ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง•ตอนที่ 9

ความลับของบัตรดำ

ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยในร้านอาหารหรูระดับมิชลินสามดาวดังขึ้นระคนเสียงซุบซิบของเหล่าไฮโซตระกูลดัง ธันวาหยัดกายลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ดวงตาคมกริบกวาดมองคินและรินด้วยความสมเพชเวทนา ราวกับกำลังมองมดปลวกที่บังaาอาจมาขวางทางเดินของราชสีห์ "แกคิดจริง ๆ หรือวะไอ้คิน ว่าแค่เสื้อผ้าแบรนด์เนมปลอม ๆ กับการจองโต๊ะวีไอพีด้วยเส้นสายสกปรก จะทำให้แกกลายมาเป็นคนชั้นสูงได้?" ธันวาแค่นหัวเราะเสียงดัง พลางโบกมือเรียกผู้จัดการร้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาโค้งคำนับ "จัดการเช็คบิลโต๊ะนี้ให้มันหน่อยสิ เอาบิลรวมค่าความเสียหายที่มันทำลายบรรยากาศร้านด้วยนะ ผมจะเป็นคนใจบุญจ่ายให้มันเอง... เผื่อมันไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อข้าวแกงกินสิ้นเดือนนี้" รินเม้มริมฝีปากแน่น มือเรียวเล็กเอื้อมไปดึงชายเสื้อของคินด้วยความกังวล แม้เธอจะเชื่อมั่นในตัวชายหนุ่มที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตลอด แต่ตัวเลขบนบิลที่พนักงานกำลังถือเดินมานั้น... มันสูงถึงเจ็ดหลัก มากเกินกว่าที่พนักงานเงินเดือนธรรมดาจะจินตนาการถึง คินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขานั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น ดวงตาสสีดำสนิทฉายแววคมปลาบดลึก ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น มีเพียงความรู้สึกขบขันระคนสมเพชส่งผ่านไปยังธันวาที่กำลังยืนอกผายด้วยความลำพองใจ "ไม่ต้องลำบากคุณธันวาหรอกครับ เรื่องแค่นี้... ผมจ่ายเองไหว" คินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง ก้องกังวานไปทั่วห้องอาหารที่บัดนี้ตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกสายตาจับจ้องมาที่ชายหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น 'ไอ้แมงดาเกาะผู้หญิงกิน' ผู้จัดการร้านหน้าซีดเผือดเมื่อรับซองหนังสีดำสนิทจากมือพนักงานเสิร์ฟ เขารีบเดินเข้ามาโค้งตัวลงเก้าสิบองศาด้วยความนอบน้อมยิ่งกว่าตอนรับคำสั่งจากธันวาเสียอีก มือที่ยื่นออกไปรับบัตรสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก เมื่อดวงตาเหลือบไปเห็นลวดลายโฮโลแกรมรูปมังกรทมิฬที่สลักนูนต่ำอยู่บนพื้นผิวบัตร นั่นไม่ใช่บัตรเครดิตธรรมดา... แต่มันคือ "แบล็กการ์ดโลหะพิเศษ" ที่ออกโดยธนาคารกลางระดับโลก บัตรที่ถูกจำกัดสิทธิ์ไว้ให้เฉพาะมหาเศรษฐีติดอันดับท็อปเทนของโลก หรือบุคคลระดับตำนานที่ถือครองอำนาจทางการเงินเหนือรัฐบาลบางประเทศเท่านั้น! ธันวายืนกอดอกรอเวลาหัวเราะเยาะ "เห M... ทำเป็นฟอร์มจัด ส่งบัตรอะไรมาให้ผู้จัดการดูวะ? สงสัยคงเป็นบัตรสะสมแต้มร้านสะดวกซื้อล่ะสิ ฮ่า ๆ ๆ... เฮ้ย! ผู้จัดการ ทำไมหน้าซีดอย่างนั้นวะ? หรือว่าวงเงินในบัตรมันติดลบจนรูดไม่ผ่าน?" ผู้จัดการร้านกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬเม็ดโตผุดพรายเต็มหน้าผาก เขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตากับคิน มือที่ถือบัตรดำนั้นสั่นเทารุนแรงยิ่งกว่าเดิม สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นหากเขาทำบัตรใบนี้เป็นรอย หรือให้บริการลูกค้าระดับนี้ผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว "ทะ... ท่านครับ..." ผู้จัดการเสียงสั่นเครือ คุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าคินท่ามกลางความตกตะลึงของแขกเหรื่อทั้งร้าน "กระผม... ขอกราบประทานอภัยด้วยครับที่เสียมารยาท! บัตรใบนี้... ทางธนาคารแม่ข่ายแจ้งมาว่า เป็นบัตรอภิสิทธิ์ไร้ขีดจำกัด... ไม่มีเพดานวงเงิน และ... และ..." "และอะไรวะ พูดให้มันเคลียร์สิไอ้ผู้จัดการ!" ธันวาเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี ตะคอกถามเสียงดังลั่นจนหน้าดำหน้าแดง ผู้จัดการหันไปมองธันวาด้วยสายตาเย็นชาผิดคาด ก่อนจะหันกลับมาพูดกับคินด้วยความเคารพสูงสุด "และบัญชีนี้ได้รับการยกเว้นค่าใช้จ่ายทั้งหมด... ทุกรายการอาหารในเครือทั่วโลกของกลุ่มบริษัทเรา ถูกท่านประธานใหญ่สั่งการไว้เป็นกรณีพิเศษว่า ผู้ถือบัตรใบนี้คือ 'นายเหนือหัว' ที่ไม่อาจประเมินมูลค่าทรัพย์สินได้ครับ!" เปรี้ยง! ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจของธันวา ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ถอยหลังกรูดไปสามก้าว ดวงเบิกกว้างจนแทบถลنออกมานอกเบ้า มันเป็นไปได้อย่างไร? ไอ้บ้านี่มันเป็นแค่ยาจกฮันเตอร์ระดับ E ที่เพิ่งหย่าร้างกับอดีตคู่หมั้นตระกูลตกอับ แล้วทำไมมันถึงกลายเป็นเจ้าของบัตรที่แม้แต่พ่อของเขาซึ่งเป็นประธานบริษัทใหญ่ยังไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้อง! รินอ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง แม้เธอจะรู้ว่าคินเปลี่ยนไปหลังจากได้รับพลังปริศนา แต่ภาพตรงหน้านี้มันเกินกว่าสามัญสำนึกของมนุษย์ไปไกลโขแล้ว เธอมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่เธอยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อเคียงข้าง ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ คินแย้มรอยยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มของพญายมที่กำลังดื่มด่ำกับความหวาดกลัวของเหยื่อ เขายื่นมือไปรับบัตรดำกลับมาเก็บเข้ากระเป๋าเสื้ออย่างใจเย็น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีกดดันอันทรงพลังแผ่ขยายออกไปจนทุกคนในรัศมีสิบเมตรแทบหายใจไม่ออก "คุณธันวาครับ..." คินก้าวเข้าไปหาช้า ๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดัง ก้องกังวาน บีบหัวใจคนฟังจนแทบหยุดเต้น "เมื่อครู่คุณบอกว่าจะจ่ายค่าเสียหายทั้งหมดแทนผมใช่ไหมครับ?" ธันวากลืนน้ำลายอึกใหญ่ ขาสั่นพับจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น เขาอยากจะวิ่งหนีออกไปจากตรงนี้ให้พ้น แต่แรงกดดันมหาศาลจากตัวคินตรึงเขาไว้ราวกับมีโซ่ตรวนล่องหนล่ามข้อเท้าเอาไว้ "แก... แกเป็นใครกันแน่ไอ้คิน..." ธันวาเค้นเสียงถามออกมาอย่างยากลำบาก ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวสุดขีด คินโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของทายาทตระกูลใหญ่ด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มันกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ผมก็คือคนที่กำลังจะทำให้ตระกูลของคุณล้มละลายภายในสามวินาทีต่อจากนี้... ยังไงล่ะครับ" สิ้นคำพูดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของธันวาก็แผדเสียงกรีดร้องดังลั่นราวกับสัญญาณเตือนภัยมรณะ หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจาก "ประธานบริษัท" ผู้เป็นพ่อ ซึ่งกำลังร้องไห้โฮด้วยความสิ้นหวังจากปลายสาย — ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมเสมอนะครับ —
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%