นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง•ตอนที่ 15

การมาเยือนของราชวงศ์

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมกรุ่นของชาไป๋หลินชั้นดี ทำให้บรรยากาศในห้องรับรองของจวนตระกูลเว่ยเวลานี้ช่างชวนอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก พัสดุห่อผ้าแพรปักลายหงส์หักปีกชุ่มเลือดวางนิ่งสนิทอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์หอม ด้านข้างมีตราประทับประจำตระกูลหลี่—ศัตรูทางการเมืองตัวฉกาจที่หมายหัวสามีของนางมาโดยตลอด "บังaarnนัก! ส่งโจรมาปล้นเสบียงของหลวงแถมยังกล้าส่งสาส์นท้าทายถึงเรือน ข้าจะยกกองกำลังไปกวาดล้างพวกมันให้ราบเป็นหน้ากล้าววันนี้!" เสียงทุ้มต่ำของแม่ทัพเว่ยอิงคำรามลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันราวกับพญาอินทรีที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสนามเต็มยศขยับเข้าใกล้โต๊ะด้วยความเกรี้ยวกราด มือหนาเอื้อมหมายจะคว้าตราประทับนั้นด้วยความโมโห "ช้าก่อนค่ะท่านพี่..." เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น หลินฟางเซียนวางถ้วยชาลงบนจานรองอย่างนุ่มนวล ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกตกใจใดๆ แม้แต่น้อย นางในชุดผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีมุกก้าวเข้าไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ ส่งยิ้มบางๆ ที่เคลือบด้วยความเฉียบคมราวกับใบมีดซ่อนในแพรไหม ฟางเซียนปรายตามองห่อผ้าเปื้อนเลือดนั้นด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ตระกูลหลี่คิดว่าส่งของพวกนี้มาข่มขู่แล้วนางจะหวาดกลัวจนมุมอย่างนั้นหรือ? น่าขันสิ้นดี พวกมันคงไม่รู้เสียแล้วว่าวิญญาณที่อยู่ในร่างนี้ หาใช่คุณหนูในห้องหอผู้ไร้เดียงสาอีกต่อไป แต่คือนักบริหารสาวมือฉกาจผู้ผ่านสมรภูมิธุรกิจและการเมืองมาโชกโชนจากอีกโลกหนึ่งต่างหาก! "พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ท้าทายเราหรอกค่ะท่านพี่..." ฟางเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าฟัง นัยน์ตากลมโตสุกใสทอประกายวิบวับอย่างเจ้าเล่ห์ "แต่พวกมันกำลังร้อนใจ เพราะสินค้าเกษตรล็อตแรกจาก 'มิติลับ' ของเรากำลังจะตีตลาดมืดจนพวกมันขาดทุนย่อยยับต่างหากล่ะคะ การปล้นกลางทางเป็นแค่การแสดงงิ้วฉากแรก เพื่อบีบให้เราแสดงความบุ่มบ่ามออกมา หากท่านยกทัพไปตอนนี้ ก็เท่ากับติดกับดักของพวกมันพอดิบพอดี" เว่ยอิงชะงัก ดวงตาคมกริบมองภรรยาด้วยความประหลาดใจแกُمความชื่นชม ตั้งแต่แต่งงานกันมา หญิงสาวตรงหน้ามักจะทำให้เขาประหลาดใจเสมอ นางไม่เพียงแต่มีความรู้เรื่องการเกษตรและการค้าขายล้ำยุค จนเปลี่ยนผืนดินแห้งแล้งให้กลายเป็นขุมทองได้ แต่ความนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวในยามวิกฤตเช่นนี้ ยิ่งทำให้เขารักและหลงใหลนางจนถอนตัวไม่ขึ้น "แล้วเจ้าจะทำอย่างไรเล่า ยอดดวงใจของข้า? จะปล่อยให้พวกมันลูบคมเช่นนี้หรือ?" เว่ยอิงลดน้ำเสียงลง ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนยามที่มองสบตาภรรยา "ปล่อยหรือคะ? หึ... คนอย่างหลินฟางเซียน ใครตบมาข้าไม่เคยคืนแค่รอยยิ้มหรอกค่ะ" นางแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่กลับทำให้บ่าวไพร่ในห้องรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงประกาศก้องจากหน้าจวนก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศตึงเครียด "ราชโองการจากฝ่าบาท! เชิญท่านแม่ทัพเว่ยอิงและฮูหยินรับราชโองการ!" สิ้นเสียงนั้น ข้าราชสำนักในชุดแพรไหมปักลายมังกรทองก็ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง ตามเสด็จด้วยบุรุษหนุ่มในอาภรณ์หรูหราผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับองค์ฮ่องเต้—องค์ชายสามผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์เพทุบายและมักอยู่เบื้องหลังตระกูลหลี่! ฟางเซียนหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองหมุนเร็วจี๋ การมาเยือนของราชวงศ์ในยามวิกฤตเช่นนี้ ชัดเจนเสียยิ่งกว่าแสงอาทิตย์ตอนเที่ยงวัน พวกมันไม่ได้มาเพื่อไกล่เกลี่ย แต่มาเพื่อบีบให้ตระกูลเว่ยเลือกทางเดินระหว่าง 'ยอมจำนน' หรือ 'เป็นกบฏ' องค์ชายสามแย้มยิ้มกริ่ม กวาดสายตามองมาที่ฟางเซียนด้วยแววตาวาบหวามปนดูแคลน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งเยาะกึ่ง "แม่ทัพเว่ย และฮูหยิน... ดูท่าจวนของท่านจะมีปัญหาใหญ่หลวงเสียแล้วกระมั้ง ข้าได้ยินมาว่าสินค้าหลวงถูกปล้นกลางทาง ช่างน่าขายหน้านัก หรือว่า... ตระกูลเว่ยของท่านจะจงใจยักยอกเสียเอง?" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันตาเห็น ความกดดันแผ่ซ่านจนแทบหยุดหายใจ ทุกสายตาจับจ้องมาที่ร่างระหงของฟางเซียนว่าจะรับมือกับข้อกล่าวหาร้ายแรงนี้อย่างไร แต่นางกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ฟางเซียนค่อยๆ ก้าวออกมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับสามี เชิดหน้าขึ้นอย่างสง่างาม รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนเรียวปากอิ่มสวย "องค์ชายตรัสเช่นนี้ ช่างใส่ร้ายป้ายสีเก่งเสียยิ่งกว่าพ่อค้าหน้าเลือดเสียอีกนะคะ..." ฟางเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงกังวานใสกังวานก้องไปทั่วห้อง "แต่ก่อนที่พระองค์จะทรงกล่าวหาใครอย่างไร้หลักฐาน หม่อมฉันเกรงว่า... พระองค์ควรจะทอดพระเนตรสิ่งนี้เสียก่อนเพคะ!" พูดจบ ฟางเซียนก็สะบัดมือเบาๆ ส่งสัญญาณให้สาวใช้คนสนิทนำหีบไม้แกะสลักลวดลายประณีตขึ้นมาเปิดออก กลิ่นหอมเย้ายวนใจของ 'ชาสมุนไพรชั้นเลิศผสมโสมทิพย์' จากมิติลับพวยพุ่งกระจายไปทั่วห้องรับรองทันที พร้อมกับม้วนกระดาษบัญชีการค้าและตราประณามลับที่นางแอบสืบจนได้มา ซึ่งมัดตัวตระกูลหลี่และองค์ชายสามไว้อย่างดิ้นไม่หลุด! องค์ชายสามหน้าถอดสีทันที รอยยิ้มเย่อหยิ่งแข็งค้างอยู่บนใบหน้า เมื่อเห็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่นอนนิ่งอยู่ในมือของหญิงสาว ฟางเซียนยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยประกายแสงแห่งชัยชนะวับวาว นางก้าวเข้าไปใกล้เบื้องพระพักตร์ขององค์ชายสามช้าๆ ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน... "เกมเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเพคะ องค์ชายระวังตัวไว้ให้ดี... เพราะก้าวต่อไป ข้าจะถอนรากถอนโคนพวกท่านให้สิ้นซากคาแผ่นดินนี้เลยทีเดียว!" ดัชเชสโพดำขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%