กลิ่นคาวสนิมเหล็กและฝุ่นปูนเก่าๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในโกดังร้างริมท่าเรือ รินพยายามขยับข้อมือที่ถูกพันธนาการด้วยเชือกไนลอนหนาเข้ากับเก้าอี้เหล็ก ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาถึงหัวไหล่ แต่สิ่งที่เธอแสดงออกทางแววตาหาใช่ความหวาดกลัวไม่ เธอกลับจ้องมองไปยังชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยหยาม
"คุณธันวา... ทำแบบนี้คิดว่ามันจะช่วยให้คุณสูงส่งขึ้นมาได้จริงๆ หรือครับ?" เสียงของรินแม้จะแหบพร่าจากการถูกปิดปากไว้ระยะหนึ่ง แต่มันก็ยังคงมีความเด็ดเดี่ยวเจืออยู่
ธันวาหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มบนใบหน้าของทายาทมหาเศรษฐีบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้น เขาก้าวเข้าไปใกล้แล้วใช้ปลายนิ้วเชยคางหญิงสาวขึ้นบังคับให้สบตา "ปากดีเหลือเกินนะริน ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เธอมีความมั่นใจขนาดนี้... อ้อ คงเป็นเพราะไอ้สวะคินนั่นสินะ ที่ทำให้เธอคิดว่าตัวเองมีค่าพอจะมาต่อรองกับฉันได้"
"คินไม่ใช่สวะ... และคุณก็ไม่มีวันเทียบเขาได้เลย" รินสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแวววาววับ
"หุบปาก!" ธันวาตวาดลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว มือหนาเง้าง่าขึ้นหมายจะตบลงบนใบหน้าหวาน ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทราคาแพงของเขาก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ธันวาชักมือกลับอย่างหัวเสีย ควักโทรศัพท์ออกมากดรับด้วยความหงุดหงิด "มีอะไร! ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าอย่าเพิ่งโทรมาถ้ายังไม่—”
*(คุณธันวาครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!)* เสียงปลายสายละลานละลอกด้วยความตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ *(หุ้นของบริษัทเรา... ทุกกลุ่ม ทุกพอร์ต... กำลังถูกเทขายอย่างหนักแบบไม่ทราบสาเหตุ! มูลค่าความเสียหายตอนนี้ทะลุห้าพันล้านไปแล้วครับ!)*
ธันวาชะงัก สีหน้าที่เคยเย่อหยิ่งแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในชั่วพริบตา "ว่ายังไงนะ? เทขาย? ใครมันจะบ้ามีเงินทุนมหาศาลขนาดนั้นมากวาดซื้อหุ้นเราในเวลาไล่เลี่ยกันได้!"
*(เราไม่รู้ครับ! รู้แต่ว่าระบบซื้อขายแจ้งเตือนว่า... มีคำสั่งซื้อระดับ 'อัลตร้าไวโอเล็ต' จากบัญชีปริศนาที่ถือครองรหัสผ่านระดับสูงสุดของเครือข่ายการเงินโลกเข้ามา กวาดซื้อทุกอย่างจนเกลี้ยงพอร์ตแล้วครับคุณธันวา!)*
"เป็นไปไม่ได้..." ธันวากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวโพลน เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า ความรู้สึกหน็บหนาวแล่นพล่านจากสันหลังวาบขึ้นมาถึงสมอง เมื่อเขารู้ดีว่าอำนาจระดับนี้มีอยู่บนโลกแค่ไม่กี่คนเท่านั้น
ในวินาทีที่ความตื่นตระหนกกำลังกัดกินสติของธันวา ประตูเหล็กบานใหญ่ของโกดังร้างก็ถูกกระแทกด้วยแรงมหาศาลจนพังหลุดออกจากราง เสียงโลหะหนักหน่วงกระแทกพื้นดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
ธันวาและลูกน้องกลุ่มใหญ่หันขวับไปมองยังจุดเกิดเหตุพร้อมกับชักอาวุธปืนในมือขึ้นเตรียมพร้อม
ท่ามกลางกลุ่มฝุ่นควันสีเทา ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเดินออกมาอย่างช้าๆ จังหวะก้าวเท้าหนักแน่นและมั่นคง ราวกับราชสีห์ที่กำลังย่างสามขุมเข้าสู่ดินแดนของเหยื่อ แสงไฟจากภายนอกสาดส่องลงมาทาบทับแผ่นหลังของเขา เผยให้เห็นชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเนี๊ยบกริบ เรือนผมสีดำสนิท และแววตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก—แววตาที่ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ ทั้งสิ้น
รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนโล่งอก "คิน..."
คินกวาดสายตาคมกริบมองสำรวจสภาพของรินที่ถูกมัดอยู่บนเก้าอี้ ชั่วขณะนั้น รัศมีกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกจากร่างของเขาราวกับคลื่นกระแทก อุณหภูมิภายในโกดังลดฮวบลงอย่างฉับพลันจนลูกน้องของธันวาหลายคนถึงกับตัวสั่นเทิ้มโดยไม่ทราบสาเหตุ
"แก... ไอ้คิน!" ธันวาตะโกนออกมาด้วยความตกใจผสมความเคียดแค้น แม้ในใจจะเริ่มหวาดกลัว แต่สัญชาตญาณความเย่อหยิ่งก็ยังสั่งให้เขาชี้หน้าด่าทอ "แกกล้าดียังไงถึงมาเหยียบที่นี่! คิดว่าพาตัวเองมาตายเดี่ยวแล้วจะเท่มากหรือไงวะ! ลูกน้องฉันมีเป็นสิบคน แกคิดว่าจะรอดออกไปได้หรือ!"
คินหยุดเดิน ระยะห่างระหว่างเขากับธันวาเหลือเพียงไม่กี่ก้าว ชายหนุ่มไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นจัดเนกไทอย่างใจเย็น ราวกับว่ากลุ่มคนที่ถือปืนล้อมรอบอยู่ตอนนี้เป็นเพียงฝุ่นผงไร้ค่า
"สิบคน?" คินเอ่ยปากพูดขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิท เต็มไปด้วยอำนาจกดดันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ธันวา... แกยังไม่รู้ตัวอีกสินะว่าตอนนี้ 'เกม' มันจบลงตั้งนานแล้ว"
"พูดบ้าอะไรของแก! แกมันก็แค่ไอ้หนุ่มยากจนที่เพิ่งพลิกชีวิตขึ้นมาได้ชั่วคราว! แกไม่มีทางสู้ตระกูลที่สั่งสมอำนาจมาหลายชั่วอายุคนอย่างฉันได้หรอก!" ธันวาแผדเสียงคำรามด้วยความคลุ้มคลั่ง สั่งการลูกน้องทันที "จัดการมัน! ยิงมันให้พิการแล้วลากมาคุกเข่าต่อหน้าฉันเดี๋ยวนี้!"
สิ้นคำสั่งของธันวา มือปืนรับจ้างสามคนที่อยู่ใกล้ที่สุดยกกระบอกปืนขึ้นเล็งไปยังร่างของคินทันที นิ้วชี้เตรียมเหนี่ยวไก
ทว่า... ก่อนที่กระสุนนัดแรกจะทันได้ลั่นออกจากลำกล้อง
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนสั้นๆ จากระบบดิจิทัลดังขึ้นในโสตประสาทของคิน พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเฉพาะเบื้องหน้าเขา โดยที่คนอื่นมองไม่เห็น
[ ตรวจพบภัยคุกคามระดับต่ำ: ศัตรูพยายามใช้กำลังทำร้ายผู้ถือสิทธิ์ระดับสูง ]
[ ดำเนินการเปิดใช้งาน: 'เขตแดนอภิมหาเศรษฐี' (Absolute Wealth Domain) ]
[ ทำการหักล้างกฎฟิสิกส์และอำนาจควบคุมทั้งหมดในรัศมี 100 เมตรรอบตัวผู้ใช้ ]
พริบตาเดียว แรงกดดันมหาศาลราวกับภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนร่างของลูกน้องธันวา จนพวกมันทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในท่าคุกเข่าโดยพร้อมเพรียงกัน อาวุธปืนในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นดังเคร้ง เสียงกระดูกลั่นกรอบด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วโกดัง
ธันวาผงถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือกไร้สีเลือด "นะ... นี่มันเกิดอะไรขึ้น! พวกแกทำบ้าอะไรกัน ลุกขึ้นมาสิวะ!"
"พวกมันลุกไม่ขึ้นหรอธันวา..." คินก้าวเดินเข้าไปหาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่ละย่างก้าวสร้างเสียงสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงัน "เพราะตอนนี้... ทุกตารางนิ้วบนผืนแผ่นดินนี้ อยู่ภายใต้กรรมสิทธิ์ของฉันแล้ว"
คินหยุดยืนห่างจากธันวาเพียงแค่ก้าวเดียว เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย มองสบตากับอดีตคุณชายผู้เย่อหยิ่งด้วยแววตาที่สมเพชเวทนา
"แกถามว่าฉันเอาเงินที่ไหนมากวาดซื้อบริษัทแกใช่ไหม?" คินยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและอำนาจเหนือตรรกะ "คำตอบก็คือ... ฉันไม่ได้แค่ซื้อบริษัทของแกหธันวา แต่ฉันกำลังจะซื้อ 'ลมหายใจ' ของแกด้วยซ้ำ"
ปลายนิ้วเรียวยาวของคินควักกระเป๋าเสื้อสูทหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิททำจากโลหะไทเทเนียมบริสุทธิ์ ขอบบัตรฝังเพชรน้ำงามที่สะท้อนแสงไฟเป็นประกายระยิบระยับออกมา ออกมาถือไว้ในมือ
ธันวาจ้องมองบัตรใบนั้นด้วยดวงตาที่เบิกกว้างจนแทบทะลุเบ้า สมองของเขาขาวโพลนเมื่อตระหนักได้ว่า บัตรใบนั้นคือสิ่งเดียวกับที่ธนาคารกลางโลกออกให้แก่บุคคลระดับ 'มหาเศรษฐีไร้พ่าย' ที่มีวงเงินไม่จำกัดและสามารถซื้อได้แม้กระทั่งประเทศทั้งประเทศ!
คินไม่ได้รอให้ธันวาได้ตั้งสติ เขายกบัตรเครดิตสีดำในมือขึ้นแตะเบาๆ ลงบนเครื่องอ่านบัตรไร้สายขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกับระบบการเงินโลกซึ่งเขาเรียกขึ้นมาผ่านโฮโลแกรมอากาศ
*ปี๊บ... ติ๊ง!*
เสียงอนุมัติธุรกรรมดังขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมกับข้อความสีทองตัวโตที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศต่อหน้าต่อตาธันวา:
*[ ธุรกรรมสำเร็จ: ซื้อกิจการทั้งหมดในเครือตระกูลธันวา (100%) - มูลค่ารวม 50,000,000,000 ดอลลาร์ - สถานะ: เสร็จสมบูรณ์ ]*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง•ตอนที่ 21
สายใยที่ไม่มีวันตัดขาด
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!