กลิ่นอับของเศษฟางชื้นแฉะและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งเตะนาสิกจนหลินฟางเซียนต้องขมวดคิ้วมุ่น ความเจ็บแปลบที่แล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลังและข้อพระกรราวกับร่างถูกรถบรรทุกสิบล้อชนซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือสิ่งแรกที่ปลุกประสาทสัมผัสของนางให้ตื่นตัว
ที่นี่... ไม่ใช่นรกภูมิที่ควรจะแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้น หลังจากที่นางถูกพิษร้ายกาจจนกระอักเลือดตายอย่างอนาถในตำหนักเย็นอันหนาวเหน็บเมื่อชาติก่อน
"ฟื้นขึ้นมาแล้วหรือเจ้าคะ อีตัวไร้ค่า! นึกว่าจะนอนตายสมใจอยากเสียแล้วกระมั้ง!"
เสียงแหลมปรี๊ดของ 'สะใภ้รองหลี่' ดังบาดแก้วหูจนฟางเซียนต้องหรี่ตาปรับโฟกัส ภาพเบื้องหน้าปรากฏเป็นเรือนไม้เก่าคร่ำคร่า ฝาผนังผุพังจนลมหนาวพัดโชยเข้ามาบาดผิวเนื้อ และร่างของหญิงวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วนกำลังยืนเท้าสะเอว ส่งสายตาดูถูกเหยียดหยามมาที่นางราวกับนางเป็นเศษสวะข้างถนน
หากเป็นหลินฟางเซียนคนเก่าในอดีต นางคงกรีดร้อง อาละวาด ฟาดงูฟาดงาจนเรือนแทบแตก แต่วินาทีนี้... สตรีที่นอนอยู่บนพื้นฟางแข็งๆ กลับค่อยๆยันกายลุกขึ้นอย่างช้าๆ นัยน์ตาหงส์ที่เคยขุ่นมัวด้วยความริษยาบัดนี้กลับคมกริบดั่งใบมีดอาบยาพิษ กลิ่นอายความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่างบอบบางจนสะใภ้รองหลี่ถึงกับผะเผงถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"เจ้า... มองหน้าข้าเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร! อยากโดนโบยเพิ่มอีกสักสามสิบไม้หรือไร ถึงได้กล้าส่งสายตาอวดดีใส่ข้า!" สะใภ้รองหลี่เชิดหน้าขึ้นพยายามเรียกความมั่นใจกลับมา พร้อมกับชี้หน้าด่าทอต่อ "อย่าลืมนะว่าเจ้ามันก็แค่นางตัวซวยที่แต่งเข้าสกุลเว่ยมาผลาญเสบียง สามีของเจ้าก็ไปรชายแดนไม่รู้จะตายห่าวันไหน ส่วนเจ้าก็เป็นแค่ภาระที่ท่านแม่สามีเกลียดชัง วันนี้แหละ ข้าจะมาจัดการยึดเครื่องประดับชิ้นสุดท้ายของเจ้าไปชดใช้ค่าเสียหายที่เจ้าทำหม้อข้าวแตกเมื่อวาน!"
ว่าแล้วมืออวบอูมก็พุ่งเข้ามาหมายจะกระชากมวยผมของฟางเซียนทันที
ทว่า... รวดเร็วยิ่งกว่าความคิด หลินฟางเซียนเบี่ยงกายหลบอย่างงดงาม มือเรียวคว้าจับข้อมือของอีกฝ่ายไว้มั่น บิดองศาด้วยแรงกดจุดที่เรียนรู้มาจากหน่วยรบพิเศษในภพก่อนอย่างแม่นยำ
*กร๊อบ!*
"โอ๊ย! แม่เจ้าโว้ย! แขนข้า! นังบ้า หล่อนกล้าหักแขนข้าหรือ!" สะใภ้รองหลี่กรีดร้องโหยหวนราวกับหมูถูกตอน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจนแทบสำลักน้ำลายตัวเอง
"จำใส่กะโหลกหนาๆ ของเจ้าไว้ให้ดี..." ฟางเซียนโน้มใบเข้าไปกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ข้าคนเดิมที่ยอมให้พวกเจ้าโขกสับ ตายไปพร้อมกับความโง่เขลาในชาติก่อนแล้ว นับจากวินาทีนี้ ใครหน้าไหนที่บังอาจล้ำเส้นข้า... ข้าจะทำให้มันไม่มีแผ่นดินจะซุกหัวนอน แม้แต่เศษข้าวสุนัขก็จะไม่ให้เหลือตกถึงท้อง!"
ผลัก!
นางสะบัดมือออกอย่างไม่ใยดี จนสะใภ้รองหลี่เซถลาล้มก้นกระแทกพื้น เรือนร่างอ้วนท้วนกลิ้งหลุนๆ ไปชนกับชั้นวางของเก่าๆ จนฝุ่นตลบอบอวล
สะใภ้รองหลี่หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว นางไม่เคยเห็นแววตาที่น่ากลัวปานพญายมราชเช่นนี้จากปากของนายน้อยรองผู้ตกอับมาก่อน หญิงอ้วนลهاลนลานคลานหนีออกจากเรือนราวกับเห็นผีสาง พร้อมกับแผדเสียงโวยวายลั่น "ว้าย! ผีหลอก! นังฟางเซียนมันผีเข้า! ช่วยด้วยยย!"
ความเงียบสงบกลับมาสู่เรือนร้างอีกครั้ง ฟางเซียนผ่อนลมหายใจยาวเหยียด นางยกมือขึ้นลูบหน้าผากที่มีรอยฟกช้ำ ทันใดนั้น ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก็แล่นวาบเข้ามาในจิตสำนึก... 'มิติลับ'
จิตของนางถูกดึงดูดวูบเข้าไปสู่พื้นที่สีขาวกว้างใหญ่ไพศาล เบื้องหน้าคือกองเสบียงทหารมหาศาล ข้าวสารชั้นดี น้ำมันเกลือ อาหารกระป๋อง เมล็ดพันธุ์พืชพันธุ์ดีจากโลกอนาคต และที่สำคัญที่สุดคือห้องครัวสมัยใหม่ที่มีอุปกรณ์ครบครัน มุมปากของอดีตนางร้ายยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความตื่นตระหนกหายSับไป แทนที่ด้วยความกระตือรือร้น ทุนรอนและทรัพยากรพร้อมมูลขนาดนี้ การจะพลิกฟื้นฐานะตระกูลเว่ยที่ยากจนข้นแค้นและตบหน้าบรรดาญาติจอมปลอมให้กระอักเลือดเล่น... ช่างเป็นเกมที่น่าสนุกเสียจริง
ฟางเซียนถอนจิตกลับมาสู่โลกความจริง ท้องเพิ่งส่งเสียงร้องโครกครากว่าหิวโหย นางกวาดสายตามองวัตถุดิบก้นครัวที่มีเพียงแป้งสาลีขึ้นราและผักกาดเหี่ยวๆ สองหัว
*หึ ของแค่นี้... จะทำให้อาหารเลิศรสสะท้านฟ้าได้อย่างไร?*
นางจัดการหยิบเนื้อหมูสามชั้นเกรดพรีเมียมและเครื่องเทศหอมกรุ่นจากในมิติลับออกมาอย่างเงียบเชียบ กลิ่นหอมของเครื่องพะโล้และเนื้อหมูตุ๋นเริ่มโชยตีจมูก ทว่าในขณะที่นางกำลังง่วนอยู่กับการเคี่ยวหมูสามชั้นในหม้อดินเผาใบเก่า เพื่อรอให้หนังหมูนุ่มละมุนลิ้นและน้ำซุปเข้มข้นกลมกล่อมจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณบ้าน...
จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงของใครบางคนก็หยุดชะงักลงที่หน้าประตูเรือน
*แอ๊ด...*
ประตูไม้ผุพังถูกผลักเปิดออก ปรากฏร่างสูงใหญ่สง่างามของชายหนุ่มในชุดเกราะทหารเก่าคร่ำคร่า ใบหน้าคมคายดุดันมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางตา แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองเข้ามาในห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของนาง
นั่นคือ 'เว่ยอิง' สามีแม่ทัพผู้เย็นชาที่นางเคยหวาดกลัวและรังเกียจในชาติก่อน
เว่ยอิงขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้กลิ่นหอมเย้ายวนของอาหารที่ลอยเตะจมูก ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาชะงักไม่ใช่กลิ่นหมูตุ๋น หากแต่เป็นสายตาของภรรยาที่มองตรงมายังเขา... ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีความรังเกียจ มีเพียงประกายระยิบระยับบางอย่างที่ชวนให้หัวใจแกร่งของแม่ทัพหนุ่มกระตุกวูบอย่างประหลาด
"เจ้า..." เว่ยอิงเปิดปากด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า "ทำอะไรอยู่?"
ฟางเซียนชะوกทัพพีในมือ รอยยิ้มพรายปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางหันไปสบตาคมกริบของสามี ก่อนจะตักหมูสามชั้นตุ๋นสีอำพันชิ้นโตขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งเย้ากยวนกึ่งท้าทาย
"ท่านแม่ทัพกลับมาพอดีเลยเจ้าค่ะ... สนใจจะชิมฝีมือเมียรักของท่านสักคำไหมคะ? รับรองว่ากินแล้ว... ท่านจะไม่มีวันอยากหย่ากับข้าไปชั่วชีวิตแน่นอน"
ดัชเชสโพดำขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เส้นทางแห่งการล้างแค้นและความมั่งคั่งนี้ด้วยกันนะคะ!
นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง•ตอนที่ 1
ฟื้นจากความตายในจวนร้าง
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!