"แกคิดว่าเศษเงินแค่ไม่กี่หมื่นบาท จะซื้อความเงียบของฉันได้งั้นเหรอ?"
เสียงของคินราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนห้องรับรองระดับวีไอพีของโรงแรมหรูตกอยู่ในความเงียบงันกะทันหัน เขาไม่แม้แต่จะปรายตาไปยังชายหนุ่มในชุดสูทแบรนด์เนมที่ยืนหน้าซีดอยู่เบื้องหน้า มือเรียวยาวของเขากำลังหมุนแก้วไวน์ราคาแพงลิบลิ่วพลางทอดสายตามองไปยังทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองใหญ่ผ่านกระจกบานยักษ์
"คิน... ฟังก่อนนะเพื่อน คือตอนนั้นฉัน... ฉันแค่ล้อเล่นน่ะ" เสียงของ 'เต้ย' เพื่อนเก่าสมัยมหาวิทยาลัยที่เคยเหยียดหยามคินว่าไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อข้าวแกงกิน สั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นตามไรผมของเขา
คินวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะหินอ่อน เสียงกระทบของแก้วคริสตัลดังกังวานราวกับเสียงค้อนพิพากษา
"ล้อเล่น? ตลกดีนะ" คินหันกลับมาเผชิญหน้า สายตาเย็นชาคู่นั้นกวาดมองไปที่รอยยับบนสูทของอีกฝ่าย "วันนั้นที่ฉันไม่มีอะไรเลย นายผลักฉันลงกับพื้นเพราะฉันเดินชนโต๊ะนายในงานเลี้ยงรุ่น แล้วนายก็ถ่มน้ำลายใส่มือฉัน... นายจำไม่ได้งั้นเหรอ?"
ริน ซึ่งนั่งเคียงข้างคินอยู่เงียบๆ เอื้อมมือมาแตะแขนเขาแผ่วเบา ดวงตาสวยคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธแค้น มีเพียงความสงบนิ่งของผู้ที่อยู่เหนือกว่า เพราะเธอรู้ดีว่าคินในตอนนี้ ไม่ใช่คินคนเดิมที่อ่อนแออีกต่อไปแล้ว
"คินคะ พอเถอะค่ะ" รินเอ่ยน้ำเสียงอ่อนหวานแต่หนักแน่น "คนแบบนี้ ไม่คู่ควรกับเวลาของคุณหรอกค่ะ"
เต้ยรีบก้าวเข้ามาใกล้ ทำท่าเหมือนจะจับแขนคินเพื่อขอความเห็นใจ แต่ถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเข้าล็อกตัวไว้ในเสี้ยววินาที
"คิน! ริน! ผมขอโทษ! ตอนนี้ตระกูลของผมกำลังแย่ ถ้าคุณช่วย... แค่เม็ดเงินมหาศาลจากระบบของคุณช่วยกอบกู้บริษัทผมหน่อยเถอะ ถือว่าเห็นแก่ความหลัง!" เต้ยตะโกนลั่น ความเย่อหยิ่งทระนงตนก่อนหน้าหายไปสิ้น เหลือเพียงชายผู้หิวโหยอำนาจที่กำลังจะจมน้ำตาย
คินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "ความหลังงั้นเหรอ? นายย้ำเตือนฉันดีมากนะเต้ย... งั้นเอาแบบนี้ดีไหม"
เขากดปุ่มบนสมาร์ทโฟนเพียงครั้งเดียว หน้าจอโฮโลแกรมสีทองสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ แสดงตัวเลขในบัญชีที่ยาวจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด ระบบระดับพระเจ้าที่เขาครอบครองเพียงผู้เดียวในโลกนี้กำลังประมวลผลคำสั่ง
"ฉันจะซื้อกิจการบริษัทของนาย... ในราคาหนึ่งบาท" คินก้าวเข้าไปใกล้เต้ยจนลมหายใจรดใบหน้า "แล้วหลังจากนั้น นายจะกลายเป็นเพียงพนักงานทำความสะอาดในบริษัทที่นายเคยเป็นเจ้าของ... นายจะตกลงไหม หรือจะให้ฉันทำให้ชีวิตนายพังยับเยินยิ่งกว่านี้ภายในห้านาที?"
เต้ยตัวสั่นเทา ดวงตาเบิกโพลงด้วยความสิ้นหวัง เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า คนที่เขาเคยดูถูก วันนี้คือคนที่จะชี้เป็นชี้ตายชีวิตเขาได้เพียงแค่กระดิกนิ้ว
แต่ก่อนที่เรื่องราวจะดำเนินไปสู่บทสรุปอันสาสม เสียงเคาะประตูห้องวีไอพีก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง
*ปัง! ปัง! ปัง!*
ประตูเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ธันวา ศัตรูคู่อาฆาตที่หายหน้าไปนานก้าวเข้ามาด้วยท่าทีคุกคาม แต่ในมือเขากลับถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูมีลับลมคมใน เขาไม่ได้มองหน้าเต้ยเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขามุ่งตรงไปยังคินด้วยความขึงขัง
"คิน... เลิกเล่นเกมเด็กน้อยพวกนี้ได้แล้ว" ธันวาโยนเอกสารลงบนโต๊ะ เอกสารนั้นเป็นภาพถ่ายของรินในสถานที่ที่เธอไม่ควรจะไปอยู่ "แกคิดว่าแกคุมโลกนี้ได้แล้วงั้นเหรอ? ลองเปิดดูสิ่งที่อยู่ในแฟ้มนั่นสิ แล้วแกจะรู้ว่า 'ความลับ' ที่แกพยายามปกป้อง... มันกำลังจะกลายเป็นชนวนระเบิดที่ทำลายชีวิตรักของแกให้สิ้นซาก"
คินชะงัก สายตาที่เคยเย็นชาเปลี่ยนเป็นดุดันราวกับพยัคฆ์ร้าย รินขยับตัวเข้าใกล้คินมากขึ้น มือของเธอสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพถ่ายในนั้น
การเผชิญหน้าครั้งใหม่ที่เดิมพันด้วยหัวใจกำลังเริ่มต้นขึ้นในวินาทีนี้... และไม่มีใครรู้เลยว่า สิ่งที่ธันวากำลังถือครองอยู่นั้น คือกับดักที่วางไว้ตั้งแต่ต้น หรือเป็นเรื่องจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามการพิพากษาของผมในเส้นทางแห่งอำนาจนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — เงาฮันเตอร์ไร้เงา
ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง•ตอนที่ 6
คนรู้จักที่ทำเป็นลืม
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!