นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง•ตอนที่ 4

เปิดตลาดนัดแห่งแรกในหมู่บ้าน

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ถ้าพวกท่านยังกล้าเอา 'ของเสีย' มายัดเยียดให้ร้านของข้าอีกแม้แต่ชิ้นเดียว อย่าหาว่าข้าคนนี้ไม่ไว้หน้าสะใภ้ใหญ่ตระกูลเว่ยก็แล้วกัน!" น้ำเสียงใสกระจ่างแต่กังวานบาดลึกดังขึ้นท่ามกลางลานดินหน้าบ้านพัก ขัดจังหวะการเจรจาค้าขายยามบ่ายที่กำลังตึงเครียดได้อย่างชะงัดนัก หลินฟางเซียนในชุดผ้าฝ้ายสีครามเรียบง่ายทว่าตัดเย็บอย่างประณีต ยืนกอดอกมองกลุ่มแม่ค้าปากตลาดที่เคยร่วมหัวจมท้ายนินทาเธอมาตลอดหลายปีด้วยสายตานิ่งสงบแต่เฉียบคมดุจใบมีด ป้าเฉิน—แม่ค้าปลาเค็มผู้ขึ้นชื่อเรื่องการเอาเปรียบชาวบ้าน สะดุ้งโหยงจนตะกร้าในมือแทบหลุด นางพยายามปั้นยิ้มฝื่อนๆ กลบเกลื่อนความผิด "แหม... คุณหนู... ไม่สิ น้องสะใภ้รอง หลินฟางเซียน พูดจาเหลวไหลอันใดกัน ของในตะกร้านี่ล้วนเป็นปลาตากแห้งชั้นดีทั้งนั้นนะยะ ท่านจะมาปรักปรำกันลอยๆ ได้อย่างไร" "ชั้นดี?" ฟางเซียนแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ นางก้าวเข้าไปใกล้สองก้าว กลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวนางทำเอาป้าเฉินต้องถอยกรูดโดยไม่รู้ตัว "ปลาเค็มขึ้นราเขียวครึ้มที่ก้นตะกร้า นั่นท่านเรียกว่าอาหารสำหรับมนุษย์กิน หรือว่าท่านตั้งใจเอามามลพิษให้ลูกหลานข้าล้มตายกันแน่?" นิ้วเรียวบางราดรดลงไปหยิบปลาเน่าตัวปัญหาขึ้นมาโชว์หรี่ตามองกลางแสงแดดจ้า ฝูงชนที่มุงดูอยู่รอบด้านต่างส่งเสียงฮือฮาทันที ความละอายใจปรากฏขึ้นบนใบหน้ายับย่นของป้าเฉิน นางรีบแย่งตะกร้าคืนแล้วเดินหนีลับหายไปจากวงล้อมอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงหัวingเยาะเย้ยของชาวบ้าน นี่คือวิถีชีวิตใหม่ของหลินฟางเซียน—อดีตภรรยาขี้โรคและนางร้ายผู้โง่เขลาในสายตาคนอื่น หลังจากที่นางฟื้นคืนชีพกลับมาพร้อมกับ "มิติลับ" บรรจุคลังเสบียงและวิทยาการเกษตรล้ำสมัย นางไม่ได้เลือกที่จะใช้อำนาจมืดหรือการล้างแค้นนองเลือดตามพล็อตนิยายน้ำเน่า แต่เลือกที่จะใช้ "สมอง" และ "ฝีมือการค้า" ฟาดฟันพวกหน้าเนื้อใจเสือให้ย่อยยับด้วยกำไรและความมั่งคั่ง! และวันนี้ คือฤกษ์งามยามดีในการเปิด "ตลาดนัดชุมชนแห่งแรก" ที่นางเป็นผู้ริเริ่มขึ้นเอง เพื่อระบายผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงจากมิติพิเศษ ออกสู่สายตาชาวบ้านตระกูลเว่ยและหมู่บ้านใกล้เคียง "ฟางเซียน..." เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพเว่ยอิงที่เดินถือจอบแบกไม้กระดานเข้ามาในลานบ้าน เหงื่อกาฬชุ่มโชกแผ่นอกหนาจากงานหนักกลางไร่ แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับทอดมองภรรยาด้วยความอ่อนโยนและห่วงใยอย่างปิดไม่มิด เว่ยอิงวางเครื่องมือลง รีบเดินตรงมาใช้ชายเสื้อซับเหงื่อบนหน้าผากให้ภรรยาอย่างเป็นธรรมชาติ "เจ้าเหนื่อยเกินไปแล้ว ให้พวกบ่าวไพร่จัดการเรื่องจัดร้านเถอะ ไฉนต้องมาปะทะคารมกับคนพวกนั้นด้วยตัวเอง?" ฟางเซียนเหลือบมองสามีหนุ่มผู้ซื่อตรงและรักนางยิ่งกว่าชีวิต ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ นางยื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดให้เขา "ท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ ท่านคิดว่าคนอย่างป้าเฉินจะยอมจำนนหากข้าใช้แค่บ่าวไพร่จัดการหรือคะ? การทำธุรกิจในยุคที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ 'ความเด็ดขาด' คือทุนรอนชิ้นแรกที่สำคัญที่สุดค่ะ" เว่ยอิงรับผ้ามาเช็ดหน้าอย่างว่าง่าย มุมปากหยักลึกยกยิ้มตามใจภรรยา "เจ้าพูดถูกเสมอ... ว่าแต่วันนี้ เจ้าจะขายอะไรกันแน่? ข้าเห็นกลิ่นหอมลอยออกมาจากห้องครัวตั้งแต่มืดค่ำเมื่อวานแล้ว" เมื่อได้ยินคำถามนั้น ดวงตากลมโตของฟางเซียนก็เป็นประกายวิบวับด้วยความตื่นเต้น นางคว้าแขนสามีลากเข้าไปในโรงครัวชั่วคราวที่สร้างขึ้นใหม่ กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและไขมันสัตว์ที่เคี่ยวจนได้ที่โชยเตะจมูกทันทีที่ผลักประตูลั่น บนโต๊ะไม้ตัวยาว เรียงรายไปด้วยผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มนุษย์ในยุคโบราณนี้ไม่เคยพบเห็นมาก่อน! โหลแก้วใส (หยิบออกมาจากมิติ) บรรจุ "หมูสามชั้นสไลด์ดองเกลือพริกไทยหอม" เรียงซ้อนกันเป็นระเบียบ ข้างๆ กันคือ "น้ำพริกกากหมูสูตรโบราณ" ที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งยั่วน้ำลาย ทอดด้วยน้ำมันหมูใสสะอาดและหอมเจียวกรอบๆ และที่เด็ดที่สุดคือ "เส้นหมี่แห้งสูตรลับเฉพาะ" ที่นางทดลองทำจากแป้งสาลีในมิติ ผสมกับแป้งข้าวเจ้าท้องถิ่นจนได้เส้นเหนียวนุ่มกำลังดี "นี่คือสินค้าล็อตแรกที่จะทำให้ตลาดนัดของเราสะเทือนค่ะ" ฟางเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ นางหยิบตะเกียบไม้ขึ้นมาคีบหมูสามชั้นที่ย่างบนเตาถ่านจนหนังกรอบเกรียม ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจจนเว่ยอิงถึงกับกลืนน้ำลาย แม่ทัพหนุ่มผู้ผ่านศึกสงครามมาโชกโชน กลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับกลิ่นหอมของอาหารตรงหน้าอย่างราบคาบ "นี่มัน... กลิ่นอันใดกัน ช่างหอมเย้ายวนยิ่งนัก" "ลองชิมดูสิคะ" ฟางเซียนป้อนชิ้นหมูย่างร้อนๆ ให้สามีถึงปาก เว่ยอิงเคี้ยวอย่างช้าๆ รสชาติเค็มกลมกล่อม ความกรอบของหนัง และความฉ่ำของเนื้อหมูที่ละลายในปาก ผสมผสานกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศ ทำให้ดวงตาคมของแม่ทัพเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง "อร่อยยิ่งกว่าอาหารในจวนสกุลใหญ่เสียอีก..." เขาเอמהออกมาชื่นชมจากใจจริง ตลาดนัดเล็กๆ หน้าบ้านของฟางเซียนเริ่มคึกคักขึ้นเมื่อชาวบ้านเริ่มทยอยกันเข้ามามุงดูสินค้าแปลกตา ป้ายไม้แกะสลักคำว่า **"ตลาดฟางเซียน: คุณภาพเกินราคา ยุติธรรมที่สุด"** แขวนโดดเด่นสะดุดตา ท่ามกลางบรรยากาศการค้าขายที่กำลังเริ่มต้นอย่างราบรื่นและคึกคัก เสียงฝีปากกล้าของฟางเซียนที่กำลังอธิบายสรรพคุณสินค้าเรียกเสียงฮือฮาและเงินอีแปะจากกระเป๋าชาวบ้านได้อย่างล้นหลาม จนกระทั่งสินค้าล็อตแรกเกือบจะหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ทว่า... ในวินาทีที่ความสำเร็จกำลังหอมหวาน เสียงควบม้าฝ่าฝุ่นตลบก็ดังสนั่นมาจากปากทางเข้าหมู่บ้าน ตามมาด้วยเสียงตะโกนเกรี้ยวกราดที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของฟางเซียนแข็งค้างไปชั่วขณะ "ใครอนุญาตให้พวกแกเปิดตลาดอัปมงคลนี่ขึ้นมาวะ! ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้ เจ้าพวกตระกูลเว่ย!" ร่างของบุรุษในชุดเกราะขุนนางชั้นผู้น้อยผู้มีใบหน้าบึ้งตึงและถือหมายศาลท้องถิ่น ก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนกลางตลาด นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่ฟางเซียนด้วยรังสีอำมหิต พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องหยุดหายใจ "หลินฟางเซียน! เจ้ามีความผิดฐานลักลอบค้าขายสินค้าต้องห้าม และกักตุนเสบียงหลวง... จงตามข้าไปรับโทษที่ว่าการอำเภอเดี๋ยวนี้!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของนางร้ายสายสตรองคนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%