เสียงแก้วคริสตัลกระทบกันเบาๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังมาจากมุมหนึ่งของห้องจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางมหานคร ธันวาในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลี กำลังกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความลำพองใจ รอยยิ้มเยาะบนมุมปากของเขาเด่นชัดเมื่อนึกถึงแผนการบีบคั้นบริษัทคู่แข่งให้จนมุมในค่ำคืนนี้
"พวกแกคิดว่าจะสู้กับตระกูลธนกุลไหวอย่างนั้นหรือ? หึ... โง่เง่าสิ้นดี" ธันวาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะยกแชมเปญขึ้นจิบ รสชาติของความสำเร็จมันช่างหอมหวานเสียจนเขาแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะได้เห็นรอย
หน้าซีดเผือดของบรรดาผู้ถือหุ้นรายย่อยที่จะต้องยอมจำนนขายหุ้นราคาถูกให้แก่เขา
ภายในห้องจัดเลี้ยงอันโอ่อ่า บรรดานักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลต่างพากันจับกลุ่มพูดคุยด้วยความเคร่งเครียด ทุกคนต่างรู้ดีว่าธันวากำลังดำเนินการฮุบกิจการของบริษัท 'โกลบอล เทค' ซึ่งเป็นคู่แข่งคนสำคัญ หากแผนการนี้สำเร็จ ตระกูลธนกุลจะผูกขาดตลาดพลังงานและเทคโนโลยีทั้งหมดไว้ในกำมือทันที และไม่มีใครหน้าไหนกล้าขัดขวางพวกเขาอีกต่อไป
ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความฮึกเหิมของฝ่ายธันวา ประตูบานคู่ขนาดใหญ่แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจงก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงดังสนั่นจนทุกคนในห้องต้องสะดุ้งเฮือกและหันขวับไปมองเป็นตาเดียว
ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทไร้รอยยับก้าวเดินเข้ามาด้วยจังหวะมั่นคงและทรงพลัง ใบหน้าคมคายเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกสิ่งที่ขวางหน้า ด้านข้างของเขาคือริน หญิงสาวในชุดราตรีเรียบหรูที่งดงามสะกดทุกสายตา มือบางของเธอกุมมือหนาของคินไว้อย่างมั่นคง เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและยืนหยัดเคียงข้างเขาในทุกวินาที
เสียงซุบซิบดังระงมขึ้นทันที
"นั่น... นั่นมันไอกระจอกที่เคยคุกเข่าขอทานไม่ใช่เหรอ?"
"มันเข้ามาในงานนี้ได้ยังไงวะ การรักษาความปลอดภัยทำอะไรกันอยู่!"
"กล้าดียังไงถึงแต่งตัวเลียนแบบไฮโซเข้ามาเดินเฉิดฉายในงานระดับนี้ แกอยากตายนักใช่ไหม?"
ธันวาหรี่ตามองบุคคลที่เพิ่งก้าวเข้ามา รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของเขาขยายกว้างขึ้นด้วยความรู้สึกขบขันระคนดูถูก เขาวางแก้วแชมเปญลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านมาพอดี ก่อนจะสาวเท้าก้าวเข้าไปหาคินและรินด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง
"โอ้... ดูนี่สิ นึกว่าใครที่ไหน" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งเยาะกึ่งเย้ย กราดสายตามองคินตั้งแต่หัวจรดเท้า "ไอ้คิน แกนี่มันตื๊อเสียจริงนะ ถึงขนาดลงทุนปลอมบัตรเชิญเพื่อเข้ามาเดินหายใจในงานของฉันเลยงั้นรอด? หรือว่าอยากมาขอเศษเงินกินข้าวเหมือนสมัยก่อนล่ะ? น่าสมเพชจริงๆ..."
คินไม่แม้แต่จะชายตามองธันวาด้วยซ้ำ ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องจัดเลี้ยงราวกับกำลังประเมินราคาของเล่นชิ้นหนึ่ง ความเงียบงันที่แผ่ออกมาจากตัวของคินสร้างความอึดอัดให้ผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงโดยไม่รู้ตัว บรรยากาศรอบตัวของชายหนุ่มเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับเขามีอำนาจล้นเหลือที่พร้อมจะบดขยี้ทุกคนให้แหลกคาเท้าได้ทุกเมื่อ
"ธันวา..." คินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ แต่กลับทรงพลังจนทำให้คนที่ได้ยินถึงกับสันหลังวาบ "นายคงคิดว่าตัวเองกำลังเป็นผู้กุมชะตาชีวิตของคนอื่นสินะ?"
ธันวาหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นด้วยความขบขัน "ฮ่าๆๆ! แล้วแกคิดว่าใครล่ะวะ? ตอนนี้ฉันกำลังจะซื้อหุ้นทั้งหมดของโกลบอล เทค และบริษัทของแกก็จะกลายเป็นแค่เศษฝุ่นใต้รองเท้าของฉัน จำใส่สมองโง่ๆ ของแกไว้ซะ!"
คินยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา รอยยิ้มที่ทำให้ธันวาชะงักกึกโดยไม่รู้สาเหตุ
"น่าเสียดายนะ..." คินเอ่ยเบาๆ พลาล้วงมือหยิบบัตรสีดำสนิทขอบทองคำแท้สลักลวดลายตระกูลลับออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท "เพราะว่า... หุ้นทั้งหมดที่นายกำลังหมายปอง ถูกฉันกว้านซื้อไว้จนหมดเกลี้ยงตั้งแต่เมื่อสิบนาทีที่แล้วต่างหากล่ะ"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงทันที ทุกคนออเซนต์ค้างเติ่งราวกับถูกสาบให้เป็นหิน ธันวาเบิกตากว้าง รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าแข็งค้าง ร่างกายของเขาเริ่มสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง
"พ... พูดบ้าอะไรของแก! เป็นไปไม่ได้! หุ้นทั้งหมดอยู่ในมือของ..."
คินไม่เปิดโอกาสให้ธันวาได้พูดจบ เขาหันไปพยักหน้าให้รินเล็กน้อย ก่อนจะยื่นบัตรสีดำให้กับผู้จัดการฝ่ายการเงินของบริษัทโกลบอล เทค ที่ยืนหน้าซีดอยู่ไม่ไกล
"รูด" คินออกคำสั่งสั้นๆ น้ำเสียงเด็ดขาดและทรงอำนาจ
*ติ๊ด!*
เสียงเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นกังวานท่ามกลางความเงียบสนิท หน้าจอแสดงผลปรากฏยอดเงินมหาศาลที่ถูกหักออกไปในพริบตาเดียว พร้อมกับสัญลักษณ์อนุมัติวงเงินไม่จำกัดที่สว่างวาบขึ้นมาตอกย้ำความจริงที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ
ธันวาล้มทรุดลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกโพรงจ้องมองหน้าจอเครื่องรูดบัตรด้วยความหวาดกลัวสุดขีด สีหน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเลือด ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง ในขณะที่บรรดานักธุรกิจรอบข้างต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดหวั่นเมื่อตระหนักได้ว่า... ผู้ชายคนที่พวกเขาเคยดูถูกเหยียดหยาม บัดนี้ได้กลายเป็นเจ้าของอาณาจักรที่พวกเขาทุกคนต้องก้มหัวให้เสียแล้ว
คินก้มมองธันวาที่นอนหมดสภาพอยู่แทบเท้า สายตาของเขาเย็นชาและไร้ความปรานีราวกับเทพแห่งความตาย
"ทีนี้..." คินก้มตัวลงกระซิบข้างหูของธันวาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ทำให้หัวใจของคู่ปรับหยุดเต้น "บอกฉันทีสิ ว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายต้องคุกเข่าขอร้อง?"
รินมองแผ่นหลังอันอบอุ่นและมั่นคงของคนที่เธอรักด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน หัวใจของเธอยังคงพองโตด้วยความภาคภูมิใจในตัวชายผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อโชคชะตาผู้นี้
และในวินาทีที่ความเงียบงันเข้าครอบงำ ทันใดนั้นเอง... ประตูห้องจัดเลี้ยงอีกด้านก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของชายชราลึกลับในชุดสูทโบราณ ผู้ซึ่งถือเอกสารลับฉบับหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาคินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ
"ท่านประธานครับ... ทางเราพบความเคลื่อนไหวลับจากบัญชีของตระกูลธนกุลแล้ว และดูเหมือนว่า... พวกเขากำลังจะล้มละลายอย่างสมบูรณ์แบบในอีกสามนาทีข้างหน้านี้ครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง•ตอนที่ 7
งานเลี้ยงล่มกลางคัน
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!