นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง•ตอนที่ 24

เปิดโรงเรียนสอนการเกษตร

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ถ้าพวกท่านยังคิดว่าเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีพันธุ์นี้ต้องหว่านด้วยวิธีเดิม ๆ เหมือนเมื่อสามสิบปีก่อน ปีนี้ตระกูลของพวกท่านก็เตรียมตัวเอาลูกสาวไปขายใช้หนี้โรงรับจำนำได้เลยค่ะ" น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งของหลินฟางเซียน ดังสะท้านก้องไปทั่วลานกว้างหน้าเรือนใหญ่ของอำเภอชายแดน รอบกายเธอบัดนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ชาวบ้านตาดำ ๆ ที่เคยหวาดกลัวอดีต "นางร้าย" อย่างเธออีกต่อไป หากแต่รายล้อมไปด้วยหัวหน้าครอบครัวชาวนา เกษตรกรผู้ยากไร้ และบรรดาเฒ่าแก่ผู้ทรงอิทธิพลในท้องถิ่นที่ถูกเรียกตัวมา "ปรับทัศนคติ" นี่คือวันแรกของการเปิด "โรงเรียนสอนการเกษตรหลวง" ภาคประชาชน ที่หลินฟางเซียนควักกระเป๋าตัวเอง (และแอบหยิบเทคโนโลยีการเกษตรยุคศตวรรษที่ 21 จากมิติลับออกมาดัดแปลง) เพื่อสร้างฐานเสียงที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตปกครอง "คุณหนูหลิน... เอ๊ย ฮูหยินเว่ย พูดเช่นนี้จะไม่ดูถูกบรรพบุรุษเกินไปหน่อยหรือขอรับ?" ผู้ใหญ่บ้านเฒ่าแซ่เฉิน ขมวดคิ้วจนรอยย่นบนหน้าผากแทบจะชนกัน เขาเป็นคนหัวดื้อหัวรั้นที่สุดในหมู่บ้าน และมักถูกพวกตระกูลสามีเก่าของฟางเซียนเป่าหูอยู่เป็นนิจ "บรรพชนทำนาด้วยหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินมาแต่โบราณกาล การทำคูน้ำแนวทแยงและการใช้ปุ๋ยหมักสูตรประหลาดของท่าน จะทำให้ข้าวเน่าตายคาตอเสียหมด!" ฟางเซียนไม่โกรธ เธอเพียงแต่ยกยิ้มมุมปาก ชายตามองไปที่กองปุ๋ยหมักชีวภาพสูตรเร่งด่วนที่เธอหมักไว้ในมิติลับ ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ผู้ใหญ่บ้านเฒ่าทีละก้าว กลิ่นหอมจาง ๆ ของสมุนไพรและดินชื้นสะอาดลอยมาจากตัวนาง กดดันให้ชายชราต้องผถ่าถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ผู้ใหญ่บ้านเฉินคะ... ท่านใช้หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินมาหิบปี ผลผลิตที่ได้พอกินพอใช้ไหมคะ? หรือว่าต้องไปกู้เงินนอกระบบจากโรงน้าของตระกูลจ้าวมาโปะหนี้ทุกปีจนลูกชายคนโตต้องไปเป็นทหารรับจ้างแลกเบี้ยหวัด?" คำพูดเพียงประโยคเดียวแทงทะลุกลางใจดำของชาวบ้านหลายคนที่ยืนฟังอยู่รอบ ๆ เสียงซุบซิบดังระงมขึ้นทันที เพราะมันคือความจริงอันเจ็บปวดที่ไม่มีใครกล้าเถียง ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของลานกว้าง ใต้ร่มเงาของต้นจันทรคราครึ้ม ร่างสูงสง่าในชุดเกราะทหารสีดำสนิทของแม่ทัพเว่ยอิงยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาคมกริบกวาดตามองกลุ่มชาวบ้านเพื่อคุมเชิง สายตาของเขาไม่ได้มีความดุดัน แต่มันเต็มไปด้วยความเฉียบขาดที่พร้อมจะจัดการใครก็ตามกล้าเข้ามาสร้างความวุ่นวายให้ภรรยาตัวน้อยของเขา เมฆหมอกแห่งความกังวลใจเรื่องราชสำนักและศึกเหนือใต้สลายหายไปสิ้นเมื่อได้เห็นภรรยาคนสวยกำลังยืนบัญชาการชาวบ้านด้วยท่าทีองอาจราวกับแม่ทัพหญิงออกศึก *ภรรยาของข้า... ช่างเปล่งประกายเสียจริง* เว่ยอิงคิดในใจ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างภาคภูมิใจ "เอาล่ะค่ะ! พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง วันนี้ฉันไม่ได้มาเพื่อเถียงกับพวกท่านเรื่องอดีต แต่ฉันมาเพื่อให้ 'อนาคต' ที่กินได้" ฟางเซียนตบมือเบา ๆ สองครั้ง สาวใช้และทหารกองหนุนก็นำถาดไม้สนที่บรรจุ "ตัวอย่างรวงข้าวสาลี" ขนาดใหญ่ยักษ์ ยาวกว่าปกติถึงเท่าตัว และเมล็ดเต่งตึงสีทองอร่ามออกมาวางกลางโต๊ะ ฮือ—! เสียงสูดปากด้วยความตกตะลึงดังประสานกันโดยมิได้นัดหมาย รวงข้าวอะไรกัน ใหญ่โตราวกับไม่ใช่พืชในแคว้นนี้! "นี่คือผลลัพธ์จากการปรับปรุงดินและการจัดระบบชลประทานแบบใหม่ที่ฉันจะสอนพวกท่านในวันนี้" ฟางเซียนกวาดสายตามองฝูงชนที่ตอนนี้แววตาเปลี่ยนจากความหวาดระแวง เป็นความโลภและความหิวกระหายใคร่รู้ "ใครที่ลงทะเบียนเรียนกับโรงเรียนของเราในวันนี้ นอกจากจะได้รับเมล็ดพันธุ์คุณภาพสูงไปทดลองปลูกฟรีแล้ว ครอบครัวของท่านจะได้รับการคุ้มครองสิทธิ์การค้าขายผลผลิตผ่านเครือข่ายห้องค้าของตระกูลเว่ยโดยไม่มีการกดราคาจากพ่อค้าคนกลางอีกต่อไป!" ข้อเสนอนี้รุนแรงยิ่งกว่าพายุฤดูร้อน! บรรดาชาวนาที่เคยถูกพ่อค้าคนกลางขูดรีดมาตลอดชีวิตต่างพากันกรูเข้ามาด้านหน้าอย่างลืมตัว เสียงตะโกน "ข้าลงชื่อด้วย!" "ข้าเอาด้วยคนฮูหยิน!" ดังเซ็งแซ่จนผู้ใหญ่บ้านเฒ่าเฉินหน้าซีดเผือด ทำได้เพียงอ้าปากค้างและยอมจำนนต่อกระแสสังคมในที่สุด ฟางเซียนลอบยิ้มในใจ หมากตานี้ของเธอนอกจากจะซื้อใจชาวบ้านนับพันคนให้มาอยู่ใต้ร่มธงฐานเสียงของตระกูลเว่ยแล้ว ยังเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงของพวกขุนนางกังฉินและตระกูลเก่าที่จ้องจะเล่นงานเธอในราชสำนักได้อย่างราบคาบ เมื่อจัดการเรื่องการเรียนการสอนภาคทฤษฎีเสร็จสิ้น แสงอาทิตย์ก็เริ่มคล้อยต่ำลง ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดงระเรื่อ กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารก็ลอยโชيมาแตะจมูก เรียกน้ำย่อยของทุกคนในบริเวณนั้นให้ทำงานอย่างรุนแรง ที่ห้องครัวใหญ่ท้ายเรือน เว่ยอิงเดินเข้ามาเงียบ ๆ ก่อนจะสวมกอดเอวบางของภรรยาจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ คางคมเกยลงบนไหล่ลาดมนสูดดมกลิ่นกายหอมละมุนที่คุ้นเคย "เหนื่อยไหม ภรรยาข้า? เจ้าเล่นกวาดซื้อใจคนทั้งอำเภอเช่นนี้ ขุนนางเมืองหลวงคงนอนไม่หลับกันแล้วล่ะมั้ง" เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างใบหู ทำเอาฟางเซียนจั๊กจี้จนต้องเอี้ยวตัวหลบเล็กน้อย "ปล่อยเลยค่ะท่านแม่ทัพ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะEรื่องอายเขา... แล้วก็นะ ฉันไม่ได้เหนื่อยหรอกค่ะ แค่กำลังเตรียม 'อาวุธลับ' ชิ้นต่อไปต่างหาก" ฟางเซียนหันมาอมยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางใช้ทัพพีไม้คนหม้อดินขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเตาถ่าน กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์พวยพุ่งขึ้นมาทันที มันไม่ใช่กลิ่นอาหารธรรมดา แต่เป็นกลิ่นหอมฉุนของพริกแห้งคั่ว กระเทียมเจียวกรอบ ๆ น้ำซุปกระดูกเคี่ยวจนงวด และเครื่องเทศเข้มข้นที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว "นี่คืออะไรหรือ กลิ่นช่างเตะจมูกยิ่งนัก" เว่ยอิงสูดกลิ่นหอมเข้าปอด ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น "บะหมี่แห้งคลุกซอสเผ็ดสูตรพิเศษค่ะ... เมนูเด็ดที่จะใช้เลี้ยงฉลองวันเปิดโรงเรียนเกษตรกรรมค่ำนี้" ฟางเซียนตักเส้นบะหมี่สีเหลืองนวลทำมือ เหนียวนุ่ม ที่ลวกจนสุกกำลังดีใส่ชามเคลือบ ราดด้วยน้ำซอสหมูสับผัดพริกเผาเข้มข้น โรยหน้าด้วยถั่วคั่วบดหยาบและต้นหอมซอยสีเขียวสด เส้นบะหมี่ร้อน ๆ คลุกเคล้ากับน้ำซอสสีแดงฉานส่งควันโขมง กลิ่นหอมเย้ายวนใจแผ่ซ่านไปทั่วทั้งเรือนจนบรรดาบ่าวไพร่และชาวบ้านที่ยังไม่กลับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ฟางเซียนหยิบตะเกียบไม้ขึ้นมาคีเส้นบะหมี่คำหนึ่ง เป่าเบา ๆ แล้วส่งเข้าปาก รสชาติเผ็ดร้อน กลมกล่อม หอมมันของถั่วและหมูสับกระจายไปทั่วสัมผัส ทำให้นางต้องหลับตาพริ้มด้วยความฟิน ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความสุขและความอร่อยจากกลิ่นบะหมี่ที่ลอยฟุ้งไปทั่วหมู่บ้านนั้นเอง... *ปัง!* ประตูรั้วไม้หน้าเรือนก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของชายในชุดขุนนางชั้นสูงผู้มีใบหน้าบึ้งตึง พร้อมด้วยกอง องครักษ์ติดอาวุธครบมือเดินดุ่ม ๆ เข้ามาท่ามกลางความตกใจของทุกคน "หลินฟางเซียน! เจ้าบังอาจนักนะ กล้าดีอย่างไรถึงตั้งกองกำลังชาวบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตจากราชสำนัก!" เสียงตะคอกก้องกวาดบรรยากาศรื่นเริงให้ดิ่งลงเหวในพริบตา ฟางเซียนค่อย ๆ วางตะเกียบในมือลงช้า ๆ นางหันกลับไปสบตากับผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ในขณะที่เว่ยอิงก้าวขึ้นมาบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนาวางอยู่บนด้ามดาบข้างเอว พร้อมชักออกมาตัดหัวผู้บุกรุกได้ทุกเมื่อ ...................................................................... ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของดัชเชสโพดำเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%