เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกนิรภัยดังสนั่น สะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของตระกูลธันวาคม
ธันวาแย้มยิ้มด้วยความเย่อหยิ่ง นัยน์ตาคมกริบมองร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเรียบง่ายที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาดูแคลน ราวกับกำลังมองดูมดปลวกตัวหนึ่งที่บังอาจเข้ามาในอาณาจักรของราชสีห์
"แกคิดจริง ๆ หรือวะไอ้คิน ว่าแค่เงินเก็บกะโหลกะกะลาของแก จะมาซื้อตึกใจกลางย่านการค้าแห่งนี้ได้?" เสียงหัวسเราะเยาะหยันดังลอดไรฟันของทายาทมหาเศรษฐี ธันวากดน้ำหนักเสียงต่ำอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า "ที่นี่ตารางเมตรละหลายสิบล้าน โฉนดผืนนี้และตึกระฟ้าอีกสามหลังรอบด้าน... อยู่ในกำมือฉันหมดแล้ว ต่อให้แกตายแล้วเกิดใหม่สิบรอบ ก็ไม่มีปัญญาแม้แต่จะเดินเฉียดเข้ามาเหยียบพื้นตึกของฉันหรอกนะ!"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก คินยังคงยืนนิ่งสงบ ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความตื่นตระหนก รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากกลับสร้างความหงุดหงิดใจให้แก่ธันวาอย่างประหลาด
ข้างกายของคิน ริน ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่อย่างมั่น
มั่นคง มือเรียวบางของเธอกุมมือเขาไว้แน่น ส่งผ่านความอบอุ่นและความเชื่อมั่นที่ร่วมผ่านความยากลำบากมาด้วยกัน แววตาของหญิงสาวไร้ความหวาดกลัว มีเพียงประกายความสมเพชส่งไปยังกลุ่มคนที่คิดว่าตนเองยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองนี้
"พูดจบแล้วใช่ไหมครับ?" คินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นุ่มนวลและทรงพลัง
เขาลดมืออีกข้างลง ควักกระเป๋าหยิบบัตรโลหะสีดำสนิทลวดลายมังกรทองสลักนูนต่ำออกมา—บัตรเครดิตไร้ขีดจำกัดของระบบมหาศาลที่เปลี่ยนกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ไปตลอดกาล
"แกจะทำอะไรวะ? เอาบัตรพลาสติกปลอม ๆ มาโชว์แก้เขินหรือไง!" ธันวาแค่นหัวเราะ สะบัดมือส่งสัญญาณให้เลขาและทีมกฎหมายเตรียมไล่ตะرد
แต่ก่อนที่เสียงหัวร่อจะจางหาย เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของประธานกรรมการบริหารธนาคารกลางประจำเมืองก็ดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งห้อง ไม่เว้นแม้แต่โทรศัพท์มือถือของธันวาเอง
*ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!*
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบพร้อมข้อความตัวเลขมหาศาลที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนในห้องสะดุดกึก ธันวาก้มมองหน้าจอ ดวงตาเบิกโพรงด้วยความตื่นตระหนกจนเส้นเลือดฝอยในตาปูดโปน ตัวเลขเงินฝากในบัญชีกลางที่เคยค้ำจุนอาณาจักรธุรกิจของตระกูล... บัดนี้กำลังลดฮวบลงด้วยความเร็วสูงราวกับถูกพายุหมุนดูดกลืน!
"มะ... เป็นไปได้ยังไง! เงินในบัญชีสำรองของบริษัทฉันถูกอายัด... ไม่สิ! ถูกโอนออกไปไหนหมด!" ธันวาแผดเสียงลั่นด้วยความสติแตก ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว เขาเงยหน้าขึ้นมองคินราวกับเห็นปีศาจ "แก... แกทำอะไรกับระบบธนาคาร!"
คินไม่ตอบคำถามอันโง่เขลาของผู้ชายตรงหน้า เขายื่นบัตรสีดำส่งให้พนักงานธนาคารอาวุโสที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่มุมห้อง พนักงานคนนั้นรีบรับมาด้วยมือที่สั่นระริก ก่อนจะรูดมันผ่านเครื่อง EDC เครื่องพ่นสลิปกระดาษความร้อนทำงานอย่างรวดเร็ว เสียงกระดาษยาวเหยียดไหลออกมาพร้อมกับไฟสีเขียวที่กะพริบยืนยันสถานะ
*อนุมัติวงเงินสำเร็จ: หนี้สินทั้งหมดถูกซื้อกิจการเรียบร้อยแล้ว*
คินก้าวเข้าไปใกล้ธันวาช้า ๆ กลิ่นอายความกดดันระดับราชาแผ่ขยายออกไปจนทำให้ทายาทตระกูลใหญ่ต้องถอยหลังกรูดจนสะดุดขาตัวเองล้มลงไปกองกับพื้นห้องประชุม
"ผมไม่ได้ทำอะไรยากเลยครับ... แค่ใช้เงินซื้อทุกตารางเมตรของตระกูลคุณ เพื่อเปลี่ยนมันให้เป็น 'ฐานทัพส่วนตัว' ของผมก็เท่านั้นเอง"
คินโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของคนที่กำลังสั่นเทาด้วยความสิ้นหวัง น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยียบเย็นจนกระดูกสันหลังวาบหวิว "จำคำพูดของคุณเมื่อครู่ได้ไหมครับ? ว่าต่อให้ตายแล้วเกิดใหม่สิบรอบ ก็ไม่มีปัญญา... ตอนนี้ คุณต่างหากล่ะ ที่ไม่มีแม้แต่แผ่นดินจะซุกหัวนอน"
ธันวานั่งทรุดฮวบ ร่างกายไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน อำนาจเงินตราและความหยิ่งทะนงที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่าในเวลาไม่ถึงห้านาที รินมองภาพนั้นด้วยแววตาเรียเฉย เธอรู้ดีว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างกายเธอคนนี้ไม่ใช่หนุ่มซื่อบื้อผู้ยอมจำนนต่อโชคชะตาอีกต่อไปแล้ว แต่คือ 'ผู้กุมชะตา' ที่แท้จริงของเมืองนี้
ทันใดนั้น เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวจำนวนหลายลำก็ดังกระหึ่มขึ้นเหนือยอดตึกกระจก แสงไฟสปอตไลท์สว่างจ้าสาดส่องทะลุกระจกเข้ามาในห้องประชุมจนทุกคนต้องยกมือขึ้นบังตา
ประตูห้องประชุมถูกถีบเปิดออกโดยกลุ่มชายชุดสูทสีดำสนิทนับสิบคน พวกเขาโค้งคำนับให้คินและรินด้วยความเคารพสูงสุด ก่อนที่หัวหน้าบอดี้การ์ดจะเดินเข้ามาโน้มตัวกระซิบรายงานด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท
"ท่านประธานครับ... กว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์และเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานทั้งเมืองเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วตามคำสั่งครับ และตอนนี้... 'แขกคนสำคัญ' ที่พวกเราตามหาตัวมานาน ปรากฏตัวอยู่ที่ชั้นดาดฟ้าแล้วครับท่าน"
คินชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบฉายประกายลึกล้ำทันทีเมื่อได้ยินคำว่า 'แขกคนสำคัญ' เขากุมมือรินแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
และก่อนที่ใครในที่นั้นจะทันได้ตั้งคำถามใด ๆ หน้าจอมอนิเตอร์ยักษ์กลางห้องประชุมก็ถูกแฮกโดยระบบอัตโนมัติ ภาพจากกล้องวงจรปิดบนดาดฟ้าตึกเผยให้เห็นร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีเงินยาว ยืนหันหลังให้ลมพายุ แต่วินาทีต่อมา... บุคคลนั้นก็หันหน้ามามองตรงกล้อง พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ทำให้คินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เงาฮันเตอร์ไร้เงา
ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง•ตอนที่ 13
กว้านซื้ออสังหาฯ ทั้งเมือง
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!