นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง•ตอนที่ 3

มื้อเช้าที่เปลี่ยนใจแม่ทัพ

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
“ล้อมไว้! อย่าให้ใครเล็ดลอดออกไปได้แม้แต่คนเดียว!” เสียงคำรามก้องด้วยความฮึกเหิมของหลี่เฉิงดังแหวกลมหนาวรากับเสียงหมาป่าหิวโซ กลิ่นอายคุกคามแผ่ซ่านเข้ามาถึงหน้าประตูกระท่อมไม้เก่าคร่ำคร่า กองกำลังทหารยามในชุดเกราะหนังส่งเสียงฝีเท้าหนักหน่วงวิ่งกรูเข้ามาปิดล้อมเรือนพักหลังน้อยของตระกูลเว่ยไว้รอบด้าน แสงคบเพลิงสีส้มแดงวับแวมสะท้อนกับหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้า ขับเน้นให้บรรยากาศยามราตรีนี้ตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ทว่า... ภายในห้องครัวแคบๆ กลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย หลินฟางเซียนยืนนิ่งอยู่หน้าเตาไฟ ดวงตาคู่คมกวาดมองเครื่องปรุงในมือด้วยความสงบ รัศมีความกดดันภายนอกราวกับเป็นเพียงลมพัดผ่าน นางในตอนนี้ไม่ใช่สะใภ้ขี้ขลาดตาขาวคนเดิมที่ยอมให้ใครรังแกอีกต่อไปแล้ว ความทรงจำและทักษะของอดีตนักบริหารหญิงผู้กุมชะตากรรมคนนึงผสานเข้ากับร่างนี้อย่างสมบูรณ์แบบ มือเรียวบางตอกไข่ไก่สดลงในชามกระเบื้องเคลือบ เนื้อไข่แดงสีส้มสดนูนเด่นบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ที่นางแอบดึงออกมาจาก 'มิติลับ' กองเสบียงทหารยุคไฮเทคเมื่อครู่ “ฮูหยิน...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นจากมุมห้อง แม่ทัพเว่ยอิงก้าวออกมาจากเงาสลัว ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองสีเข้มมีร่องรอยผ่านศึกมาโชกลำ นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นมองภรรยาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เขารู้ดีว่าหลี่เฉิงพาคนมาด้วยจุดประสงค์ใด—ข้อหาคดโกงเสบียงทหารที่ถูกกุเรื่องขึ้นเพื่อบีบให้เขาพ้นจากตำแหน่ง “ท่านแม่ทัพคิดว่าเสียงเห่าหอนข้างนอกนั่น จะทำให้ไข่ตุ๋นในมือข้าเสียรสชาติหรือ?” ฟางเซียนเอ่ยกลั้วหัวเราะ น้ำเสียงของนางเจือความเย้าหยวนแต่เด็ดเดี่ยว นางหันไปสบตากับสามีผู้เย็นชา ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ทำเอาหัวใจแกร่งของแม่ทัพหนุ่มกระตุกวูบ เว่ยอิงขมวดคิ้วมุ่น “เจ้าไม่กลัวหรือ หลี่เฉิงมันพาทหารมาเป็นกองร้อย...” “กลัวหรือคะ?” ฟางเซียนเลิกคิ้วเรียวสวย นางวางชามไข่ลงแล้วก้าวเข้าไปใกล้สามี กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งร่ำและกลิ่นไอร้อนจากเตาไฟลอยอบอวลอยู่ระหว่างคนทั้งสอง “คนพวกนั้นเป็นเพียงสุนัขรับใช้ที่ไร้สมอง แต่สามีของข้า... คือแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ที่กุมอำนาจในค่ายทหารทางเหนือ ท่านจะปล่อยให้สุนัขบ้ามาเห่าหอนหน้าบ้านโดยไม่สั่งสอนมันหน่อยหรือคะ?” คำพูดนั้น... ทั้งอวดดีและเย้ายวนในคราเดียวกัน เว่ยอิงชะงักไป ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าเนียนใสของภรรยาที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่านางน่ารำคาญและไร้ประโยชน์ แต่วันนี้... แววตาสดใสคู่นั้นกลับเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจบางอย่างที่ดึงดูดสายตาจนละไปไม่ได้ *ปึง!* ประตูกระท่อมถูกถีบกระเด็นเปิดออกอย่างแรง หลี่เฉิงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยหยันบนใบหน้าอัปลักษณ์ ด้านหลังมีทหารยามถือดาบเปลือยคมกริบตามเข้ามาล้อมกรอบ “ฮ่าๆๆ! ท่านแม่ทัพเว่ย ท่านช่างสำราญใจเสียจริงนะ กองทัพกำลังจะพังพินาศเพราะข้อหาทุจริต แต่ท่านยังมีอารมณ์มานั่งกินข้าวกับภรรยาขี้โรคอยู่อีกหรือ!” หลี่เฉิงหัวเราะเสียงแหลม กวาดสายตามองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดที่เตาไฟซึ่งส่งกลิ่นหอมฟุ้งชวนน้ำลายสอ เว่ยอิงยังไม่ทันได้ขยับตัว หลินฟางเซียนก็ก้าวออกไปยืนบังหน้าสามีไว้ครึ่งก้าว รอยยิ้มบนใบหน้าของนางหายวับไป แทนที่ด้วยแววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก “ใต้เท้าหลี่... ดูท่าท่านคงจะลืมกฎข้อแรกของการเป็นขุนนางที่ดีเสียแล้วกระมัง” เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น ทว่ากังวานก้องไปทั่วห้องจนทุกคนต้องชะงัก “นังตัวดี! เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาพูดจาอวดดีกับข้า!” หลี่เฉิงหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ “สิทธิ์ที่ข้าเป็นภรรยาของแม่ทัพหลวงอย่างไรล่ะคะ!” ฟางเซียนก้าวเข้าไปหาช้าๆ ท่วงท่าองอาจราวนางพญา “ท่านบุกรุกเคหสถานยามวิกาลโดยไม่มีราชโองการ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายอาญาร้ายแรง ยิ่งไปกว่านั้น... ข้อหาทุจริตที่ท่านกุขึ้นมาปรักปรำสามีข้า หากตรวจสอบบัญชีลับของท่านที่ซ่อนไว้ในหอนางโลมทางใต้ของเมือง ข้าเกรงว่าหัวบนบ่าของใต้เท้าหลี่คงอยู่ได้อีกไม่เกินสามวัน!” รอยยิ้มเยาะบนหน้าหลี่เฉิงแข็งค้างทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ “เจ้า... เจ้าพูดเหลอไหลอะไร! ข้าไม่มีบัญชีบ้าบออะไรทั้งนั้น!” “ไม่มีหรือคะ?” ฟางเซียนยิ้มมุมปาก นางหยิบถาดไม้ที่จัดเตรียมไว้อย่างประณีตขึ้นมา กลิ่นหอมกรุ่นของ ‘โจ๊กหมูสับเห็ดหอม’ และ ‘ไข่ตุ๋นเนื้อเนียนนุ่ม’ ลอยฟุ้งกลบกลิ่นคาวเลือดและสนิมเหล็กนอกบ้านจนหมดสิ้น นางหันไปส่งสายตาอ่อนโยนให้เว่ยอิง “ท่านพี่คะ... อาหารเช้าของเราพร้อมแล้ว อย่าปล่อยให้สุนัขข้างถนนมาทำให้เสียรสชาติเลยค่ะ เชิญท่านทานก่อนเถอะ ส่วนเรื่องขยะชิ้นนี้... เดี๋ยวข้าจัดการเอง” เว่ยอิงมองภรรยาด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ ความเด็ดเดี่ยว ฉลาดเฉลียว และมีชั้นเชิงของนางในยามนี้ ทำให้หัวใจที่ด้านชาของแม่ทัพหนุ่มเกิดระลอกคลื่นแห่งความหลงใหลอย่างรุนแรง เขาพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะไม้ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่ทำเอาหลี่เฉิงเข่าอ่อน “ภรรยาข้าพูดถูก... เจ้ากล้าดียังไงถึงมารบกวนเวลามื้อเช้าของเรา?” หลี่เฉิงหน้าซีดเผือด ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นรังสังหารแผ่ออกมาจากร่างของแม่ทัพหนุ่ม ทว่า... ในวินาทีที่ความตึงเครียดกำลังถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าของม้าร่วมร้อยชีวิตก็ควบตะบึงเข้ามาหยุดที่หน้าเรือน พร้อมกับเสียงตะโกนรายงานที่ดังลั่นทะลุเข้ามาในความมืด “แม่ทัพใหญ่! ราชโองการด่วนจากเมืองหลวง... ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ตรวจสอบคดีทุจริตของขุนนางท้องถิ่น และผู้ที่ถูกส่งมาคุมคุมสอบสวนคดีนี้ด้วยพระองค์เองคือ... อ๋องแปดผู้โหดเหี้ยม!” หลินฟางเซียนชะงักมือที่กำลังตักโจ๊กป้อนสามี รอยยิ้มบนใบหน้าค้างไปชั่วขณะ เมื่อนามนั้นลอยเข้าหู... *‘อ๋องแปด’*... บุรุษผู้เป็นอดีตคู่หมั้นในร่างเดิมที่นางเพิ่งลั่นวาจาถอนหมั้นไปเมื่อชาติก่อน และเขาก็คือคนเดียวกับที่กุมความลับเรื่องมิติลับของนางไว้ทั้งหมด! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — ดัชเชสโพดำ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%