ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง•ตอนที่ 14

นักฆ่าในคราบคนงาน

ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบสงัดของโกดังร้างเขตอุตสาหกรรมเก่า คือสัญญาณเตือนภัยเดียวที่ดังขึ้นก่อนที่ความตายจะพุ่งแหวกอากาศมาถึง "ระวังครับ ริน!" คินคว้าเอวบางของหญิงสาวเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเบี่ยงตัวหลบวัตถุปลายแหลมที่พุ่งเฉียดใบหูไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร มันปักลึกลงไปในเสาปูนจนเศษปูนกระจาย ตัวใบมีดอาบด้วยสารพิษสีม่วงเข้ม ส่งกลิ่นฉุนรุนแรงจนชวนคลื่นไส้ ในสายตาของคนทั่วไป โกดังแห่งนี้เป็นเพียงสถานที่ร้างรอการทุบทำลาย แต่สำหรับผู้ครอบครอง "ระบบผู้กล้า เลเวลอัปฮันเตอร์" ที่ตื่นขึ้นพร้อมกับความมั่งคั่งอย่างไร้ขีดจำกัดแล้ว สถานที่แห่งนี้คือสนามประลองที่ธันวาและสมุนของมันเลือกเป็นสุสานของเขา ดวงตาของคินเปลี่ยนเป็นสีนิลเข้มข้น ความอบอุ่นที่เขามักจะใช้มองรินยามอยู่ด้วยกันมลายหายไปสิ้น เหลือไว้เพียงความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกและความดุดันของนักล่าผู้กุมชะตากรรมของทุกคนในที่นี้ "มันมาแล้วสินะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ แต่ทรงพลังจนรินที่ซบอยู่กับอกอุ่นสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนแห่งความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ "คุณคิน... ฉันกลัวจังค่ะ" รินเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาห่วงใย แม้ปากจะบอกว่ากลัว แต่มือเรียวกลับกำเสื้อของชายหนุ่มแน่นเพื่อยืนยันว่าจะไม่ยอมถอยไปไหน เธอคือคนที่เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขามาตั้งแต่สมัยที่พวกเขายังต้องกัดก้อนเกลือกิน ดังนั้น ต่อให้เบื้องหน้าจะเป็นคมดาบหรือความตาย เธอก็เลือกที่จะเผชิญหน้ามันไปพร้อมกับเขา "ไม่ต้องกลัวหรอกครับริน ไม่มีใครหน้าไหนทำอันตรายคุณได้ต่อหน้าผม แม้แต่เศษเสี้ยวของเส้นผมก็ไม่มีสิทธิ์" คำพูดนั้นไม่ได้เป็นเพียงคำปลอบโยน แต่มันคือคำประกาศิตที่ถูกขีดเส้นตายไว้แล้ว *ฟึ่บ!* เงาดำสายหนึ่งเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงจากมุมมืดของคานเหล็กด้านบน มันคือมือสังหารระดับสูงที่ตระกูลธันวาว่าจ้างด้วยเงินนับร้อยล้านบาท เพื่อกำจัดหนามยอกอกอย่างคินให้พ้นทางในคืนนี้ ร่างในชุดคนงานก่อสร้างสีมอซอถูกกระชากออก เผยให้เห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าที่มีแผลเป็นยาว "แกตายซะไอ้ขยะ หน้าเงินอย่างแกไม่มีทางรอดไปเห็นพระอาทิตย์ขึ้นวันพรุ่งนี้หรอก!" มือสังหารคำรามลั่น พร้อมกับซัดมีดสั้นอาบยาพิษนับสิบเล่มเข้าใส่จุดตายทั่วร่างของคินในคราวเดียว รินหลับตาลงด้วยความตกใจ เธอกลั้นหายใจในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้น ทว่า... ไม่มีเสียงเนื้อถูกเฉือน ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน [ติ๊ง! ตรวจพบการโจมตีระดับอันตรายถึงชีวิต ระบบทำการเปิดใช้งาน "เกราะพลังงานเศรษฐีไร้พ่าย" โดยอัตโนมัติ หักค่าใช้จ่าย 1,000,000 เครดิตเพื่อแปลงเป็นสนามพลังป้องกันสูงสุด] เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของคินอย่างราบเรียบ พร้อมกับม่านพลังงานสีทองโปร่งแสงที่แผ่ขยายออกมารอบตัวทั้งสองคน ใบมีดอาบยาพิษทั้งหมดพุ่งเข้ากระทบกับม่านพลังงานนั้นราวกับชนเข้ากับกำแพงเหล็กกล้า ก่อนจะร่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง *เคร้ง!* มือสังหารเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนลูกเกือบหลุดออกจากเบ้า มันอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า "เป็นไปได้ยังไงกัน... นั่นมันมีดอาบพิษสลายกระดูกนะ!" คินค่อย ๆ ปล่อยมือจากรินอย่างนุ่มนวล พร้อมกับก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รัศมีกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกจากร่างของเขาจนอากาศรอบตัวราวกับหนักอึ้งขึ้นเป็นเท่าตัว "มีดอาบพิษราคาถูกแบบนั้น คงใช้เงินซื้อมาไม่กี่บาทสินะครับ..." คินแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาที่มองไปยังมือสังหารราวกับกำลังมองแมลงตัวจ้อยที่รอวันถูกบี้ให้แบน "น่าเสียดายจัง... ที่เงินไม่สามารถซื้อชีวิตของคุณกลับมาได้อีกแล้ว" [ติ๊ง! ผู้ใช้ทำการเรียกใช้ "อำนาจแห่งความมั่งคั่ง" ทำการล็อกเป้าหมายศัตรูทั้งหมดในรัศมี 50 เมตร] หน้าจอโฮโลแกรมสีทองปรากฏขึ้นตรงหน้าคิน พร้อมกับข้อมูลของมือสังหารที่ขึ้นตัวแดงเถือก มือสังหารรู้สึกเหมือนมีภูเขาทั้งลูกมากดทับหน้าอก มันทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าซีดเผือด มันพยายามจะขยับตัวหนี แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่เหล็กที่มองไม่เห็น "แก... แกเป็นใครกันแน่! ทำไมถึงมีพลังแบบนี้!" มือสังหารตะโกนถามด้วยความหวาดผวา เสียงของมันสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ คินย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับมัน รอยยิ้มที่มุมปากดูสุภาพแต่กลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าปีศาจจากขุมนรก "ผมก็แค่คนธรรมดา... ที่บังเอิญรวยกว่าเจ้านายของคุณทั้งตระกูลก็เท่านั้นเองครับ" พูดจบ คินก็สะบัดมือเบา ๆ แรงกดดันมหาศาลถูกปลดปล่อยออกไปราวกับคลื่นกระแทก ร่างของมือสังหารกระเด็นไปกระแทกกับผนังปูนอย่างแรงจนกระดูกหักละเอียดหลายแห่ง กระอักเลือดสดออกมาคำโตก่อนจะหมดสติคาที่ ความเงียบสงบกลับมาเยือนโกดังอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของรินที่เดินเข้ามาจับแขนของเขาไว้ด้วยความห่วงใย "คุณคิน เจ็บตรงไหนไหมคะ?" รินสำรวจร่างกายของเขาด้วยความร้อนรน คินหันกลับมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้เธอทันที ความเย็นชาก่อนหน้านี้หายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น มือหนายกขึ้นลูบศีรษะทุยของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา "ผมไม่เป็นไรเลยครับริน ปลอดภัยดีทุกอย่าง" คินเอ่ยเสียงนุ่ม "พวกมันส่งคนมาลองเชิงเราแค่นี้... แปลว่าธันวาคงเริ่มนั่งไม่ติดแล้วสินะครับ" รินพยักหน้ารับเบา ๆ แม้จะยังมีความกังวลอยู่ในแววตา แต่ความเชื่อมั่นที่เธอมีต่อชายหนุ่มคนนี้กลับมีมากกว่าสิ่งอื่นใด ในจังหวะที่คินกำลังจะพาเธอกลับออกไปนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ต่างออกไป... เสียงที่เต็มไปด้วยการเตือนภัยระดับวิกฤต [ติ๊ง! แจ้งเตือนด่วน: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของกองกำลังติดอาวุธจำนวน 50 คนกำลังปิดล้อมพื้นที่ และ... ยานพาหนะทางอากาศกำลังมุ่งหน้ามายังพิกัดนี้ด้วยความเร็วสูง] คินชะงักฝีเท้าเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานโกดังที่เริ่มมีเสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ดังกระหึ่มเข้ามาใกล้ทุกที แรงลมมหาศาลพัดหลังคาสังกะสีจนสั่นสะเทือน รินขมวดคิ้วแน่น "คุณคินคะ นั่นมัน..." คินยกยิ้มมุมปากขึ้นอีกครั้ง ดวงตาสองข้างทอประกายคมกริบราวกับคมดาบที่พร้อมจะฟาดฟันทุกอุปสรรคให้ขาดเป็นสองท่อน เขายื่นมือไปสัมผัสกับนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ พร้อมกับกดปุ่มยืนยันคำสั่งบางอย่างที่เตรียมไว้ล่วงหน้า หน้าจอโฮโลแกรมสีทองสว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความเด่นชัด: **[ยืนยันการทำลายล้างเครือข่ายธุรกิจตระกูลธันวา: ดำเนินการ 100%]** และในวินาทีนั้นเอง แสงไฟสปอตไลท์นับสเภจากเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวนับสิบลำก็สาดส่องลงมาทะลุหลังคาโกดัง พร้อมกับร่างของชายในชุดสูทราคาแพงนับร้อยคนที่โรยตัวลงมาล้อมรอบพวกเขาทั้งสองคน... แต่ทว่า คนเหล่านั้นไม่ใช่คนของธันวา กลับเป็นกองกำลังส่วนตัวของคินเองที่มารับ "นายใหญ่" กลับบ้าน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ เงาฮันเตอร์ไร้เงา
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%
นักฆ่าในคราบคนงาน — ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง | yayni