่างไร้รอยต่อ
ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดการเดินทางมลายหายไปในพริบตา ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากท้องน้อยกระจายไปทั่วร่าง ก่อให้เกิดความรู้สึกสบายอย่างที่จอมเวทผู้โดดเดี่ยวอย่างเธอไม่เคยสัมผัสมานานนับปี
ดวงตาสีเพลิงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ช้อนในมือของเธอนิ่งค้างไปชั่วขณะหนึ่ง
เรย์ยืนมองปฏิกิริยานั้นเงียบๆ พลางหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นมาเช็ดมืออย่างใจเย็น เขารู้ดีว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร เพราะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดในดันเจี้ยนนี้ที่จะต้านทานพลังแห่งการเยียวยาของอาหารฝีมืออดีตเชฟระดับท็อปได้
"เป็นอย่างไรบ้างครับ... พอจะผ่านเกณฑ์ของอาจารย์สาวจากหอคอยทมิฬไหมครับ?" เรย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความมั่นใจ
เซร่าวางช้อนลงบนจานช้าๆ เธอสูดลมหายใจเข้าอีกครั้งเพื่อควบคุมสติที่เกือบจะหลุดลอยไปกับรสชาติอันยอดเยี่ยมนั้น ใบหน้าที่เคยบึ้งตึงค่อยๆ ผ่อนคลายลง แม้จะยังมีความดื้อรั้นหลงเหลืออยู่บ้าง แต่แววตาที่มองเรย์ในตอนนี้ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"รสชาติ... ใช้ได้..." เธอกล่าวพึมพำเบาๆ หลบสายตาไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความพึงพอใจบนใบหน้า "ถือว่าฝีมือพอแก้ขัดได้สำหรับพ่อค้าเร่ร่อน... แล้วถ้าฉันต้องการสั่งเพิ่มล่ะ นายคิดราคาเท่าไหร่?"
เรย์ยิ้มกว้างขึ้นทันที นี่คือสัญญาณแห่งชัยชนะ ลูกค้าชั้นยอดคนแรกของร้านอาหารดันเจี้ยนได้ถูกตกเข้าสู่ระบบอย่างเป็นทางการแล้ว
"สำหรับคุณเซร่า... ผมมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าประจำครับ รับรองว่าคุ้มค่าทั้งราคาและพลังเวทมนตร์แน่นอน" เรย์เอื้อมมือไปหยิบสมุดบัญชีเล่มเล็กขึ้นมาเตรียมจดรายการ "ว่าแต่วันพรุ่งนี้ คุณสนใจจะลองเมนู 'สเต็กเนื้อราชสีห์เหมันต์' ที่เข้ากันได้ดีกับไวน์สมุนไพรไหมครับ?"
เซร่าชะงักไปนิดเมื่อได้ยินชื่อเมนูใหม่ ดวงตาสีเพลิงหันกลับมามองเขาด้วยความสนใจที่ปิดไม่มิด
*ติ๊ง!*
[ระบบแจ้งเตือนพิเศษ: Chef Hunter]
[ภารกิจสำเร็จ: เปลี่ยนศัตรูให้เป็นลูกค้าประจำ (ระดับความพึงพอใจ: 85%)]
[ปลดล็อกสูตรลับสำเร็จ: 'ซุปกระดูกมังกรเพลิง' และรับแต้มเสน่ห์ +15]
[ระบบกำลังอัปเดตสถานะร้านค้าสู่ระดับที่ 2: 'เซฟเฮาส์ดันเจี้ยน' เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ]
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นต่อเนื่องในโสตประสาทของเรย์ พร้อมกับละอองแสงสีทองที่ลอยฟุ้งขึ้นรอบตัวพวกเขาเพื่อยืนยันการยกระดับพื้นที่ ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายและผลลัพธ์เป็นไปตามแผนที่วางไว้นั้นเอง...
*ครืนนนนน...*
พื้นห้องโถงหินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนชั้นวางเครื่องปรุงเกือบพลิกคว่ำ เสียงคำรามต่ำที่ดังสะท้อนมาจากผนังด้านในสุดของดันเจี้ยนชั้นที่สาม ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
เซร่าลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันที คทาในมือส่องแสงสีครามเจิดจ้าอีกครั้ง ใบหน้าของเธอกลับมาเคร่งเครียดและซีดเผือดลงถนัดตา
"ไม่ใช่เสียงของมอนสเตอร์ทั่วไป..." เซร่ากระซิบเสียงสั่น ดวงตาจ้องมองไปยังอุโมงค์มืดเบื้องหน้า "นั่นมัน... แรงกดดันของ 'ผู้พิทักษ์ประตูมิติ' ระดับ S ที่หลับใหลมานานกว่าร้อยปี... มันตื่นขึ้นมาแล้วเพราะกลิ่นหอมของอาหารเมื่อครู่!"
เรย์หรี่ตามองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า รอยยิ้มบนมุมปากของเขาค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยแววตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังสูงสุด ขณะที่นิ้วมือข้างขวายังคงเคาะด้ามจับตะหลิวเบื้องหน้าเป็นจังหวะช้าๆ อย่างใจเย็น
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน" มาโดยตลอดนะครับ!
เซฟเฮาส์ดันเจี้ยน: เมนูเด็ดมัดใจจอมมารสายดุ•ตอนที่ 7
การเจรจาด้วยเนื้อย่าง
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ดันเจี้ยน: เมนูเด็ดมัดใจจอมมารสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!