นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง•ตอนที่ 19

งานเต้นรำหน้ากากและข่าวลือ

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"คำพูดขององค์ชายรองเมื่อครู่ หากข้าแปลความตามตรง... คงมิใช่การทาบทามเพื่อร่วมมือทางธุรกิจกระมังเพคะ?" เสียงหัวเราะทุ้มต่ำราวกับเสียงหินกระทบกันในลำธารดังลอดมาจากหลังหน้ากากโลหะสีเงินยวง ประกายตาคมกริบของบุรุษที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่ชายสามีและยังเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ลำดับสูง ทอดมองสตรีตรงหน้าที่ยืนหยัดอยู่ภายใต้ชุดราตรีปักดิ้นทองเข้ารูป อวดสัดส่วนโค้งเว้าอันน่าทึ่งและรอยยิ้มเยnหยันที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว หลินฟางเซียนมิได้ถอยร่นแม้แต่ก้าวเดียว นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ปล่อยให้กลิ่นอายความหอมหวานเย้ายวนของน้ำหอมกลิ่นดอกเหมยวิเศษที่สกัดจากมิติลับลอยอบอวลตัดกับกลิ่นอายคาวเลือดและอำนาจในห้องรับรองส่วน ท้ายของคฤหาสน์ตระกูลเว่ย ค่ำคืนนี้ไม่ใช่แค่เพียงงานเต้นรำหน้ากากสวมหน้ากากเข้าหากันของเหล่าขุนนางชั้นสูง แต่มันคือสนามประลองยุทธ์ที่ไร้ซึ่งเสียงดาบ ทว่าคมกริบยิ่งกว่าสิ่งใด "หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีบ้านป่าที่วันๆ เอาแต่ขุดดินปลูกผักและทำนาค้าขาย ไฉนเลยจะกล้าอาจเอื้อมรับความสนใจจากองค์ชายรองผู้สูงศักดิ์เล่าเพคะ" ฟางเซียนตอบเสียงใส น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความคมปลาทูที่บาดลึกถึงกระดูกดำ "อีกอย่าง... ตำแหน่งชายาแม่ทัพของหม่อมฉัน แม้จะดูต้อยต่ำในสายตาผู้ทะเยอทะยาน แต่ก็เป็นเกียรติยศที่สามีของหม่อมฉันเอาเลือดเนื้อเข้าแลกมา ท่านพี่—อภัยเถอะ องค์ชายรอง... ทรงระวังจะทำของรักของหวงของแม่ทัพเว่ยแตกคามือเอาได้นะเพคะ" คำว่า 'ของรักของหวง' ถูกเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ ทว่าแววตาของฟางเซียนกลับเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก องค์ชายรองหรี่ตาลงรอยยิ้มบนพระพักตร์จางหายไปชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความสนุกสนานระคนทึ่ง *ช่างยโสและชาญฉลาด... สมกับที่เป็นสะใภ้ตัวแสบที่ทำให้คนสกุลเว่ยปั่นป่วนมานับครั้งไม่ถ้วน* ทว่า ก่อนที่บทสนทนาเชือดเฉือนจะดำเนินไปไกลกว่านั้น ประตูบานคู่แกะสลักลวดลายวิจิตรก็ถูกผลักออกด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบแม่ทัพเต็มยศสีดำสนิทประดับเหรียญกล้าหาญระยิบระยับปรากฏขึ้นที่กรอบประตู บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนติดลบในทันทีเมื่อไอสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเว่ยอิง ดวงตาคมกริบราวเหยี่ยวทะเลทรายกวาดตามององค์ชายรองก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ภรรยาตัวน้อย สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความหวงแหนและดุร้ายราวกับสุนัขป่าที่พบว่ามีผู้บุกรุกเข้าใกล้รังของมัน "ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้ ชายาของข้าดูเหมือนจะสนุกสนานกับการสนทนากับ... แขกที่ไม่ได้รับเชิญมากเกินไปกระมัง" เว่ยอิงก้าวเท้าเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน ร่างกายกำยำแผ่แรงกดดันข่มขวัญจนองค์ชายรองต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความประหลาดใจ ฟางเซียนแอบอมยิ้มในใจ นางเหลือบมองสามีหนุ่มที่วันนี้ดูหล่อเหลาจนน่าหมั่นไส้ แผงอกกว้างภายใต้ชุดเครื่องแบบนั้นช่างดึงดูดสายตาบรรดาสตรีชนชั้นสูงที่แอบเหลียวมองมาทางนี้มิขาดสาย ทว่าสายตาของท่านแม่ทัพกลับทอดมองแต่นางผู้เดียวราวกับโลกใบนี้มีเพียงนางเท่านั้น "ท่านพี่... ท่านมาพอดีเลย หม่อมฉันกำลังคุยเรื่องการลงทุนค้าขายใบชาแถบชายแดนกับองค์ชายรองอยู่พอดีเจ้าค่ะ" ฟางเซียนแกล้งทำเสียงอ่อนเสียงหวาน มือเรียวเล็กเอื้อมไปจับแขนเสื้อของสามีเบาๆ เป็นเชิงออดอเซาะ ซึ่งได้ผลชะงัดนัก เพราะกล้ามเนื้อตึงเครียดของเว่ยอิงผ่อนคลายลงทันทีเมื่อสัมผัสโดนตัวภรรยา องค์ชายรองแย้มสรวลแห้งๆ ออกมา "ท่านแม่ทัพช่างโชคดีเสียจริงที่มีภรรยาเพียบพร้อมทั้งความงามและสติปัญญา... เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวไปทักทายแขกท่านอื่นก่อน" พระองค์ตรัสมفพพรางเสด็จเลี่ยงออกไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไม่อยากประจันหน้ากับสุนัขบ้าที่พร้อมจะกัดไม่ปล่อยอย่างเว่ยอิงในยามนี้ เมื่อลับร่างองค์ชายรอง เว่ยอิงก็ไม่รอช้า เขาคว้าเอวบางของฟางเซียนเข้ามาแนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างใบหูนางจนขนลุกซู่ "เจ้ากล้าดียังไงไปยืนลับลมคมในกับมัน... รู้ไหมว่าข้าหึงจนแทบจะคว่ำโต๊ะเสวยในงานอยู่แล้ว" เสียงกระซิบแหบพร่าข้างกกหูทำเอาฟางเซียนหน้าร้อนผ่าว แม้จะปากเก่งในเรื่องการเมืองและการค้าแค่ไหน แต่วิธีออดอเซาะของสามีบ้านไร่กลายร่างเป็นนายทหารผู้นี้มักจะทำให้นางเสียกระบวนอยู่เรื่อย "หม่อมฉันแค่ออกมาสูดอากาศ และตบสั่งสอนแมลงวันที่บินวนเวียนน่ารำคาญเท่านั้นเองเพคะท่านแม่ทัพ..." ฟางเซียนตอบอุบอิบ พลางดันอกสามีเบาๆ "ปล่อยได้แล้ว ผู้คนในงานมองกันใหญ่แล้วนะเจ้าคะ" "ปล่อยให้มองไป ข้ากำลังแสดงความเป็นเจ้าของ" เว่ยอิงกล่าวเสียงเข้ม ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความรักใคร่ที่ซ่อนไว้ไม่มิด ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น "ว่าแต่... เจ้าจำเรื่องที่เราคุยกันเรื่องคลังเสบียงลับทางทิศใต้ได้ใช่ไหม? แผนการของเจ้าคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?" ฟางเซียนหุบยิ้มทันที แววตาฉายประกายนักธุรกิจหญิงผู้เลือดเย็นและเด็ดขาดกลับคืนมา นางขยับเข้าใกล้เขาแล้วกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน "ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วเจ้าค่ะ ปุ๋ยเคมีสูตรพิเศษและเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีทนแล้งในมิติลับของข้าถูกทยอยลำเลียงออกไปส่งให้ชาวบ้านทางใต้ผ่านเครือข่ายการค้าลับเรียบร้อยแล้ว ภายในสามเดือนนี้ ผลผลิตจะงอกงามจนพวกขุนนางกังฉินที่คิดจะกักตุนเสบียงเพื่อปั่นราคาต้องกระอักเลือดตายแน่ๆ" เว่ยอิงฟังแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นลูบศีรษะภรรยาด้วยความเอ็นดูระคนชื่นชม "เจ้าช่างร้ายกาจเสียจริง... ฟางเซียนของข้า" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและเต็มไปด้วยแผนการอันแยบยล เสียงดนตรีในห้องโถงใหญ่ก็พลันหยุดชะงักลง เสียงซุบซิบค่อยๆ ดังระงมขึ้นแทนที่ พร้อมกับความอลหม่านเล็กๆ ที่เกิดขึ้นบริเวณประตูทางเข้า ฟางเซียนและเว่ยอิงขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองตามสายตาของบรรดาแขกเหรื่อที่กำลังจับจ้องไปยังจุดเดียวกัน ร่างอรชรของสตรีผู้หนึ่งก้าวเดินเข้ามาในงานด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง นางสวมชุดสีแดงเพลิงปักลายหงส์ไฟที่ดูโดดเด่นและจงใจดึงดูดสายตา ใบหน้าภายใต้หน้ากากขนนกยูงถูกแต่งแต้มอย่างประณีต ทว่าสิ่งที่ทำให้ฟางเซียนต้องชะงักค้างไปชั่วขณะ คือกลิ่นอายและรอยยิ้มคุ้นตาที่นางไม่มีวันลืม *นางสารเลวนั่น... ไม่ใช่ว่าถูกเนรเทศไปชายแดนทิศเหนือแล้วหรอกหรือ? ไฉนจึงกลับมาโผล่ที่นี่ได้!* สตรีชุดแดงปะทะสายตากับฟางเซียนโดยตรง มุมปากของนางแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ เป็นเชิงทักทาย พร้อมกับเสียงประกาศก้องจากขันทีหน้าพระพักตร์ที่ดังขึ้นตัดความเงียบ "ฮูหยินรอง... แห่งจวนสกุลเว่ย เดินทางมาถึงแล้ว!" บรรยากาศในงานนิ่งงันดั่งป่าช้า เว่ยอิงหน้าตึงเครียดขึ้นในทันที ดวงตาดุร้ายหรี่แคบลง ขณะที่ฟางเซียนสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ... เกมกระดานนี้ ดูท่าจะสนุกกว่าที่คิดไว้เสียแล้ว หากชื่นชอบนิยายเรื่องนี้ รบกวนกดหัวใจและคอมเมนต์ให้กำลังใจ "ดัชเชสโพดำ" กันเยอะๆ นะคะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%