นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง•ตอนที่ 29

ปะทะฝีปากกับพระสนม

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
กาน้ำชาเคลือบกระเบื้องลายครามใบงามถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีจนน้ำชาสีอำพันกระฉอนเปรอะเปื้อนขอบถ้วย เสียงนั้นดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในตำหนักรับรองชั้นในของพระสนมเอกตระกูลจ้าว "ไม่คิดเลยนะเพคะว่าสตรีบ้านนอกอย่างฮูหยินเว่ย จะกล้าอาจหาญเหยียบย่างเข้ามาในเขตพระฐานชั้นในโดยไม่ต้องมีใครเชิญชวนเช่นนี้ หรือว่าที่บ้านเดิมของท่านสอนมาว่า กฎระเบียบของวังหลวงเป็นเพียงเรื่องล้อเล่นที่คิดจะทำอะไรตามอำเภอใจก็ได้?" สุ้มเสียงแหลมสูงที่เจือแววดูถูกเหยียดหยามดังขึ้นจากสตรีผู้สวมอาภรณ์ปักลายหงส์ทองดิ้นเงินแพรรำพรรณ พระสนมจ้าวซูฮวาแย้มสร้อยพระโอษฐ์ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ดวงตาคู่คมกวาดมองหลินฟางเซียนตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าตำหนิที่หลุดรอดเข้ามาในตลาดชั้นสูง หลินฟางเซียนมิได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย มือเรียวบางภายใต้แขนเสื้อปักลายดอกเหมยยกขึ้นจัดปอยผมที่คลอเคลียข้างแก้มอย่างใจเย็น นางมิได้รีบร้อนแตะต้องถ้วยชาตรงหน้า แม้จะรู้ดีว่าภายในนั้นอาจจะมี ‘ของขวัญต้อนรับ’ ชิ้นพิเศษที่อีกฝ่ายเตรียมไว้ให้ "หม่อมฉันเพียงแต่เกรงว่า หากรอให้มีหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการจากพระสนม เกรงว่าโรคความจำเสื่อมและอาการหลงลืมของคนในวังนี้คงจะกำเริบเสียก่อน จนลืมไปแล้วกระมังเพคะว่า ตำแหน่งฮูหยินแม่ทัพเอกพิทักษ์แผ่นดินอย่างข้า มีศักดิ์และสิทธิ์อันชอบธรรมในการเข้าเฝ้าเพื่อทวงถามความยุติธรรมให้กับวงศ์ตระกูลเช่นกัน" น้ำเสียงของหลินฟางเซียนราบเรียบ แต่น้ำหนักในทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีดที่อาบยาพิษ นางเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ ไม่หลบเลี่ยง แววตาคู่คมฉายแววเยືือกเย็นและทรงอำนาจจนพระสนมจ้าวซูฮวาถึงกับชะงักไปชั่วขณะ นี่ไม่ใช่หลินฟางเซียนคนเดิมผู้โง่เขลาและมักตกเป็นเบี้ยล่างของคนในราชสำนักเมื่ออดีต สตรีตรงหน้าในยามนี้แผ่กลิ่นอายความน่าเกรงขามออกมาอย่างแนบเนียน ราวกับนางพญาที่กุมชะตากรรมของคนรอบข้างไว้ในกำมือ "บังอาจ! เจ้ากล้าดีอย่างไรมาพูดจาอวดดีต่อหน้าพระสนมเอก!" นางกำนัลคนสนิทก้าวออกมาแผดเสียงขู่ตะคริว พร้อมจะแสดงฤทธิ์เดชตบสั่งสอนตามคำสั่งที่มักใช้ข่มขู่เหล่าสนมชั้นผู้น้อยอยู่เป็นประจำ ทว่า หลินฟางเซียนกลับไม่แม้แต่จะชายตามองนางกำนัลผู้นั้น นางเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกึ่งเยาะกึ่งหยัน "ในวังหลวงแห่งนี้ กฎระเบียบคงจะหย่อนยานเสียจนบ่าวไพร่กล้าเทียบชั้นกับสะใภ้หลวงที่ฮ่องเต้เพิ่งพระราชทานป้ายหยกทองคำขาวให้กระมังเพคะ? พระสนมจ้าว... ดูแลคนของท่านให้ดีเถิด หากวันหน้ามีใครเข้าใจผิดคิดว่าตำหนักนี้ไม่มีเจ้าของอบรมสั่งสอน ข้าเกรงว่าคำคร่ำครวญจากคนตระกูลจ้าวจะไปถึงพระเนตรพระकर्णของฝ่าบาทเสียก่อนที่ท่านจะได้แก้ตัวนะเพคะ" คำว่า ‘ป้ายหยกทองคำขาว’ และการอ้างถึง ‘ฝ่าบาท’ ทำให้สีพระพักตร์ของพระสนมจ้าวซูฮวาเปลี่ยนสีไปในทันที รอยยิ้มเยาะเย้ยเมื่อครู่แข็งค้าง ตระกูลจ้าวของนางกำลังเพลี่ยงพล้ำในราชสำนักเนื่องจากปัญหาการทุจริตเสบียงทหาร ซึ่งโยงใยมาถึงการที่สามีของนาง—แม่ทัพเว่ยอิง—กำลังตรวจสอบอย่างเข้มงวด การเรียกตัวหลินฟางเซียนเข้ามาในวังวันนี้ หาใช่การเชิญมาดื่มชาตามลำพองใจไม่ แต่มันคือการ ‘ลองเชิง’ เพื่อบีบบังคับให้นางยอมจำนนต่ออำนาจเบื้องหลังของตระกูลจ้าวต่างหาก "เจ้าปากเก่งได้ไม่นานหรอก หลินฟางเซียน..." พระสนมจ้าวซูฮยากลั้วหัวเราะในลำคอ พยายามดึงพระพักตร์ให้กลับมาเย่อหยิ่งดังเดิม "คิดว่าสามีเจ้าเป็นแม่ทัพใหญ่แล้วจะค้ำฟ้าอย่างนั้นหรือ? สงครามชายแดนคราวนี้น่ะ... เสบียงก็ร่อยหรอ กำลังพลก็รอนแรม หากเกิดความผิดพลาดขึ้นมา หัวของสามีเจ้า หรือแม้แต่หัวตระกูลเว่ยทั้งตระกูล คงไม่พ้นต้องหลุดจากบ่าเพื่อสังเวยความไร้ความสามารถหรอกนะ!" บรรยากาศในห้องโถงกดดันจนแทบหายใจไม่ออก นางกำนัลและขันทีต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าหายใจแรง ทว่า หลินฟางเซียนกลับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว เจือไปด้วยความขบขันอย่างแท้จริงราวกับกำลังฟังเรื่องตลกขบขันในโรงน้ำชา "พระสนมเพคะ..." หลินฟางเซียนโน้มตัวไปข้างหน้านิดๆ สายตาคมกริบราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงแผนการสกปรกที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มนั้น "ท่านกังวลเรื่องเสบียงชายแดน หรือกำลังร้อนรนเพราะเงินใต้โต๊ะที่ตระกูลจ้าวเคยแอบยักยอกไปเพื่อสร้างอิทธิพล เริ่มถูกสามีของข้าขุดคุ้ยจนเกือบจะถึงรากถึงโคนกันแน่เพคะ?" "เจ้า!... เจ้าพูดเหลวไหลอะไร!" พระสนมจ้าวซูฮวาทุบพระหัตถ์ลงบนโต๊ะจนถ้วยชาสั่นสะเทือน ความตกใจฉายชัดในแววตาคู่สวยที่เริ่มสั่นระริก "ข้าจะพูดเหลวไหลหรือไม่... ท่านย่อมรู้แก่ใจดีที่สุด" หลินฟางเซียนลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงในชุดฮั่นфуปักลายวิจิตรสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงจนดูงดงามน่าเกรงขาม นางกวาดสายตามองรอบห้องด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับนี่คือบ้านของตนเอง "จำไว้เถิดเพคะ ว่าสตรีตระกูลเว่ยอย่างข้า ไม่เคยกลัวเกรงอำนาจมืดใดๆ หากพวกท่านคิดจะเล่นตลกกับชีวิตของสามีข้า ข้าจะทำให้ตระกูลจ้าวของท่าน... ได้ลิ้มรสชาติความพินาศที่แม้แต่กาลเวลาก็ไม่อาจลบเลือนได้!" นางหมุนตัวเตรียมจะเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้พระสนมจ้าวซูฮวานั่งตัวสั่นด้วยความโกรธแค้นจนพูดไม่ออก ทว่า ในจังหวะที่หลินฟางเซียนกำลังจะก้าวพ้นธรณีประตูตำหนัก เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่พร้อมเสียงประกาศก้องก็ดังแทรกขึ้นตัดหน้าเสียก่อน "ฮ่องเต้เสด็จ—!" หลินฟางเซียนชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย ดวงตากลมโตหรี่ลงครู่หนึ่งเมื่อเห็นเงาร่างของบุรุษในชุดมังกรเหลืองก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่จุดประกายขึ้นบนมุมปากของพระสนมจ้าวซูฮวาผู้กลับมาได้เปรียบในทันที... หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะสนุกและตื่นเต้นไปกับบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!—ดัชเชสโพดำ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%