เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกดังสนั่นจนกาน้ำชาลวดลายครามสั่นสะเทือน หยดน้ำชาสีอำพันกระเซ็นเปรอะเปื้อนกระดาษสัญญากู้ยืมเงินที่วางอยู่เบื้องหน้า
"หลินฟางเซียน เจ้าอย่าได้ใจให้มันมากนักนะ! แค่สะใภ้ตกอับที่สามีถูกส่งไปชายแดนอย่างไร้แววจะได้กลับมา เจ้ายังมีหน้ามาทวงสิทธิ์ในยุ้งฉางของตระกูลเว่ยอีกหรือ?"
น้ำเสียงแหลมสูงของสะใภ้รองตระกูลเว่ยดังแผดขึ้นด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาคู่รีถลึงมองหญิงสาวที่นั่งไขว่ห้างจิบชาด้วยท่าทีสบายอารมณ์ รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของฟางเซียนทำให้คนที่กำลังเดือดดาลแทบคลั่งตายไปเสียตรงนั้น
หลินฟางเซียนวางถ้วยชาลงอย่างนุ่มนวล เสียงกระทบกับจานรองดัง ‘กริ๊ก’ เบาๆ แต่มันกลับทรงพลังราวกับเสียงค้อนพิพากษา นางปรายตามองหญิงตรงข้ามด้วยแววตานิ่งสงบ เย็นเยียบ และทรงอำนาจจนอีกฝ่ายเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"สิทธิ์ในยุ้งฉางหรือคะ?" ฟางเซียนทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนถึงกระดูก "ในเมื่อท่านแม่ออกปากขับไล่พวกเราให้ออกมาอยู่เรือนท้ายสวนที่ผุพัง พร้อมกับหนี้สินก้อนโตที่พวกท่านจงใจยัดเยียดให้ ยุ้งฉางหลักของตระกูลเว่ยก็ควรเป็นของพวกท่านไปให้หมดสิทธิ์ถูกต้องแล้วค่ะ... แต่กระดาษสัญญาเงินกู้ฉบับนี้ ที่มีลายมือพิมพ์นิ้วมือของท่านพี่เว่ยอิงถูกบังคับให้เซ็นก่อนออกเดินทางล่ะคะ มันสมควรแก่เหตุผลหรือไม่?"
บรรยากาศในห้องโถงเล็กๆ กลับมาเงียบกริบอีกครั้ง สะใภ้รองหน้าซีดเผือดลงทันที นางไม่คาดคิดว่าสตรีโง่เขลาเบาปัญญาที่วันๆ เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายและหาเรื่องตบตีกับชาวบ้านคนเดิม จะหายตัวไปชั่วข้ามคืนแล้วกลายร่างเป็นปีศาจผู้รอบจัดเช่นนี้ แววตาของฟางเซียนในยามนี้ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวของผู้ที่ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง
ใช่... นางไม่ใช่หลินฟางเซียนคนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ย้อนกลับไปเมื่อคืนก่อน ความทรงจำอันเจ็บปวดของการเป็น 'นางร้าย' ที่ต้องจุดจบด้วยการถูกประหารชีวิตเพราะไปขัดขวางเส้นทางรักของตัวเอกยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงสำนึก ทว่าสิ่งที่ทำให้ฟางเซียนตื่นตะลึงยิ่งกว่าการได้ฟื้นคืนชีพในร่างเดิม คือ 'มิติลับ' ที่ติดตัวนางข้ามภพมาด้วย
เพียงแค่จิตนึกคิดเมื่อคืนนี้ นางก็สามารถทะลุเข้าไปในคลังแสงและกองเสบียงสำรองขนาดมหึมาของกองทัพยุคศตวรรษที่ 21 ได้! ที่นั่นเต็มไปด้วยกระสอบข้าวสารชั้นดี น้ำมันพืชขวดใหญ่ เนื้อสัตว์แปรรูปบรรจุสุญญากาศ เมล็ดพันธุ์พืชตัดแต่งพันธุกรรมที่ให้ผลผลิตสูงลิ่ว รวมถึงเครื่องมือทางการเกษตรทันสมัยที่ล้ำหน้ายุคสมัยนี้ไปนับร้อยปี
การกลับมามีชีวิตครั้งนี้ ต่อให้ตระกูลเว่ยจะไร้คุณธรรม หรือสภาพความเป็นอยู่จะอดอยากยากแค้นเพียงใด นางก็จะไม่ยอมก้มหัวให้ความยากจนเด็ดขาด! ชีวิตใหม่นี้ นางจะเป็นผู้กำหนดความมั่งคั่งด้วยสองมือของตนเอง
"เอาสัญญาบ้าบอคอแตกนี่กลับไปเสียนะคะ" ฟางเซียนเลื่อนกระดาษแผ่นนั้นคืนกลับไปอย่างไม่ใยดี "ส่วนเรื่องที่ดินทำกินท้ายสวนสามหมู่ที่พวกท่านตั้งใจทิ้งไว้ให้พวกเราอดตาย... ดิฉันขอรับไว้ด้วยความเต็มใจค่ะ และหวังว่าเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว พวกท่านจะไม่มาทำหน้าหนาขอส่วนแบ่งจากผลผลิตของเราก็แล้วกัน"
"เจ้า... นังสารเลว!" สะใภ้รองกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ สะบัดหน้าหนีแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากเรือนแทบไม่ทัน
เมื่อความวุ่นวายสงบลง หลินฟางเซียนจึงทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยอ่อนเล็กน้อย นางหลับตาลงตั้งสติ แล้วส่งจิตดิ่งลึกเข้าไปยัง 'มิติลับ' ทันที
วับ!
ภาพเบื้องหน้าเปลี่ยนจากห้องโถงเก่าๆ กลายเป็นห้องโถงสีขาวสะอาดตา ชั้นวางสินค้าเรียงรายยาวสุดลูกหูลูกตา กองกระสอบข้าวหอมมะลิชั้นดีสูงเสียดฟ้า กลิ่นหอมจางๆ ของธัญพืชและเสบียงกรังโชยแตะจมูก นางเดินสำรวจไปยังโซนเมล็ดพันธุ์ หยิบซองเมล็ดพันธุ์ผักกาดและมะเขือเทศสีดาขึ้นมาพิจารณา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก
"ดินท้ายสวนที่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยหินรึ? สำหรับคนอื่นอาจเป็นคราวเคราะห์ แต่สำหรับหลินฟางเซียนผู้นี้ มันคือโอกาสทองในการสร้างอาณาจักรเกษตรกรรมต่างหากล่ะคะ"
นางเลือกหยิบกระสอบปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงและเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีสายพันธุ์ทนแล้งออกมาจากมิติ พร้อมกับอุปกรณ์ขุดดินขนาดกะทัดรัด เมื่อจิตสั่งการ ร่างของนางก็ปรากฏกลับมานั่งอยู่ที่เดิมในเรือนพัก พร้อมกับกองเสบียงขนาดย่อมที่ถูกลำเลียงออกมาวางกองไว้มุมห้องอย่างเงียบเชียบ
ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน แสงแดดส่องกระทบผืนดินแห้งแล้งท้ายสวน หลินฟางเซียนในชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบแต่สะอาดสะอ้านกำลังลงมือพรวนดินด้วยความทะมัดทะแมง แม้ร่างกายในร่างนี้จะบอบบางอยู่บ้าง แต่ด้วยจิตวิญญาณที่แกร่งกล้าและการฝึกฝนจากมิติลับ ทำให้นางไม่อ่อนข้อให้ความเหนื่อยล้าเลยแม้แต่น้อย
กลิ่นดินชื้นๆ ที่ถูกขุดพลิกขึ้นมาผสมผสานกับสายลมเย็นยามบ่าย ทำให้ความรู้สึกดิบเถื่อนของชนบทแห่งนี้มีความอบอุ่นแปลกประหลาด
"เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?"
เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ฟางเซียนสะดุ้งเล็กน้อย นางหันไปมองก็พบกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมทหารเก่าคร่ำคร่า ใบหน้าคมคายมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางคิ้ว ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองนางด้วยความลึกล้ำและเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชา
เว่ยอิง... สามีในนามผู้เพิ่งกลับจากการลาดตระเวนชายแดนด้วยสภาพสะินท่อนเหนื่อยล้า เขายังไม่ทันได้พักผ่อนด้วยซ้ำ แต่กลับรีบเร่งเดินมาดูภรรยาที่เรือนท้ายสวนทันทีที่ได้ยินข่าวลือหนาหูในหมู่บ้าน
ฟางเซียนวางจอบในมือลง นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ทัพไร้พ่าย รอยยิ้มบางๆ ที่จริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน "ท่านพี่... กลับมาแล้วหรือคะ? เหนื่อยไหม?"
เว่ยอิงชะงักไปเล็กน้อย ปกติแล้วภรรยาผู้นี้มักจะส่งเสียงโวยวายและต่อว่าเขาที่ไม่มีเวลาให้ทันทีที่พบหน้า แต่วันนี้... แววตานั้นกลับสงบนิ่ง ทอประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในยามค่ำคืน แถมรอยยิ้มนั้นยังทำให้หัวใจที่ด้านชาของนายทหารหนุ่มกระตุกวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"ข้าไม่เหนื่อย" เว่ยอิงตอบเสียงแหบพร่า สายตากวาดมองผืนดินที่ถูกพรวนไป1แถוอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะเหลือบไปเห็นกองกระสอบเสบียงปริมาณมากที่วางอยู่มุมเรือน ซึ่งเขาจำได้แม่นยำว่ามันไม่มีอยู่ก่อนที่เขาจะออกไปทำภารกิจ "แล้วนี่... ข้าวของพวกนี้มาจากไหน? เจ้าไปเอามาจากผู้ใดกัน?"
ฟางเซียนหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ นางเดินเข้าไปใกล้สามี แกล้งเอื้อมมือไปปัดฝุ่นตามไหล่กว้างของเขาอย่างสนิทสนม สัมผัสอุ่นร้อนจากร่างกายของชายหนุ่มทำให้ใจนางเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ แต่นางก็ยังคงรักษารอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้ได้เป็นอย่างดี
"เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยเล่าให้ฟังทีหลังนะคะท่านพี่..." ฟางเซียนกระซิบเสียงหวานข้างหูเขา ลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอแกร่งทำให้เว่ยอิงตัวแข็งทื่อ "ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ข้าอุุตส่าห์ไป 'หา' ของดีมาจากในป่าลึกเพื่อต้อนรับท่านพี่กลับบ้านโดยเฉพาะเลยนะคะ"
นางผละตัวออกไปอย่างอารมณ์ดี เดินนำหน้าไปยังห้องครัวหลังเล็กที่มีควันไฟลอยกรุ่น กลิ่นหอมฉุยของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นเข้มข้นลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณจนกลบกลิ่นอับชื้นของเรือนพักเสียสิ้น
เว่ยอิงยืนนิ่งงันอยู่กลางลานดิน กลิ่นหอมเย้ายวนนั้นปลุกเร้าสัญชาตญาณความหิวโหย แต่สิ่งที่ดึงดูดใจเขายิ่งกว่าคือแผ่นหลังระหงของภรรยาที่กำลังงגתกงานอยู่ในครัว... นางเปลี่ยนไปราวกับคนละคน และนั่นทำให้เขารู้สึกว่าโลกอันมืดมนของเขากำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
ทว่า ในขณะที่ฟางเซียนกำลังตักน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างมีความสุข เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าเรือนก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง ราวกับมีคนจงใจมาทำลายบรรยากาศอันแสนอบอุ่นนี้
*ปังก! ปังก! ปังก!*
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! หลินฟางเซียน! ข้าได้รับรายงานมาว่าพวกเจ้าแอบซ่อนเสบียงหลวงไว้ในเรือน เป็นความผิดฐานซ่องสุมกำลังเตรียมก่อกบฏ โทษนี้มีแต่ตายสถานเดียว!"
เสียงตะโกนก้องด้วยความสะใจของ 'หลี่เฉิง' นายอำเภอจอมฉ้อฉลผู้เป็นอริเก่าของตระกูลเว่ยดังทะลุเข้ามาในความมืด พร้อมกับเสียงฝีเท้าของกองกำลังทหารยามนับสิบคนที่กรูกันเข้ามาปิดล้อมเรือนพักหลังน้อยไว้จนแน่นหนา
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของนางร้ายสายสตรองคนนี้ด้วยนะคะ!
นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง•ตอนที่ 2
มิติลับที่มาพร้อมกองเสบียง
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!