เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงดังขึ้นพร้อมกันสามครั้งติด เป็นจังหวะเดียวกับที่หน้าจอหุ้นและระบบธุรกรรมทั่วทั้งตลาดการเงินเกิดความโกลาหลขึ้นอย่างฉับพลัน
ธันวา ทายาทมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมือง ยกแก้วไวน์ราคาแพงขึ้นจิบด้วยท่าทางสบายอารมณ์ นัยน์ตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความหยิ่งผยองกวาดมองไปยังร่างของคินและรินที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด สำหรับเขาแล้ว คนที่ไม่มีต้นทุนทางสังคมก็เป็นเพียงเศษฝุ่นที่รอวันถูกเหยียบย่ำเท่านั้น ยิ่งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่คินบังอาจปฏิเสธข้อเสนอของเขาด้วยความเย่อหยิ่ง ธันวาก็ยิ่งอยากจะบดขยี้ศักดิ์ศรีของชายหนุ่มตรงหน้าให้แหลกคามือในงานเลี้ยงการกุศลแห่งนี้ท่ามกลางสายตาของผู้มีอิทธิพลนับร้อย
"แกคิดจริงๆ หรือวะว่าเศษเงินกระจอกๆ ของแก จะเอาชนะอำนาจเงินตราของตระกูลธนกุลได้?" ธันวาแค่นหัวเราะออกมาเสียงดังพอให้แขกคนอื่นหันมาสนใจ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนมุมปากอย่างไม่ปิดบัง "จำไม่ได้แล้วหรือไงว่าสมัยเรียน แกมันก็แค่ไอ้จนตรอกที่ต้องก้มหัวขอเศษเงินคนอื่นกิน วันนี้คิดจะมาทำตัวเป็นคนใหญ่คนโตเคียงข้างผู้หญิงของฉันอย่างนั้นเรอะ... ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่า"
รินที่ยืนอยู่ข้างกายคินขยับตัวเล็กน้อย มือเรียวบางเอื้อมไปกุมมือหนาของชายหนุ่มไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านความเชื่อใจและมั่นคงไปยังหัวใจของคิน แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยสายตาดดูถูกและเสียงซุบซิบนินทาจากเหล่าไฮโซ แต่ดวงตาคู่นั้นของรินไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความอบอุ่นและสายตาที่สื่อความหมายว่า 'ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ' ซึ่งนั่นคือพลังที่ทำให้คินเปรียบดั่งพญาอินทรีที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อสิ่งใดในโลกใบนี้
คินระบายยิ้มจางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวเจือปน แต่มันคือความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกที่แผ่รังสีคุกคามจนผู้คนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถึงกับต้องสะท้านเฮือกโดยไม่ทราบสาเหตุ
"คนเรามักจะประเมินค่าของตัวเองสูงเกินไปเสมอเมื่อมีเงินอยู่ในบัญชีที่บรรพบุรุษหามาให้..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ แต่กลับทรงพลังจนกดขี่บรรยากาศรอบข้างให้เงียบงันลงในทันที "ธันวา... คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมตระกูลธนกุลถึงเติบโตได้รวดเร็วนักในช่วงสิบปีที่ผ่านมา?"
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ "แกหมายความว่ายังไง?"
"หมายความว่า ทุกสิ่งที่ตระกูลคุณภาคภูมิใจ... แท้จริงแล้วมันเป็นแค่ภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นบนเสาเข็มที่ผุกร่อนต่างหากล่ะครับ" คินปรายตามองหน้าจอสมาร์ทโฟนที่สั่นไม่หยุดในมือของธันวา เสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมันเปลี่ยนเป็นเสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉาน
ในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของบรรดามหาเศรษฐีและนักธุรกิจระดับแนวหน้าหลายคนในงานต่างก็ดังขึ้นพร้อมเพรียงกัน ราวกับนัดหมายกันไว้ ทุกคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความตกใจ หน้าจอของพวกเขาปรากฏข่าวสารด่วนจากตลาดหลักทรัพย์และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินที่ประกาศอายัดทรัพย์สินและตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดของเครือธนกุลอย่างกะทันหัน
ธันวาหน้าถอดสี รอยยิ้มเย่อหยิ่งเมื่อครู่หายวับไปกับตา เขารีบควักโทรศัพท์มือถือราคาแพงออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท นิ้วเรียวสั่นเทาด้วยความตกใจกดโทรหาผู้เป็นพ่อทันที แต่สิ่งที่ได้ยินกลับมีเพียงสัญญาณเสียงรอสายที่ยาวนาน ก่อนจะถูกตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย
"ท่านประธานครับ... ทางเราพบความเคลื่อนไหวลับจากบัญชีของตระกูลธนกุลแล้ว และดูเหมือนว่า... พวกเขากำลังจะล้มละลายอย่างสมบูรณ์แบบในอีกสามนาทีข้างหน้านี้ครับ"
เสียงลูกน้องคนสนิทผ่านบลูทูธไร้สายดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทของคิน แม้เขาไม่ได้เปิดสปีกเกอร์โฟน แต่ความเงียบสงัดภายในห้องจัดเลี้ยงทำให้ผู้คนรอบข้างต่างลุ้นระทึกจนแทบไม่ได้ยินเสียงหายใจของตนเอง
ธันวาหันขวับมามองคินด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง เส้นเลือดปูดโปーンบริเวณขมับ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าซีดเผือด "แก... แกทำอะไร! แกทำอะไรกับบริษัทของฉัน!"
คินก้าวเท้าเดินเข้าไปหาธันวาอย่างช้าๆ จังหวะก้าวที่มั่นคงและหนักแน่นราวกับเสียงกลองแห่งสงคราม ทุกย่างก้าวที่เขาขยับเข้าไปใกล้ ทำให้ธันวาต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกกดดันมหาศาลจากรัศมีของผู้กุมอำนาจที่แท้จริงแผ่ซ่านจนชายหนุ่มตระกูลใหญ่รู้สึกราวกับถูกภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนบ่า
"ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ..." คินหยุดยืนห่างจากธันวาเพียงก้าวเดียว นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นสะท้อนภาพของชายผู้กำลังจะสูญเสียทุกอย่าง "ผมก็แค่... เรียกคืนความยุติธรรมให้กับตลาด และแสดงให้คุณเห็นว่า อำนาจที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่นามสกุล แต่รวดเร็วและเด็ดขาดกว่าที่คุณจินตนาการไว้มากนัก"
"แก... ไอ้สารเลว!" ธันวาบันดาลโทสะด้วยความจนตรอก เงื้อมมือหมายจะพุ่งเข้ามาทำร้ายคินด้วยความขาดสติ
ทว่า ยังไม่ทันที่หมัดของทายาทมหาเศรษฐีจะได้เฉียดกายของคิน ร่างของธันวาก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยแรงกดดันมหาศาลจากระบบที่คินปลดปล่อยออกมาเพียงเสี้ยววินาที ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงลงจนไม่สามารถพยุงน้ำหนักตัวไว้ได้ บรรยากาศรอบด้านตกอยู่ในความเงียบงันระดับปวรศ
คินก้มมองลงมาที่ธันวาผู้กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาที่เย็นชาและไร้ความปรานี มือข้างหนึ่งโอบกอดเอวบางของรินไว้แนบกายอย่างทะนุถนอม ราวกับจะประกาศให้ทุกคนในที่นี้ได้ประจักษ์ว่า ผู้หญิงคนนี้คือสิ่งล้ำค่าที่สุดที่ไม่มีใครหน้าไหนมีสิทธิ์แตะต้อง
"คุกเข่าลงซะ... แล้วจำบทเรียนในวันนี้ไว้ให้ขึ้นใจ" คินเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงกังวานที่ทรงพลัง กวาดสายตามองไปทั่วห้องจัดเลี้ยงที่ไม่มีใครกล้าส่งเสียงคัดค้านแม้แต่คนเดียว
ทันใดนั้น หน้าจอโปร่งใสสีทองอร่ามของระบบที่ปรากฏขึ้นเฉพาะเบื้องหน้าสายตาของคินก็ส่งเสียงเตือนสติครั้งสุดท้าย พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสถานะความมั่งคั่งระดับสูงสุดที่อัปเดตเสร็จสมบูรณ์ และเสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวจำนวนหลายลำที่บินมาลอยลำอยู่เหนือหลังคาอาคารจัดเลี้ยง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลปริศนาในชุดสูทสีดำสนิทที่ก้าวลงมาจากเครื่องบินด้วยท่าทีนอบน้อม...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมครับ
"เงาฮันเตอร์ไร้เงา"
ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง•ตอนที่ 8
บทเรียนของผู้มีอิทธิพล
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!