นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง•ตอนที่ 6

แผนการจัดการญาติผู้หวังดี

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ถ้าเจ้ายังกล้าก้าวเท้าเข้ามาเหยียบเรือนครัวของข้าโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกแม้แต่ก้าวเดียว... อย่าหาว่าข้าคนนี้ไม่เตือนก็แล้วกัน!" น้ำเสียงใสทว่าเฉียบขาดดุจคมมีดน้ำแข็งกรีดผ่านความเงียบในห้องครัว ควันจางๆ ที่ลอยอวลอยู่รอบเตาฟืนไม่ได้ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย กลับกัน หลินฟางเซียนในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน กำลังยืนถือตะหลิวเหล็กด้ามยาวด้วยท่าทางทะมัดทะแมง ดวงตาคู่คมกวาดมองร่างระหงของ 'คุณหญิงรองจ้าว' หรือจ้าวซinหรู น้องสะใภ้จอมปลอมที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของบ้านหลังนี้มานาน จ้าวซินหรูสะดุ้งสุดตัว รอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้าที่มักใช้หลอกลวงชาวบ้านบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ นางถอยหลังกรูดไปชนกับชั้นวางเครื่องปรุงจนขวดเกลือเกือบคว่ำ ดวงตาคู่โตฉายแววตื่นตระหนกปนความเคียดแค้นชิงชังที่ถูกหักหน้าต่อหน้าบ่าวไพร่ "พี่สะใภ้ใหญ่... ท่าน... ท่านเสียสติไปแล้วหรือไร?" จ้าวซินหรูบีบเสียงให้สั่นเครือ เรียกคะแนนความน่าสงสารจากบ่าวที่ยืนอยู่ด้านนอก "ข้าเพียงแค่... เพียงแต่เห็นว่าท่านหายเข้าไปในนี้นาน เกรงว่าจะเหนื่อยยาก จึงคิดจะเข้ามาช่วยดูฟืนไฟในเตาเท่านั้น เหตุใดท่านจึงต้องกล่าววาจาร้ายกาจใส่กันด้วยเล่าเจ้าคะ" ฟางเซียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียง 'หึ' นั้นสั้น ห้วน และเต็มไปด้วยความดูแคลน นางไม่ได้ลดตะหลิวลงแม้แต่น้อย กลับเดินก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายทีละก้าวอย่างผู้กุมความได้เปรียบ กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อหมูตุ๋นซอสลับจากมิติกำลังโชยคละคลุ้งกลบกลิ่นควันไฟจนน่าหลงใหล แต่บรรยากาศรอบตัวกลับคุกกรุ่นยิ่งกว่าสงครามย่อมๆ "ช่วยดูฟืนไฟ? หรือเข้ามาดูว่าวันนี้ข้าซ่อนวัตถุดิบราคาแพงอะไรไว้ในตู้กันแน่ จ้าวซินหรู เจ้าคิดว่าข้าคนเก่าที่ยอมให้เจ้าสูบเลือดสูบเนื้อ ขโมยแม้กระทั่งแป้งสาลีชั้นดีไปตบตาคนในตระกูลหลักยังอยู่หรือไง?" ฟางเซียนโน้มตัวเข้าไปกระซิบเสียงต่ำ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยอำนาจมืดที่กดดันจนอีกฝ่ายหายใจไม่ออก "จำใส่สมองอันน้อยนิดของเจ้าเอาไว้... ของในบ้านหลังนี้ ทุกหยาดหยดมาจากหยาดเหงื่อและเบี้ยหวัดสนามรบของสามีข้า ไม่ใช่เศษทานที่ข้าจะแบ่งให้งูพิษอย่างเจ้าเอาไปโยนให้ชู้รักกินเล่น!" สิ้นคำพูดนั้น หน้าของจ้าวซินหรูก็ซีดเผือดลงจนแทบไร้สีเลือด นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ความลับเรื่องที่นางแอบขนเสบียงไปให้บุรุษอื่นในตลาดถูกขุดคุ้ยขึ้นมาพูดหน้าตาเฉยได้อย่างไร ทั้งที่นางระมัดระวังตัวมาตลอด! ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระท่อม เว่ยอิงในชุดคลุมตัวนอกของแม่ทัพที่ยังไม่ทันได้ถอดออกก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไหล่กว้างและส่วนสูงเกือบแปดฉื่อทำให้ห้องครัวแคบๆ ดูเล็กลงถนัดตา ดวงตาคมกริบกวาดมองภรรยาคนสวยที่ถือตะหลิวทำสงครามประสาทกับน้องสะใภ้ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าตื่นตระหนกราวกับเห็นผีของจ้าวซินหรู บรรยากาศในห้องพลพวนเปลี่ยนเป็นกดดันยิ่งกว่าเดิม เว่ยอิงไม่ได้เอ่ยคำใด แต่วางมือหนาลงบนด้ามดาบข้างกายตามสัญชาตญาณทหาร รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนจ้าวซินหรูเข่าอ่อนยวบ แทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น "ท่านพี่..." ฟางเซียนเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ปรากฏบนริมฝีปากอิ่ม นางวางตะหลิวลงแล้วเดินเข้าไปหาผู้เป็นสามีอย่างออดอ้อ ท่าทีเปลี่ยนจากนางเสือสาวกลายเป็นภรรยาผู้แสนเรียบร้อยในพริบตา "น้องรองนางแค่วิตกกังวลเรื่องอาหารมื้อเย็นน่ะค่ะ นางคงหวังดีกลัวว่าข้าจะทำอาหารไม่ถูกปากท่าน... แต่ในเมื่อห้องครัวเป็นอาณาเขตของข้า หากใครยังกล้าเข้ามาวุ่นวายอีก เกรงว่ากฎบ้านคงต้องถูกหยิบมาใช้สะสางเสียหน่อยแล้วกระมังคะ" เว่ยอิงเหลือบมองภรรยาแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทันความเจ้าเล่ห์ของนาง เขารู้ดีว่าภรรยาตัวน้อยของเขาหาใช่คนที่จะยอมให้ใครมาเอาเปรียบอีกต่อไปแล้ว และเขาก็พร้อมที่จะถือหางนางไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว "เจ้าว่าอย่างไรนะ?" เว่ยอิงหันไปปรายตามองน้องสะใภ้ น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่กลับเยือกเย็นเสียจนจ้าวซินหรูสะท้านไปถึงกระดูกดำ "ห้องครัวของภรรยาข้า... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่คนนอกมีสิทธิ์เข้ามาสั่งสอน?" "มะ... ม่ะ... มิกล้าเจ้าค่ะท่านแม่ทัพ! ข้า... ข้าแค่ผ่านมา... ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ!" จ้าวซินหรูละล่ำละลักละลานละลี้ละลุกถอยหลังกรูดออกไปจากประตูแทบไม่ทัน สภาพของนางในตอนนี้ดูไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ชายกระโปรงยาวลากถูกพื้นดินเปียกชื้นจนเลอะเทอะ ฟางเซียนมองตามร่างที่วิ่งหนีเตลิดไปด้วยความขบขัน นางหมุนตัวกลับมาหาเตาไฟ กลิ่นหอมของหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วดำและน้ำตาลเคี่ยวจนฉ่ำกำลังส่งกลิ่นเย้ายวนไปทั่วบริเวณ นางตักอาหารสีสันน่ารับประทานใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดอย่างประณีต ก่อนจะหันไปสบตากับสามีรูปงามที่ยืนมองนางด้วยแววตาพราวระยับ "มองอะไรคะ? อาหารมื้อนี้ข้าตั้งใจทำเป็นพิเศษเพื่อฉลองที่เรา 'จัดการ' ปัญหาเรื้อรังไปได้หนึ่งเปลาะเชียวนะคะ" ฟางเซียนเอ่ยพร้อมกับตักข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจากเมล็ดข้าวในมิติลับ เมล็ดข้าวอ้วนกลมเรียงตัวสวยงาม ส่งกลิ่นหอมหวานชวนน้ำลายสอ เว่ยอิงเดินเข้ามาใกล้ สวมกอดเอวบางจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคมคายซุกเข้ากับลาดไหล่ของนางสูดดมกลิ่นกายหอมละมุนผสมกลิ่นอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ "ข้าไม่ได้มองอาหาร... ข้ากำลังมองภรรยาที่นับวันยิ่งฉลาดเฉลียวและน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ ต่างหากเล่า" ฟางเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางเอี้ยวตัวไปหมายจะป้อนเนื้อหมูชิ้นโตให้เขาชิม แต่ทว่า... จู่ๆ เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนหอบแฮกของพ่อบ้านตระกูลเว่ยที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "นายท่าน! ฮูหยินใหญ่! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ! ที่ลานหน้าหมู่บ้าน... มีขบวนสินค้าจากจวนเจ้าเมืองมาเยือน พร้อมกับป้ายประกาศราชโองการลับ!" เว่ยอิงชะงัก สีหน้าของแม่ทัพหนุ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที มือใหญ่เอื้อมไปกุมด้ามดาบข้างกายโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ประตูหน้าบ้านที่ตอนนี้มีเงาตะคุ่มของคนกลุ่มใหญ่ล้อมกรอบเข้ามาจนแน่นขนัด หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะมีความสุขและสนุกไปกับตอนนี้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" เสมอมาค่ะ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%