นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง•ตอนที่ 11

แม่ทัพขี้หึงไม่ยอมแพ้

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"เหล้าหมักผลไม้ป่าห้าไหสุดท้ายในมิติลับของข้า ถ้าท่านอยากได้นัก... คงต้องเอาตั๋วเงินห้าร้อยตำลึงมาแลกแล้วล่ะค่ะท่านแม่ทัพ!" หลินฟางเซียนเอี้ยวตัวหลบคมกระบี่สายตาที่อีกฝ่ายส่งมาอย่างรู้ทัน ปลายนิ้วเรียวสวยสะบัดปัดป้องอกแกร่งที่เบียดชิดเข้ามาในความมืดของห้องเก็บเสบียง กลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นอายค่ายทหารและจันทร์เพ็ญลอยวนอยู่รอบกาย ทำให้หัวใจดวงน้อยที่เพิ่งผ่านความตายมาหมาดๆ เต้นระรัวไม่เป็นส่ำ นางถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับชั้นวางไหเหล้า ทว่าวงแขนแข็งแรงราวกับคีมเหล็กของเว่ยอิงกลับไวhibกว่า เขายกมือขึ้นกั้นทางหนี ปลายคางได้รูปก้มลงกระซิบชิดใบหูจนเส้นผมสีดำสนิทเคลียคลอแก้มนวล "ตั๋วเงินห้าร้อยตำลึง? เมียจ๋า... ทรัพย์สินทั้งหมดของค่ายทหารบูรพา รวมทั้งเบี้ยหวัดของข้าสามปีนี้ ก็ถูกเจ้ากว้านซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีสายพันธุ์ใหม่ไปจนเกลี้ยงคลังแล้วไม่ใช่หรือ? ตอนนี้ข้าเป็นสามีที่ยากจนข้นแค้นที่สุดในมณฑลเหนือ... มีเพียงร่างกายกับหัวใจซื่อๆ ดวงนี้ ให้เจ้าใช้ขัดดอกไปก่อน... ดีหรือไม่เล่า" น้ำทุ้มต่ำที่เจือความเย้าแหย่แต่จริงจังทำเอาฟางเซียนหมั่นไส้จนต้องหยิกหมับเข้าที่ต้นแขนแกร่ง แต่ดูเหมือนเนื้อตัวของสามีนางจะทำด้วยเหล็กกล้า กล้ามเนื้อแน่นตึงไม่มีสะเทือน มีเพียงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากหยักลึกเท่านั้นที่ปรากฏขึ้น ทว่า บรรยากาศชวนใจเต้นรำกลับต้องสะดุดลง เมื่อเสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมเสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นขัดจังหวะ "เรียนท่านแม่ทัพ! และ... และฮูหยินขอรับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่หน้าลานตากข้าวสารแล้วขอรับ!" เสียงทหารยามหน้าตาตื่นตะโกนลั่นผ่านประตูไม้โอ๊กหนา เว่ยอิงขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดฉายชัดบนใบหน้าคมเข้ม ดวงตาเหยี่ยวคมกริบตวัดมองไปทางประตูด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาก้มลงกระซิบข้างหูนางอีกครั้งด้วยน้ำเสียงคาดโทษ "เรื่องนี้ยังไม่จบแค่นี้แน่... คืนนี้ข้าจะมาทวงหนี้เหล้ากับเจ้าต่อ" ว่าแล้วร่างสูงใหญ่ก็ผละออกไป จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับสถานการณ์ภายนอก โดยมีฟางเซียนเดินตามออกไปด้วยความฉงน ณ ลานตากข้าวสารกว้างใหญ่หน้าเรือนพัก แสงไฟจากคบเพลิงส่องสว่างไสวขับไล่ความมืดมิดยามวิกาลให้กระจ่าง ทว่าบรรยากาศรอบด้านกลับคุุกกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายความตึงเครียด ณ ใจกลางลาน มีบุรุษผู้หนึ่งยืนเด่นเป็นสง่า อาภรณ์หรูหราปักดิ้นเงินลายเมฆมงคลบ่งบอกฐานะร่ำรวยจากตระกูลพ่อค้าใหญ่ในเมืองหลวง ข้างกายมีบอดี้การ์ดร่างกำยำยืนคุมเชิงสี่คน และบนโต๊ะไม้ไผ่ตรงหน้า เต็มไปด้วยหีบแพรพรรณ เครื่องประดับหยกเนื้อดี และตั๋วเงินกองโต "คารวะท่านแม่ทัพเว่ย และ... แม่นางฟางเซียน" บุรุษผู้นั้นประสานมือคำนับด้วยรอยยิ้มพริမ်းเพรา ใบหน้าหล่อเหลาสำอางตามแบบฉบับคุณชายเจ้าสำราญ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนพราวระยับเมื่อทอดมองร่างเพรียวบางของฟางเซียนที่ก้าวตามสามีออกมา หลินฟางเซียนหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองหมุนเร็วจี๋... 'คุณชายรองโจว' แห่งตระกูลโจว ผู้ผูกขาดการค้าเกลือและใบชาในภาคเหนือ! เหตุใดเวลานี้เขากลับมาโผล่อยู่ที่ชายแดนทุรกันดารเช่นนี้ได้? "คุณชายโจว ดึกดื่นป่านนี้ ลมหอบอะไรหอบท่านมาถึงค่ายทหารอู่หลินที่มีแต่กลิ่นดินกลิ่นโคลนกันล่ะ?" เว่ยอิงก้าวขึ้นไปยืนบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง สัญชาตญาณนักรบส่งเสียงร้องเตือนภัยในอก ความรู้สึกหวงแหนพุ่งทะยานขึ้นจนแผ่รังสีอำมหิตรอบตัว คุณชายรองโจวยกพัดจีบขึ้นปิดริมฝีปากที่แย้มยิ้ม ก่อนจะกวาดสายตามองกองข้าวสารคุณภาพเยี่ยมที่เรียงรายอยู่รอบลาน ซึ่งเป็นผลผลิตจากฝีมือการบริหารจัดการของฟางเซียนล้วนๆ "เรียนท่านแม่ทัพ ข้าเดินทางผ่านมาเพื่อตรวจคลังสินค้า แต่บังเอิญได้ยินกิตติศัพท์ความงดงามและความสามารถในการค้าขายอันลือลั่นของฮูหยินเว่ย... เอ๊ย มิใช่สิ ข้าได้ยินว่าฮูหยินยังคงเป็นสตรีโสดที่ดูแลกิจการฟาร์มด้วยตนเองต่างหากเล่า" ประโยคหลังเจตนาจงใจเหน็บแนมสถานะการแต่งงานของทั้งคู่ ทำเอาทหารองครักษ์ด้านหลังถึงกับกลั้นหายใจ เว่ยอิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนอุณหสะรอบตัวลดฮวบ "คุณชายโจวดูจะความจำสั้นนะ ข้ากับฟางเซียนทำพิธีราบรื่นถูกต้องตามกฎหมาย มีป้ายทะเบียนสมรสประทับตราจากทางการชัดเจน หรือท่านอยากจะให้ข้าเอาใบทะเบียนสมรสมาฟาดหน้าท่านเพื่อเตือนความจำสักรอบดีล่ะ?" คุณชายโจวหาได้สะทกสะท้านไม่ เขาสยายพัดออกโบกเบาๆ ท่าทางกรุ้มกริ่ม "ฮ่าๆๆ ท่านแม่ทัพโปรดอย่าเพิ่งกริ้ว ข้าเพียงแต่เสียดายแทนสตรีที่เพียบพร้อมและฉลาดเฉลียวเช่นฮูหยินเซียน ไฉนจึงต้องมาทนลำบากตากตรำทำไร่ไถนาอยู่กับชายชาติทหารที่วันๆ เอาแต่จับดาบฆ่าฟัน ไร้ซึ่งความโรแมนติกและเงินทองกองโตเล่า? ดูหีบเหล่านี้สิ..." เขายื่นมือไปเปิดหีบใบใหญ่ เผยให้เห็นประกายระยับของอัญมณีและทองคำแท่ง "นี่คือสินสอดและของกำนัลที่ข้าเตรียมไว้สู่ขอฮูหยินเซียน หากนางยอมหย่าขาดจากท่าน แล้วมาเป็นฮูหยินเอกของตระกูลโจว ข้าสัญญาว่าจะยกผลกำไรครึ่งหนึ่งจากการค้าเกลือทั่วแดนเหนือให้นางบริหารตามใจชอบ!" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ... บรรยากาศรอบลานตากข้าวคล้ายมีประกายไฟแลบแปล๊บๆ จากสายตาของสองบุรุษ ทหารในค่ายต่างพากันลุ้นจนตัวโก่ง บางคนถึงกับแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใครๆ ก็รู้ว่าแม่ทัพเว่ยอิงผู้นี้รักและหวงภรรยาขนาดไหน การมาประกาศตัวจีบเมียแม่ทัพต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้... ไม่ต่างอะไรกับการเอาหัวไปพาดไว้บนคมดาบเลยสักนิด! ทว่า ก่อนที่เว่ยอิงจะทันได้ชักกระบี่ออกจากฝัก มือเรียวเล็กนุ่มนวลคู่หนึ่งก็เอื้อมมาแตะที่แขนเสื้อของเขาเบาๆ หลินฟางเซียนก้าวออกมาจากเงาของสามี ใบหน้างามงดปรากฏรอยยิ้มบางเบา ทว่าแววตากลับเยียบเย็นและคมกริบดั่งใบมีดโกนที่อาบยาพิษ นางกวาดสายตามองหีบทองคำและเครื่องเพชรเหล่านั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "คุณชายโจว ท่านช่างใจกว้างเสียจริงนะคะ... เอาทองคำมาล่อข้า แลกกับการเป็นฮูหยินในตระกูลพ่อค้าที่ต้องคอยระแวงระวังการหักหลังและแย่งชิงอำนาจในเรือนหลัง?" นางก้าวเข้าไปใกล้คุณชายโจวทีละน้อย จนอีกฝ่ายชะงักไปชั่วครู่ "ท่านบอกว่าสามีข้าไร้ความโรแมนติกและมีแต่กลิ่นคาวเลือด... แต่ท่านรู้หรือไม่ว่า ข้าวสารคุณภาพเยี่ยมที่ท่านเห็นกองอยู่ตรงนี้ เมล็ดพันธุ์เหล่านี้เติบโตขึ้นมาได้เพราะหยาดเหงื่อและแรงสนับสนุนจากใคร?" นางหันกลับไปสบตาคมกริบของเว่ยอิงที่มองนางด้วยความลึกซึ้งและอ่อนโยนในแบบที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน รอยยิ้มละมุนละไมปรากฏบนริมฝีปากอิ่ม "สามีของข้า... ต่อให้เขาจะจนตั๋วเงินในวันนี้ ต่อให้เขาจะมีแค่ดาบเล่มเดียวและมือเปล่า แต่เขากล้าเอาชีวิตเข้าแลกปกป้องแผ่นดินปกป้องครอบครัว และที่สำคัญที่สุด... เขาไม่เคยคิดจะเอาผลประโยชน์ทางธุรกิจมาต่อรองซื้อตัวข้าเหมือนสินค้าไร้ค่าเช่นท่าน!" คุณชายโจวหน้าเจื่อนลงทันที สีหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำด้วยความอับอาย ทว่า หลินฟางเซียนยังไม่หยุดแค่นั้น นางหันกลับมาเผชิญหน้ากับคุณชายโจวอีกครั้ง รอยยิ้มการค้าผุดขึ้นบนใบหน้า "อีกอย่าง... เรื่องการค้าเกลือและใบชาในแดนเหนือที่ท่านผูกขาดอยู่ ฐานภาษีที่ท่านลักลอบหลีกเลี่ยงช่วงสามปีที่ผ่านมา ข้าได้ส่งบัญชีลับทั้งหมดให้ทางการตรวจสอบเรียบร้อยแล้วนะคะ... ไม่ช้าก็เร็ว ทางการคงไปเยี่ยมเยือนคลังสินค้าของตระกูลท่านเป็นแน่ คุณชายโจวควรเป็นห่วงทรัพย์สินของตนเอง มากกว่าจะเอามาเสนอให้ข้านะคะ" สิ้นคำพูดนั้น หน้าของคุณชายโจวก็ถอดสีจนซีดเผือดราวกับกระดาษ บอดี้การ์ดข้างกายถึงกับก้าวถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก ในจังหวะนั้นเอง เว่ยอิงที่ยืนมองภรรยาด้วยความภาคภูมิใจระคนเอ็นดู ก็ก้าวเข้ามาโอบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเต็มที่ ใบหน้าคมเข้มโน้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอ่างแผ่วเบาต่อหน้าทุกคน "ได้ยินชัดแล้วกระมัง คุณชายโจว? เมียข้า... ข้าหวงยิ่งกว่าชีวิต หากไม่อยากให้ตระกูลโจวต้องล่มสลายในชั่วข้ามคืน ไสมือไสก้นกลับจวนของท่านไปเสีย ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจเอาเลือดหัวพวกท่านมาสังเวยลานข้าวสาร!" คุณชายโจวตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว รีบกวักมือเรียกคนสนิทให้หอบหีบสมบัติหนีตายแทบไม่ทัน ท่ามกลางเสียงโห่ร้องก้องกังวานด้วยความสะใจของเหล่าทหารกล้าทั่วทั้งค่าย เมื่อความวุ่นวายสงบลง ลานตากข้าวกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้งภายใต้แสงจันทร์นวลผ่อง เว่ยอิงก้มมองภรรยาในอ้อมแขน แววตาพราวระยับด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปิด เขากระชับวงแขนให้แน่นขึ้น กลิ่นหอมจางๆ จากเรือนร่างของนางผสมผสานกับกลิ่นไอดินหลังฝนชวนให้เคลิบเคลิ้ม "จัดการศัตรูหัวใจเรียบร้อยแล้ว..." เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมหู ขณะที่ปลายนิ้วแข็งแรงเชยคางมนขึ้น "ทีนี้... ถึงเวลาชำระบัญชีเหล้าหมักห้าไหกับเจ้าในห้องนอนเสียที... ฮูหยินของข้า" **[จุดพลิกผันช่วงท้ายตอน]:** ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากหยักกำลังจะโน้มลงมาประทับจູບรรณาการความหวาน เสียงเคาะประตูรั้วเรือนพักอย่างเร่งรีบและรุนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อนก็ดังแทรกขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนกระหึ่มด้วยความตื่นตระหนกของพ่อบ้านค่าย "ท่านแม่ทัพ! แย่แล้วขอรับ! สายลับจากชายแดนใต้ส่งม้าเร็วมารายงาน... กองกำลังทหารรับจ้างตระกูลมู่ กำลังเคลื่อนพลข้ามแม่น้ำมาประชิดค่ายเราแล้วขอรับ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามความแสบและแซ่บของแม่นางฟางเซียนมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%