จอกชาหยกขาวที่ถูกกระแทกกระทั้นลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งจนเกิดเสียงดังลั่น คือคำตอบเดียวที่หลินฟางเซียนมอบให้กับรายงานฉบับล่าสุดจากสายลับในเมืองหลวง
"คนใกล้ตัวอย่างนั้นหรือ..." ดวงตากลมโตคู่คมกริบราวกับหางหงส์หรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง ภายใต้ความเงียบสงบของเรือนรับรองในฟาร์มหลวง มรสุมการเมืองกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ แต่มีหรือที่อดีตตัวร้ายผู้กุมความลับครึ่งค่อนแผ่นดินอย่างนางจะตื่นตระหนก
นิ้วเรียวบางเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ ขณะที่สมองอันปราดเปรื่องกำลังประมวลผลเอกสารลับที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของมิติลับ ข้อมูลทุกชิ้น ใบเสร็จการเงิน และเส้นทางการเคลื่อนไหวของกองกำลังลับ ล้วนชี้ไปที่จุดเดียวกัน จุดที่นางคาดไม่ถึงที่สุด... แต่เมื่อคิดทบทวนดูให้ดีแล้ว มันกลับสมเหตุสมผลเสียจนน่าขัน
"ฮูหยิน เจ้าค่ะ... ท่านแม่ทัพให้คนยกแปลงดอกเบี้ยนารีสีชาดมาไว้ที่เรือนกระจกหลังใหม่แล้วนะเจ้าค่ะ" เสียงกระซิบเบาๆ ของเสี่ยวหลิน สาวใช้คนสนิทที่เดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง ช่วยดึงสติของนางให้หลุดออกจากวังวนแห่งการแก้แค้นชั่วขณะ
หลินฟางเซียนถอนหายใจยาว ปัดกวาดความขุ่นมัวในใจทิ้งไปชั่วคราว ในเมื่อหมากกระดานนี้ยังต้องเดินต่อ การพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางธรรมชาติจึงเป็นอาวุธที่ดีที่สุดในการรักษาความคมชัดของสมอง นางผุดลุกขึ้น ปรับสีหน้าให้กลับมาสดใส แล้วก้าวเท้าออกจากเรือนเพื่อมุ่งหน้าไปยังแปลงเกษตรส่วนตัวที่เว่ยอิงทุ่มเทลงแรงเนรมิตให้ด้วยมือของเขาเอง
ณ แปลงสวนท้ายฟาร์ม บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของดินชื้นและดอกไม้ป่าที่กำลังผลิบาน แม่ทัพหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองผ้าฝ้ายหยาบกำลังง่วนอยู่กับการพรวนดิน ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ขับเน้นผ่านเสื้อผ้าแนบเนื้อ หยาดเหงื่อผุดพรายตามไรผมและลาดไหล่กว้าง ภาพของนายทหารผู้เกรียงไกรในสนามรบที่ยอมก้มตัวลงปลูกผักเอาใจภรรยา ทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของนางร้ายสาวอดยั่นไหวไม่ได้
"ท่านแม่ทัพขยันขันแข็งถึงเพียงนี้ เกรงว่าผักในแปลงคงอายจนไม่กล้าโตแล้วกระมังคะ" หลินฟางเซียนเอ่ยแซوด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พร้อมกับย่างกรายเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยที่นางใช้ประทินผิวลอยแตะจมูก ทำให้เว่ยอิงชะงักมือ
เว่ยอิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบทอประกายอ่อนโยนยวดยัดเมื่อเห็นใบหน้าของภรรยา เขาไม่ได้พูดคำหวานเลี่ยน ทว่ากลับยื่นมือที่เปื้อนดินเล็กน้อยมาคว้ามือเรียวของนางไว้อย่างทะนุถนอม พร้อมกับใช้มืออีกข้างหยิบผลไม้ป่าสีแดงฉ่ำที่ล้างสะอาดแล้วป้อนให้ถึงปาก
"เจ้าบอกว่าอยากกินผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานไม่ใช่หรือ ข้าเลยลองย้ายพันธุ์มาจากป่าด้านหลัง ดูสิ... ลูกนี้หวานที่สุด ข้าคัดมาให้เจ้าโดยเฉพาะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงใจของสามี ทำให้ความเหนื่อยล้าจากการเมืองราชสำนักมลายหายไปสิ้น
หลินฟางเซียนเคี้ยวผลไม้ในปาก รสชาติเปรี้ยวหวานสดชื่นกระจายไปทั่วลิ้น นางแย้มยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ ก่อนจะถือวิสาสะใช้ผ้าเช็ดหน้าของตนซับเหงื่อตามขมับให้เขา "ปากหวานเสียจริง... ท่านพี่ ท่านรู้หรือไม่ว่าวันนี้ข้าเพิ่งรู้ข่าวชวนปวดหัวเรื่องหนึ่ง"
เว่ยอิงรับผ้าเช็ดหน้ามาถือไว้เอง ดวงตาคมกริบวาดประกายเย็นเยียบขึ้นมาวับหนึ่งทันทีที่ได้ยินคำว่า 'ปวดหัว' แม้ภรรยาจะไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่ความฉลาดลึกซึ้งของทั้งคู่ทำให้ไม่ต้องเอื้อMเอ่ยสิ่งใดมากความ
"ปล่อยให้พวกมันดิ้นรนไปก่อนเถอะฟางเซียน วันนี้... เป็นวันพักผ่อนของเรา ข้าไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายช่วงเวลานี้หรอก" เว่ยอิงเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังและหนักแน่นราวกับภูเขาผา
ช่วงเวลาบ่ายคล้อยผ่านไปอย่างรื่นรมย์ ทั้งสองเดินเคียงคู่กันสำรวจฟาร์มหลวงที่ตอนนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลผลิตนานาชนิด ตั้งแต่ข้าวสาลีรวงทองคำไปจนถึงสมุนไพรหายากที่หลินฟางเซียนแอบนำเมล็ดพันธุ์จากมิติลับออกมาปลูก การได้เห็นความมั่งคั่งที่สร้างขึ้นด้วยสองมือและความร่วมมือของสามีภรรยา ทำให้ความรู้สึกปลอดภัยและมั่นคงแผ่ซ่านในอก
ทว่า ความสุขมักอยู่กับมนุษย์เราได้ไม่นานนัก
เมื่อตะวันเริ่มคล้อยต่ำ แสงสีส้มแดงสาดส่องลงมาทาบทับทั่วผืนนา กลิ่นหอมเย้ายวนของอาหารมื้อเย็นที่เสี่ยวหลินและบ่าวไพร่ช่วยกันเตรียมก็ลอยโชว์หึ่งไปทั่วบริเวณ เรือนครัวกลางแจ้งถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่ดินเนอร์สุดพิเศษ ท่ามกลางลมหนาวระลอกแรกที่พัดผ่าน
"กลิ่นอะไรกันนะ... หอมยั่วน้ำลายเสียจริง" หลินฟางเซียนสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยมากับสายลม ดวงตาระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น
บนโต๊ะไม้ตัวยาวตอนนี้เต็มไปด้วยอาหารจานเด็ดฝีมือการประยุกต์ของนางเอง ทั้ง 'ไก่ตุ๋นโสมภูเขาน้ำแดง' ที่ส่งกลิ่นหอมสมุนไพรตลบอบอวล 'ปลาแม่น้ำนึ่งซีอิ๊วสูตรพิเศษ' ที่เนื้อปลาขาวเนียนราดด้วยซอสรสชาติกลมกล่อม และที่เด็ดที่สุดคือ 'หมูสามชั้นผัดพริกแห้งและใบกระเพราป่า' ในหม้อดินเผายังเดือดปุดๆ ส่งควันโขมงและกลิ่นเผ็ดร้อนชวนจามแต่ก็น่าลิ้มลองเป็นที่สุด
เว่ยอิงช่วยรินสุราชั้นดีใส่จอกให้ภรรยาพลางหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นท่าทางกระตือรือร้นของนาง "เจ้าแม่ครัวเอก ระวังลิ้นพองเล่า"
"ข้าหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว ใครจะไปอดใจไหว" หลินฟางเซียนหัวเราะคิกคัก นางใช้ตะเกียบหนีบเนื้อหมูสามชั้นติดมันชิ้นโตเข้าปาก รสชาติเค็มหวานเผ็ดกำลังดีละลายในปากจนต้องหลับตาพริ้มด้วยความฟิน ความเครียดเรื่องการเมืองก่อนหน้านี้ถูกปัดเป่าหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความสุขสำราญในรสชาติอาหารและความอบอุ่นของสามีที่นั่งมองนางด้วยสายตารักใคร่
บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างหวานชื่นและเปี่ยมด้วยความสุข เสียงหัวเราะเคล้าเสียงลมหายใจอุ่นๆ ท่ามกลางค่ำคืนที่เงียบสงบในฟาร์มหลวง
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูด้านหน้าเรือนดังขึ้นกะทันหัน ทำลายบรรยากาศอันแสนรื่นรมย์ลงในพริบตา เสี่ยวหลินวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความตกใจ พร้อมกับถือจดหมายฉบับหนึ่งที่ผนึกด้วยครั่งประทับตราลับของสำนักราชเลขาธิการ
"ฮูหยิน... ท่านแม่ทัพ... มี... มีคนส่งเทียบเชิญด่วนจากจวนอัครเสนาบดีเจ้าค่ะ" เสี่ยวหลินละล่ำละลักเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
หลินฟางเซียนชะงักตะเกียบในมือ รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปในทันที นางหันไปสบตากับเว่ยอิงที่ตอนนี้แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีดโกน ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่ตรงกัน... ว่าศัตรูที่อยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมด ได้ตัดสินใจเดินเกมรุกเร็วกว่าที่คาดไว้มากนัก และตัวตนของบุคคลผู้นั้น... กำลังจะถูกเปิดเผยในอีกไม่กี่ลมหายใจข้างหน้านี้
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" เสมอมานะคะ!
นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง•ตอนที่ 26
ทริปชมสวนและวันพักผ่อน
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!