นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง•ตอนที่ 17

การฝึกฝนวิชาบู๊ของนางเอก

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
เสียงปังของท่อนไม้หนาที่ถูกฟาดเข้ากับตอไม้เนื้อแข็งดังสะท้านไปทั่วลานหลังเรือน ไอร้อนจากเหงื่อกาฬที่ผุดพรายบนแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ทัพใหญ่ หาได้ลดทอนความดุดันสง่างามลงแม้แต่น้อย หากแต่ภาพที่ดึงดูดสายตาของหลินฟางเซียนในยามนี้ กลับไม่ใช่ความแข็งแกร่งป่าเถื่อนนั้น... แต่เป็นความตึงเครียดในราชสำนักที่เพิ่งลอยวนเวียนเข้ามาในหัวต่างหาก ฮองเฮาเรียกตัวทันทีที่ยอดขนมถล่มทลาย... ดูท่าทาง หมากกระดานนี้ พวกมันคงทนเห็นความสำเร็จของนางไม่ได้อีกต่อไปแล้วสินะเพคะ! "ถ้ายังเหวี่ยงศอกด้วยองศาเดิม เจ้าจะไม่มีทางป้องกันตัวจากพวกนักฆ่าเดนตายในวังหลวงได้เลย ฟางเซียน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องหันมามอง เว่ยอิงวางท่อนไม้ลง เขาใช้หลังมือปาดเหงื่อบนหน้าผากลวกๆ ก่อนจะหันมามองภรรยาตัวน้อยที่ยืนถือกระบี่ไม้เนื้อดีทำหน้ามุ่ยอยู่ข้างแปลงสมุนไพร ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองนางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเอ็นดูระคนเคร่งเครียด ฟางเซียนแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ นางก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวสามี กลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นดินกลิ่นไม้จางๆ ลอยเข้าจมูก แต่นางไม่ใช่สตรีอ่อนแอในห้องหอที่จะมาใจเต้นตักตักกับเรื่องแค่นี้ ในเมื่อเบื้องบนเริ่มส่งสัญญาณลอบกัด นางย่อมต้องติดอาวุธให้ตัวเองทั้งทางบุ๋นและทางบู๊! "ข้าไม่ได้จะไปออกรบแนวหน้าเสียหน่อย ท่านพี่ แค่เข้าวังไปรับมือกับอีตาขันทีหน้าขาวกับบรรดาพระสนมปากร้าย จะต้องถึงขั้นใช้กระบี่ทลายค่ายกลเชียวหรือคะ" นางเอ่ยแย้งพลางใช้ปลายกระบี่ไม้เคาะเบาๆ ที่รองเท้าบูทของเขา "ในวังหลวงอันเน่าเฟะ ลูกไม้พิษมีเร็วกว่าลูกธนู" เว่ยอิงสาวเท้าเข้ามาประชิด ร่างสูงใหญ่ก้มลงมองภรรยาจนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ฝ่ามือหนาหยาบกร้านเอื้อมไปจับข้อมือเรียวของนาง จัดท่าทางใหม่ด้วยความนุ่มนวลแต่เด็ดขาด "ข้อมือต้องเกร็งอย่างนี้... เวลาพวกมันเข้ามาประชิดตัว อย่ารอให้ตั้งหลัก ใช้ศอกกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ แล้วหมุนตัวเตะตัดขาเสีย" พูดจบ แม่ทัพหนุ่มก็ดึงร่างบางเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของนางแนบชิดกับอกแกร่ง เขาใช้มือข้างหนึ่งประคองเอวคอด อีกข้างจับมือเรียวให้ตวัดกระบี่ทำมุมสี่สิบห้าองศา สัมผัสอุ่นร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า ทว่าสมองของฟางเซียนกลับไม่ได้เคลิบเคลิ้ม นางกำลังจดจำทุกท่วงท่าและแรงกดที่เขาถ่ายทอดให้อย่างรวดเร็วราวกับฟองน้ำซับน้ำ นี่คือทักษะการเอาตัวรอดที่นางจำเป็นต้องมี... ในเมื่อมิติลับของนางมีทั้งคลังแสงและเมล็ดพันธุ์พืชวิเศษ แต่ถ้าเจ้าของร่างนี้ไร้เรี่ยวแรงปกป้องตัวเอง มีหวังคงถูกพวกเจ้านายในวังสูบวิญญาณจนไม่เหลือซากแน่! "อื้อ แบบนี้หรือคะ?" ฟางเซียนพลิกข้อมือตามที่เขาสอนอย่างคล่องแคล่ว แรงเหวี่ยงของศอกกระแทกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวเบาๆ เว่ยอิงยิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับด้วยความภาคภูมิใจ "ฉลาดนัก... เมียข้าเรียนรู้เร็วกว่าพลทหารใหม่ในค่ายเสียอีก" "แน่นอนสิคะ ข้าไม่ใช่สตรีสะบัดผ้าเช็ดหน้าคอยซับน้ำตาเสียหน่อย หากใครกล้าลอบกัดข้าในวังหลวงพรุ่งนี้ ข้าจะเอาวิชาที่ท่านสอนนี่แหละ ไปฝากฝังไว้บนซี่โครงพวกมันให้สาสม!" นางกล่าวด้วยแววตาวาวโรจน์เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และเด็ดเดี่ยว บรรยากาศรอบกายพลันอบอุ่นขึ้นท่ามกลางลมหนาวปลายฤดู เว่ยอิงสวมกอดนางจากด้านหลัง หลับตาลงสูดดมกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของภรรยา ราวกับต้องการตักตวงความสงบสุขนี้ไว้ให้มากที่สุด ก่อนที่พายุลูกใหญ่ในวังหลวงจะโหมซัดเข้ามาในวันพรุ่งนี้ ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความใกล้ชิด เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับเหยียบอยู่บนเปลวไฟก็ดังขึ้นจากหน้าประตูเรือนพ่อบ้านหลิววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เขาล้มตัวคุกเข่าลงกับพื้นทันทีโดยไม่ห่วงสังขาร "นายท่าน! ฮูหยิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!" ฟางเซียนชะงัก นางผละออกจากอ้อมกอดของสามีทันที สายตาคมกวาดมองพ่อบ้านด้วยความนิ่งสงบแต่วิตก "มีเรื่องอันใดรีบร้อนนัก พ่อบ้านหลิว ลุกขึ้นพูดดีๆ" พ่อบ้านหลิวตัวสั่นเทา ละล่ำละลักเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่ขาดห้วง "ราชโองการ... ราชโองการด่วนจากขันทีหน้าพระพักตร์เพิ่งมาถึงหน้าเรือนแล้วขอรับ... พวกมันไม่ได้เรียกแค่ตัวฮูหยินเข้าวังอย่างเดียว แต่... แต่..." เว่ยอิงขมวดคิ้วมุ่น รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างทันที "แต่ทำไม พูด!" "พวกมันนำกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรมาปิดล้อมรอบหมู่บ้านแล้วขอรับ! และข้อหาที่พวกมันนำมา คือการกล่าวหาว่าฮูหยิน... ลักลอบค้าขายอากรเถื่อนและใช้มนต์ดำสะกดจิตชาวบ้านให้หลงไหลในสินค้า!" คำว่า 'มนต์ดำ' หลุดออกมาพร้อมกับเสียงลมหนาวที่พัดกระโชกแรงจนหน้าต่างเรือนไม้ลั่นเอี๊ยดอาร์ด ฟางเซียนหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากทันที หมากตานี้ช่างสกปรกและรวดเร็วกว่าที่คิด... พวกมันคงกลัวว่าอำนาจการค้าใบชาและแป้งสาลีของนางจะสั่นคลอนบัลลังก์ของพวกมันสินะเพคะ! นางหันไปสบตากับสามีผู้เป็นแม่ทัพ นัยน์ตาทั้งคู่ประกายแสงแห่งความดุดันและพร้อมจะฟาดฟันอย่างไร้ความปรานี! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดุเดือดนี้เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%