นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง•ตอนที่ 28

ข่าวลือเรื่องตั้งครรภ์

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ท่านผู้ตรวจการคะ... ของในนี้อาจจะทำให้นิ้วมืออันมีค่าของท่านต้องขาดสะบั้นได้เลยนะคะ เพราะมันไม่ใช่แค่จอบเสียม แต่มันคือ 'อาวุธสังหาร' ที่ข้าตั้งใจจะมอบให้ท่านไปทูลเกล้าฯ ถวายฝ่าบาท... ในฐานะของบรรณาการที่ท่าน 'เลือก' จะลงมือเปิดมันด้วยตัวเองค่ะ" น้ำเสียงของหลินฟางเซียนราบเรียบ ทว่าดังกังวานก้องไปทั่วลานตากธัญพืชที่บัดนี้เงียบสงัดราวกับป่าช้า บรรดาข้าราชสำนักและทหารองครักษ์ต่างกลืนน้ำลายลงคอด้วยความาดเสียว ใบหน้าของท่านผู้ตรวจการจางหลิวซีดเผือดลงจนแทบไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองลังไม้สนปิดผนึกแน่นหนาตรงหน้า สลับกับรอยยิ้มพริ้มเพราแต่แฝงแววตาดุจพญาเหยี่ยวของสตรีตรงหน้า นิ้วที่ถือคีมเหล็กของท่านผู้ตรวจการสั่นเทาเล็กน้อย ความคิดที่จะใช้กลอุบายกดดันตระกูลเว่ยพังทลายลงในพริบตา เมื่อเจอลูกไม้ตอกกลับแบบตาต่อตาฟันต่อฟันชนิดที่ว่า หากเขาเปิดลังนี้ออกมาตามอำเภอใจแล้วข้างในมีเพียงเครื่องมือเกษตรกรรมชิ้นใหม่ที่นางอ้างจริง มันจะกลายเป็นความผิดฐาน 'ใส่ร้ายป้ายสีขุนนางผู้จงรักภักดี และอวดดีต่อสิ่งของที่จัดเตรียมไว้ถวายฝ่าบาท' ทันที "ฮ... ฮูหยินเว่ยช่างล้อเล่นเก่งเสียจริง..." ท่านผู้ตรวจการจางหัวเราะแห้งๆ กลืนก้อนสะอื้นลงคอ พร้อมกับค่อยๆ วางคีมเหล็กในมือลงบนโต๊ะไม้ช้าๆ อย่างระมัดระวัง "ของล้ำค่าจากแดนไกลเช่นนี้ ย่อมต้องรอให้ถึงท้องพระโรงหลวงจึงจะเหมาะสมที่สุด ข้า... ข้าคงไม่มีวาสนาจะได้ยลโฉมก่อนเวลาอันควรหรอค่ะ... อะแฮ่ม! หรอกพ่ะย่ะค่ะ!" เกือบหลุดปากพูดผิดสำนวนเสียแล้ว หากไม่ใช่เพราะสายตาดุคมกริบของแม่ทัพเว่ยอิงที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่เบื้องหลังภรรยา คอยแผ่รังสีอำมหิตกดดันอยู่ไม่ห่าง เกรงว่าท่านผู้ตรวจการผู้นي้คงได้คุกเข่าขอขมาลาโทษจริงๆ เสียก่อน หลินฟางเซียนปัดมือเบาๆ ราวกับปัดฝุ่นละออง นางแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกขัน "ในเมื่อท่านผู้ตรวจการตระหนักถึงความเหมาะสมเช่นนี้แล้ว ข้าก็เบาใจค่ะ เกรงว่าหากท่านฝืนเปิดดูจริงๆ ฝ่าบาทอาจจะกริ้วที่ท่านไร้มารยาทริษยาแม้กระทั่งเครื่องมือทำกินของราษฎร์... เช่นนั้นแล้ว เชิญท่านไปพักผ่อนตามอัธยาศัยเถอะค่ะ ทางการเกษตรของไร่เรายังมีงานกองโตต้องสะสาง" การเผชิญหน้าที่ดุเดือดจบลงด้วยชัยชนะอันงดงามของอดีตคณิกาและนางร้ายผู้กลับใจ ทว่าความวุ่นวายในจวนหลังใหญ่หาได้สงบลงตามไปด้วยไม่ คล้อยหลังคณะผู้ตรวจการกลับเข้าเรือนรับรองไม่นาน เสียงฝีเท้าเร่งรีบของสาวใช้ประจำตัวก็ดังขึ้นพร้อมกับใบตื่นตระหนกจนหน้าซีดเผือด "ฮ... ฮูหยินเจ้าคะ!แย่แล้วเจ้าค่ะ!" หลินฟางเซียนที่กำลังงละมุนละไมอยู่กับการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจระคนสงสัย "มีเรื่องอันใดอีกเล่า อาชิง เจ้าทำตัวลนลานเสียยิ่งกว่าเจอโจรปล้นจวนเสียอีก" อาชิงหอบหายใจจนตัวโยน นางกวาดสายตามองรอบห้องเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีคนนอกอยู่ก่อนจะกระซิบเสียงสั่น "บ่าว... บ่าวได้ยินพวกบ่าวรับไพร่ในเรือนรับรองซุบซิบกันเจ้าค่ะ พวกเขา... พวกเขาบอกว่า... ฮูหยินตั้งครรภ์แล้ว!" *พรืด!* เมล็ดข้าวสาลีในมือของหลินฟางเซียนร่วงหล่นลงตระกร้าแทบไม่ทัน นางนิ่งงันไปชั่วขณะ สมองที่เคยเฉียบคมและคำนวณกำไรขาดทุนการค้ามานับร้อยนับพันตำลึงกลับว่างเปล่าไปชั่วขณะ "เจ้าว่ากระรึ?!" หลินฟางเซียนทวนคำ เสียงสูงขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่อยากจะเชื่อหู "ข้าเนี่ยนะ... ตั้งครรภ์? เอาข่าวเหลวไหลนี่มาจากไหนกัน!" "ก็... ก็เมื่อครู่ตอนที่ท่านผู้ตรวจการหน้าซีดกลับไป แล้วท่านแม่ทัพเข้ามาประคองฮูหยินแล้วสั่งให้อาหารบำรุงครรภ์... อ๊ะ! ไม่ใช่เจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพสั่งให้พ่อบ้านจัดหา 'ซุปโสมป่าพันปี' กับ 'เนื้อกวางตุ่น' มาบำรุงท่าน เพราะเห็นท่านหน้าซีดจากเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่บังเอิญสาวใช้คนสนิทของอนุภรรยาจากเมืองหลวงที่ติดตามมาด้วยนางเดินผ่านมาได้ยินพอดี นางเลยเอาไปปะติดปะต่อกันเองว่า... ว่าฮูหยินแพ้ท้อง! และตอนนี้ข่าวลือนี้ก็แพร่สะพัดไปทั่วจวนแล้วเจ้าค่ะ!" หลินฟางเซียนยกมือขึ้นนวดขมับทันที อาการปวดหัวตุบๆ แล่นริ้วขึ้นมาทันที นางไม่ได้ตั้งครรภ์! ร่างกายนี้เพิ่งจะฟื้นฟูจากการทำงานหนักและใช้มิติลับบริหารจัดการฟาร์มจนแข็งแรงขึ้น การที่เว่ยอิงสั่งซุปโสมก็เพราะกลัวนางตกใจกลัวจากเหตุการณ์เผชิญหน้าต่างหากเล่า เหตุใดพวกคนในวังถึงได้จินตนาการบรรเจิดยิ่งกว่านักเขียนบทละครโรงงิ้วเสียอีก! "เหลวไหลสิ้นดี!" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน เว่ยอิงก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกราบกวาดมองภรรยาที่กำลังนั่งทำหน้าไม่ถูก ร่างสูงใหญ่เดินตรงเข้ามาใกล้ ก่อนจะโบกมือไล่อาชิงให้ออกจากห้องไปเงียบๆ เมื่อเหลือกันเพียงสองคน แม่ทัพหนุ่มก็ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าเก้าอี้ที่ภรรยานั่งอยู่ มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางที่ยังคงสั่นน้อยๆ ขึ้นมาลูบเบาๆ อย่างทะนุถนอม สายตาที่เคยดุดันและเย็นชาเมื่อยามเผชิญหน้ากับศัตรู บัดนี้กลับฉายแววอ่อนโยนและ... มีประกายระยิบระยับบางอย่างที่ชวนให้ใจสั่น "ท่านพี่..." หลินฟางเซียนเอ่ยเสียงเบา "ท่านก็รู้ว่าข่าวลือนั่นมัน..." "ข้ารู้ค่ะ" เว่ยอิงเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "แต่... ข้าชักจะเริ่มเสียดายแล้วสิ" หลินฟางเซียนเลิกคิ้วขึ้นอย่างฉงน "เสียดายอันใดกัน?" "เสียดายที่มันเป็นแค่ 'ข่าวลือ' นะคะ" เว่ยอิงโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่ริมแก้มสาก "ในเมื่อคนในวังและพวกสุนัขรับใช้พวกนั้นขยันกุเรื่องเก่งนัก... ทำไมเราไม่ทำให้มันกลายเป็น 'เรื่องจริง' เสียเลยเล่า หื้ม?" ใบหน้าของหลินฟางเซียนร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที นางค้อนขวับใส่สามีตัวโตที่เริ่มใช้ลูกไม้เจ้าเล่ห์มาหยอกล้อในยามบ้านเมืองกำลังวุ่นวาย "นี่มันเวลาไหนกันคะ ท่านยังมีอารมณ์มาพูดเล่นอีกหรือ! หากเรื่องนี้รู้ถึงหูฮ่องเต้ หรือพวกตระกูลใหญ่เข้า ข้าไม่ถูกพวกนางอิจฉาในวังหลวงส่งยาพิษมาปลิดชีพเร็วกว่ากำหนดหรอกหรือ!" "ใครกล้า..." น้ำเสียงของเว่ยอิงเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง "ในจวนหลังนี้ และแผ่นดินใต้หล้าฟากนี้ ไม่มีใครหน้าไหนกล้าแตะต้องเจ้า แม้แต่ปลายเส้นผม หากข้ายังยืนอยู่ตรงนี้ ฟางเซียนของข้า... จะไม่มีวันได้รับอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น" คำพูดหนักแน่นและจริงจังนั้นทำเอาหัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก ความระแวงและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ฝังรากลึกจากชาติภพก่อนค่อยๆ ถูกหลอมละลายลงด้วยความอบอุ่นและความภักดีที่ชายหนุ่มมอบให้เสมอมา ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศจะหวานซึ้งไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของพ่อบ้านหลี่ที่ดังลั่นจากด้านนอก "ท่านแม่ทัพ! ฮูหยิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!" เว่ยอิงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ เขายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงลงทันที "มีเรื่องอันใดอีก! ตะโกนเอะอะโ닉โหนกเช่นนี้เสียมารยาทหมด!" ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่รออนุญาต พ่อบ้านหลี่หน้าซีดเผือก เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว หายใจหอบฮักจนแทบพูดไม่เป็นคำ "ร... ราชโองการ! ราชโองการจากเมืองหลวงมาถึงแล้วขอรับ!" พ่อบ้านหลี่ละล่ำละลักรายงาน "ฝ่าบาท... ฝ่าบาททรงทราบข่าวลือเรื่องที่ฮูหยินตั้งครรภ์แล้ว และ... และทรงมีพระราชกระแสรับสั่งด่วน ให้จัดขบวนเกี้ยวแปดคนมารับตัวฮูหยินเข้าวังหลวงทันที เพื่อไปพักผ่อนและคลอดทายาทที่นั่นพ่ะย่ะค่ะ!" *กริ้ง!* ถ้วยชาในมือของหลินฟางเซียนร่วงหล่นลงกระทบพื้นแตกกระจาย น้ำชาสีอำพันกระเด็นเปื้อนชายกระโปรง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ข่าวลือลมๆ แล้งๆ ที่พวกบ่าวไพร่กุขึ้นเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน บัดนี้... กลับบินไปไกลถึงหูโอรสสวรรค์ และกลายเป็น 'ราชโองการมัดมือชก' ที่ปฏิเสธไม่ได้เสียแล้ว! เว่ยอิงหันขวับมามองภรรยา ใบหน้าคมคายบึ้งตึงสนิท รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาราวกับพายุใหญ่ที่กำลังก่อตัว หลินฟางเซียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติในเสี้ยววินาที รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย "เข้าวังหลวงอย่างนั้นหรือคะ..." หลินฟางเซียนแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ในเมื่อพวกเขาอยากได้ทายาทตระกูลเว่ยนัด... ข้าก็จะไปแสดงละครฉากใหญ่ให้พวกมันดูสักตั้งก็แล้วกัน!" ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปพร้อมกับความแซ่บสตรองของฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%