"ตรายางประจำกองทัพพิทักษ์ชายแดน... เหตุใดจึงไปตกอยู่ในมือของพวกกบฏลักลอบค้าเกลือเถื่อนได้เล่า ท่านแม่ทัพเว่ย!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนไปทั่วห้องโถงใหญ่ของกองบัญชาการทหารหลวง เอกสารราชการและตำราพิชัยสงครามกระจัดกระจายราวกับใบไม้ร่วง ใบหน้าของใต้เท้าเฉิน ผู้ตรวจการแคว้นผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดและเกลียดความอยุติธรรมเข้ากระดูกดำ บัดนี้แดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองบุรุษร่างสูงสง่าในชุดเกราะเหล็กสีดำสนิทที่ยืนนิ่งสงบราวกับภูเขาผา
เว่ยอิงไม่ได้สะทกสะท้านต่อแรงกดดันรอบตัว เขายืนกอดอก ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ว่ารอบกายจะเต็มไปด้วยทหารยحองฝ่ายสอบสวนที่ยกดาบขึ้นพาดขวางทางเข้าออกทุกทิศทาง
"ป้ายคำสั่งนั้น ข้าเก็บไว้ในหีบเหล็ก
ที่มีเพียงกุญแจสองดอก... ดอกหนึ่งอยู่กับข้า อีกดอกอยู่กับรองแม่ทัพหลี่" เว่ยอิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึก "หากท่านผู้ตรวจการต้องการคำตอบว่ามันไปโผล่ที่ค่ายโจรได้อย่างไร เกรงว่าท่านคงต้องไปถามรองแม่ทัพหลี่ผู้ที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงพยาบาล หรือไม่ก็... คนที่เข้ามาจัดห้องหนังสือให้ข้าเมื่อวานนี้"
ดวงตาคมกริบของแม่ทัพหนุ่มกวาดมองไปยังมุมหนึ่งของห้อง ที่ซึ่งขุนนางฝ่ายบู๊ผู้หนึ่งกำลังลอบยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน รองแม่ทัพหลี่ผู้นั้นแสร้งทำเป็นเจ็บป่วยกระทันหัน ทว่าข่าวกรองลับบอกชัดเจนว่ามันเพิ่งแอบไปพบกับตระกูลสวี ศัตรูทางการเมืองตัวฉกาจของภรรยาเขาเมื่อสองวันก่อน
นี่คือแผนการสกปรกที่ต้องการตัดแขนตัดขาแม่ทัพผู้จงรักภักดี เพื่อเปิดทางให้พวกมันฮุบเสบียงหลวงและขับไล่เขาออกจากค่ายทหาร!
ในขณะที่สถานการณ์ในค่ายทหารกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ณ เรือนพักปลายทุ่งนาอันเงียบสงบ หลินฟางเซียนกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวงามนวดแป้งหมั่นโถวสีขาวนวลด้วยความคล่องแคล่ว กลิ่นหอมกรุ่นของยี่หร่าและพริกไทยเสฉวนคั่วสดลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัวโบราณ ในมือของนางคือมีดสั้นเล่มบางที่กำลังบรรจงหั่นเนื้อหมูสามชั้นติดมันอย่างปราณีต ชั้นเนื้อและชั้นมันสลับกันเป็นชั้นสวยงามราวกับงานศิลปะ
"ฮูหยินเจ้าคะ!แย่แล้วเจ้าค่ะ!"
เสียงร้องตื่นตระหนกของสาวใช้ประจำตัวดังขึ้นพร้อมกับร่างที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในครัว จนแป้งสีขาวฟุ้งกระจายติดปลายจมูก "เขาลือกันไปทั่วตลาดแล้วนะเจ้าค่ะ ว่าท่านแม่ทัพถูกจับกุมตัวข้อหากบฏ! ทางการส่งคนมาอายัดทรัพย์สินและเสบียงในฟาร์มของเราหมดแล้วเจ้าค่ะ!"
หลินฟางเซียนชะงักมือที่กำลังหั่นเนื้อเล็กน้อย นางวางมีดลงอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยประกายแสงวับวาดด้วยความเฉียบคม รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วจนแทบมองไม่เห็น
*ตระกูลสวี... พวกท่านช่างใจร้อนเสียจริง คิดจะบดขยี้สามีของข้าเพื่อเปิดทางให้ตระกูลของตัวเองฮุบสัมปทานการค้าเกลือและเสบียงทหารสินะ ฝันไปเถอะ!*
"ตื่นตระหนกไปทำไมกัน" หลินฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังจนสาวใช้ต้องสงบปากคำลงทันที นางหยิบผ้าสะอาดขึ้นมาเช็ดมืออย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ "พวกเขาอยากอายัดก็ปล่อยให้อายัดไป แต่ของใน 'มิติ' ของข้า ต่อให้พลิกแผ่นดินหา พวกมันก็ไม่มีวันเจอ"
นางรู้ดีว่าการจะสยบข่าวลือและช่วยสามีจากการถูกใส่ร้าย ไม่ใช่การวิ่งโร่ไปร้องเรียนด้วยความตื่นตระหนก แต่คือการใช้ 'หลักฐาน' และ 'การค้า' เป็นเครื่องต่อรอง!
หลินฟางเซียนก้าวเท้าออกจากห้องครัวด้วยท่าทีสง่างาม ชุดผ้าฝ้ายสีครามปักลายดอกเหมียวขยับไหวตามจังหวะการเดิน แววตาดุดันและเฉลียวฉลาดฉายชัดบนใบหน้าสวยคม นางไม่ได้มุ่งหน้าไปที่ว่าการอำเภอ แต่กลับเดินไปยังลานกว้างหน้าตลาดกลาง ซึ่งเป็นจุดที่พ่อค้าคนกลางและชาวบ้านมารวมตัวกันมากที่สุดในยามวิกฤตเช่นนี้
"ทุกท่านโปรดฟังทางนี้!" เสียงใสแต่กังวานก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ทำให้ผู้คนที่กำลังตื่นตระหนกกับข่าวลือหันมามองเป็นตาเดียว
ร่างระหงยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนเกวียนไม้เก่าๆ นางกวาดสายตามองฝูงชนที่กำลังซุบซิบนินทาด้วยท่าทีนิ่งสงบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ ทั้งสิ้น
"สามีของข้า แม่ทัพเว่ยอิง รับใช้ราชสำนักด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาตลอดชีวิตรบราฆ่าฟันเพื่อปกป้องแผ่นดิน ไม่เคยมีความคิดทรยศต่อแผ่นดินแม้แต่น้อย! ส่วนเอกสารที่พวกท่านกล่าวอ้างว่าเป็นหลักฐานมัดตัว... ข้า 'หลินฟางเซียน' ผู้นี้ กล้าเอาหัวเป็นประกันว่ามันคือเอกสารปลอมที่ทำขึ้นโดยคนใจทรามที่หวังฮุบผลประโยชน์เรื่องการค้าเกลือในเขตชายแดน!"
คำพูดที่ทรงพลังและตรงไปตรงมาทำให้ฝูงชนเงียบกริบลงทันที ไม่มีใครคาดคิดว่าฮูหยินของแม่ทัพผู้ถูกกล่าวหาจะกล้าออกมาประกาศกร้าวกลางที่สาธารณะเช่นนี้
"หากพวกท่านไม่เชื่อ..." หลินฟางเซียนยกย่องรอยยิ้มท้าทาย นางสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ทันใดนั้น บนเกวียนไม้เบื้องหน้าก็ปรากฏหีบไม้ลงกลอนทองเหลืองส่องประกายวาววับ ซึ่งถูกดึงออกมาจากมิลิตลับในพริบตาอย่างไร้ร่องรอย "นี่คือบัญชีการค้าที่แท้จริง และรายชื่อพ่อค้าที่ติดสินบนรองแม่ทัพหลี่เพื่อซื้อขายเกลือเถื่อน ใครอยากรู้ว่าเบื้องหลังหน้ากากผู้ผดุงความยุติธรรมมีหนอนกระสือตัวไหนซ่อนอยู่บ้าง เชิญเข้ามาตรวจสอบดูได้เลยเจ้าค่ะ!"
ความโกลาหลย่อมๆ เกิดขึ้นในทันที บรรดาพ่อค้าคนกลางหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นหีบสมบัติและสมุดบัญชีลับ เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากหลักฐานนี้ตกถึงมือผู้ตรวจการคนตรงอย่างใต้เท้าเฉิน หัวของพวกเขาคงหลุดจากบ่าเป็นแน่
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังพลิกกลับมาอยู่ฝ่ายนาง จู่ๆ เสียงควบม้าอันดุดันก็ดังขึ้นพร้อมกับกลุ่มทหารหลวงติดอาวุธครบมือที่พุ่งเข้ามาล้อมรอบลานตลาดไว้ทั้งหมด
"จับกุมตัวนางไว้! ฐานสมรู้ร่วมคิดกับกบฏและขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน!" เสียงตวาดกร้าวของนายกองทหารผู้หนึ่งดังขึ้น พร้อมกับดาบเล่มใหญ่ที่พุ่งตรงมาจ่อที่ลำคอระหงของหลินฟางเซียน
ฝูงชนกรีดร้องและถอยร่นด้วยความหวาดกลัว หลินฟางเซียนยังคงยืนนิ่ง นางไม่หลบตา ดวงตากลมโตจ้องมองนายกองผู้นั้นอย่างเยือกเย็น มุมปากหยักยิ้มเหยียดเล็กน้อย
*ช่างกล้ามนัก... ส่งคนมาตัดตอนรวดเร็วเสียจริง*
นางสูดหายใจเข้าลึก, เตรียมพร้อมที่จะใช้อาวุธลับในมิติเพื่อซัดพวกมันให้หมอบในคราบเดียว ทว่าก่อนที่คมดาบจะเข้าใกล้ผิวเนื้อ ปลายลูกศรสีดำสนิทพุ่งแหวกอากาศปักเข้าที่ด้ามดาบของนายกองผู้นั้นจนกระเด็นหลุดจากมืออย่างแม่นยำ!
"ใครบังอาจ!" นายกองตะโกนลั่นด้วยความตกใจ
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาจากเงาของซุ้มประตูตลาด ร่างสูงสง่าในชุดเกราะที่เต็มไปด้วยรอยเปื้อนฝุ่นควันและคราบเลือดจากการรบ ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางความตะลึงงันของทุกคน
ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองไปรอบบริเวณด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ... เว่ยอิง! สามีของนางแหกคุกทหารออกมาก่อนกำหนดเพื่อปกป้องภรรยาด้วยตนเองแล้ว!
เว่ยอิงก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างภรรยา มือหนาเอื้อมไปโอบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างปกป้อง สายตาคมดุจใบมีดจ้องเขม็งไปยังนายกองผู้บังอาจชักดาบใส่เมียรักของเขา
"คนที่กล้าแตะต้องภรรยาของข้า... วันนี้ อย่าหวังว่าจะได้เดินออกจากที่นี่ไปทั้งอวัยวะครบสามสิบสอง!"
บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นยะเยือกราวกับเข้าสู่ฤดูเหมันต์กลางคิมหันต์ฤดู หลินฟางเซียนช้อนสายตาขึ้นมองสามีที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้าง นางลอบอมยิ้มบางๆ เมื่อกลิ่นอายความอบอุ่นอันคุ้นเคยแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ
ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าสถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย ทหารยามหน้าค่ายก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับตะโกนสุดเสียง
"ท่านแม่ทัพ! แย่แล้วขอรับ! คลังเสบียงหลวง... คลังเสบียงหลวงถูกจุดไฟเผาไหม้เกรียมจนหมดสิ้นแล้วขอรับ!"
เว่ยอิงและหลินฟางเซียนชะงักงัน ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่า นี่ไม่ใช่แค่การใส่ร้ายป้ายสีธรรมดาเสียแล้ว แต่มันคือแผนการทำลายล้างรากฐานทั้งหมดของพวกเขาให้พินาศสิ้นในค่ำคืนนี้!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง" มาโดยตลอดนะคะ! หากชื่นชอบความเด็ดเดี่ยวของฟางเซียนและการปกป้องเมียสุดใจขาดดิ้นของแม่ทัพเว่ยอิงในตอนนี้ อย่าลืมกดหัวใจและคอมเมนต์ให้กำลังใจ "ดัชเชสโพดำ" กันเยอะๆ นะคะ!
นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง•ตอนที่ 20
แม่ทัพถูกใส่ร้าย
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!