นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง•ตอนที่ 5

แม่ทัพผู้ขยันเป็นลูกมือ

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ลักลอบค้าขายสินค้าต้องห้าม? กักตุนเสบียงหลวง? ท่านเจ้าหน้าที่ ตาบอดหรือว่าสมองมีปัญหา ถึงได้เอาเอกสารปลอมๆ มากล่าวหาภรรยาของข้ากลางลานบ้านเช่นนี้!" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังก้องกังวานจนแผ่นดินใต้เท้าสะเทือน แม่ทัพเว่ยอิงก้าวเท้าออกมาจากเงาไม้ใหญ่ แววตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองกลุ่มทหารนอกแถวที่ถือหมายค้นด้วยความกดดันระดับที่ทำให้คนตัวสั่นเทา ชุดเกราะหนังส่งเสียงกระทบกันเบาๆ ยามที่ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาขวางหน้าหลินฟางเซียนไว้ราวกับกำแพงเหล็ก หลินฟางเซียนกระพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย นางเพิ่งจะหยิบเอาเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวานจากมิติลับออกมาเพื่อเตรียมจะนำไปปลูกหลังบ้าน แต่กลับมีแขกไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามาตะโกนโวกเวกโวยวายหาเรื่องถึงเรือน ช่างเป็นจังหวะนรกเสียจริง แต่นางหรือจะตื่นตระหนก? ในเมื่ออดีตเคยเป็นถึงนักเจรจาและนักธุรกิจมือทอง หญิงสาวเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็นแล้วขยับกายไปหลบหลังแผ่นหลังกว้างของสามีอย่างรู้งาน "ท่านแม่ทัพเว่ย! พวกเราทำตามหน้าที่..." หัวหน้าชุดตรวจค้นหน้าซีดเผือดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับยอดแม่ทัพผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดในในสนามรบ "หน้าที่หรือ? หรือว่ารับสินบนจากตระกูลหลั่งมาเพื่อกลั่นแกล้งภรรยาของข้า?" เว่ยอิงสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเยียบเย็นจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบ "ค้นเรือนข้าได้... แต่ถ้าไม่พบอะไรแม้แต่น้อย ข้าจะตัดหัวพวกเจ้าเรียงตัว ข้อหาบุกรุกเรือนพักขุนนางทหาร!" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทหารกลุ่มนั้นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทว่าความโลภบังตาทำให้พวกเขาดึงดันจะค้นให้ได้ ฟางเซียนลอบถอนหายใจเบาๆ นางรู้ดีว่าในมิติลับของนางมีทั้งแป้งสาลีชั้นดี น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ และเนื้อสัตว์แปรรูปจากโลกอนาคตที่ต่อให้ค้นพลิกแผ่นดินก็ไม่มีทางหาพบในแคว้นนี้แน่ หากพวกมันค้นไม่เจอ พวกมันก็จะเป็นฝ่ายพินาศย่อยยับเอง "ค้นสิคะ รออะไรอยู่ล่ะเจ้าคะ" ฟางเซียนโผล่หน้าออกมาจากไหล่หนาของสามี เอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใสแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน "เชิญท่านผู้ตรวจการรื้อค้นตามสบายเลยค่ะ แต่อย่าลืมนะว่าถ้าไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ข้าจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงินสดสันทัดพันตำลึง ชดเชยความตกใจของข้ากับท่านแม่ทัพด้วยนะคะ" สายตาเฉียบคมของเว่ยอิงเหลือบมองภรรยาแวบหนึ่ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และท่าทีสบายๆ ของนางทำให้หัวใจที่เคยเย็นชาของเขาเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา เดิมทีเขาคิดว่านางเป็นเพียงภรรยาที่แต่งเข้ามาตามราชโองการ หญิงสาวเอาแต่ใจที่วันๆ เอาแต่สร้างเรื่องและจ้องแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อตระกูลเขา แต่ตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อไม่กี่วันก่อน ภรรยาตัวน้อยคนนี้กลับเปลี่ยนไปราวกับคนละคน นางไม่เพียงแต่ฉลาดเป็นกรด กล้าต่อปากต่อคำกับพวกขุนนางกังฉิน ทว่าแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจนั่น... มันช่างน่าหลงใหลเสียจนเขาละสายตาไม่ได้เลย "เชิญ." เว่ยอิงเอ่ยสั้นๆ เปิดทางให้ทหารพวกนั้นเข้าไปรื้อค้นข้าวของในครัวและห้องเก็บฟืน ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม ผลลัพธ์ก็เป็นไปตามคาด ไม่มีสินค้าต้องห้าม ไม่มีเสบียงหลวง มีเพียงไหเกลือเก่าๆ กับถั่วเขียวไม่กี่กำมือเท่านั้น ใบหน้าของหัวหน้าชุดตรวจค้นเขียวคล้ำสลับซีดขาว เขาคุกเข่าลงโขกศีรษะขอขมาด้วยความหวาดกลัว ทว่าเว่ยอิงหาได้ปรานีไม่ สั่งโบกคนละยี่สิบไม้ก่อนจะขับไล่ตะردออกไปจากอาณาเขตเรือนพักทันที เมื่อความวุ่นวายสงบลง ลานบ้านก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เว่ยอิงหันกลับมามองภรรยาที่กำลังก้มหน้าก้มตาปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้า สีหน้าของนางสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชายหนุ่มหรี่ตามองสำรวจภรรยาอย่างพิจารณา ทว่าในใจกลับมีความรู้สึก 'ชอบใจ' แล่นพล่านขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด ภรรยาของเขา... เก่งกาจและรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดีเยี่ยมเสียยิ่งกว่ารองแม่ทัพบางคนเสียอีก นางไม่ใช่ลูกแกะรอความตายในกรงขังอีกต่อไป แต่นางคือเสือสาวที่พร้อมจะขย้ำทุกคนที่กล้าเข้ามาล้ำเส้น "เจ้า... ซ่อนของพวกนั้นไว้ที่ไหน?" เว่ยอิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นโดยไม่รู้ตัว ขายาวก้าวเข้าไปใกล้จนร่างสูงโปร่งของภรรยาเกือบจะชนกับแผงอกของเขา ฟางเซียนชะงักไปเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตากลมโตกับดวงตาสีเข้มที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความเอ็นดูที่ปิดไม่มิด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของนางอีกครั้ง "ความลับค่ะท่านแม่ทัพ..." ฟางเซียนเอียงคอพูดด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า "สามีภรรยากัน ย่อมต้องมีพื้นที่ส่วนตัวบ้างไม่ใช่หรือคะ? หรือท่านแม่ทัพอยากจะรู้จริงๆ ว่าข้าทำได้อย่างไร?" เว่ยอิงแค่นหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี มือหนายื่นออกไปปัดเศษใบไม้ที่ติดอยู่บนกลุ่มผมนุ่มของนางอย่างแผ่วเบา การกระทำที่อ่อนโยนนี้ทำให้ฟางเซียนถึงกับใจเต้นแรงขึ้นมาวูบหนึ่ง นางรีบเบือนหน้าหนีซ่อนความประหม่า "ข้าไม่ได้อยากรู้ว่าเจ้าซ่อนมันอย่างไร..." เว่ยอิงก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของนาง เสียงทุ้มต่ำพร่ามัวเปี่ยมไปด้วยความหมายลึกซึ้ง "ข้าแค่ชอบ... เวลาที่เห็นเจ้าสู้คน และชอบยิ่งกว่าที่วันนี้เจ้าทำให้พวกมันหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ" ใบหน้าของฟางเซียนร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ นางถอยหลังไปก้าวหนึ่งแล้วค้อนใส่สามีหนุ่มวงใหญ่ "ปากหวานนะคะท่านแม่ทัพ ระวังเถอะค่ะ เดี๋ยวข้าจะหาเรื่องให้ท่านเหนื่อยใจอีกแน่" "ต่อให้เจ้าจะพลิกแผ่นดินฟ้า ข้าก็จะคอยถือดาบกวาดล้างศัตรูให้เจ้าเอง" เว่ยอิงตอบกลับทันควันอย่างหนักแน่น แววตาสื่อความจริงใจจนคนฟังรู้สึกอุ่นวาบไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่น ทันใดนั้นเอง... กลิ่นหอมหวานปนเค็มของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นเคี่ยวไฟอ่อนๆ ก็โชยเตะจมูกลอยมาจากทางห้องครัว ท่ามกลางลมหนาวที่พัดผ่าน กลิ่นหอมเย้ายวนนั้นช่างรุนแรงเสียจนท้องของทั้งคู่ส่งเสียงร้องประท้วงออกมาพร้อมกัน ฟางเซียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นางจำได้แม่นว่าเมื่อเช้านางยังไม่ได้เริ่มทำอาหารมื้อเย็นเลยแม้แต่น้อย แล้วกลิ่นเนื้อตุ๋นเข้มข้นนี้ลอยมาจากไหนกัน? เว่ยอิงเองก็ชะงัก สีหน้าของแม่ทัพหนุ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที มือใหญ่เอื้อมไปกุมด้ามดาบข้างกายโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ประตูห้องครัวที่ปิดสนิท ซึ่งตอนนี้มีควันจางๆ ลอยลอดออกมาจากร่องประ ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ดัชเชสโพดำ" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%