"ห้าสิบล้าน... ฉันให้ราคาห้าสิบล้าน! ใครกล้าสู้กับตระกูลพิทักษ์เดชา ก็เชิญก้าวขาเข้ามาได้เลย!"
เสียงตะโกนด้วยความลำพองใจของธันวา ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์รัตนสิน ทายาทหนุ่มแห่งตระกูลดังยืนยันอำนาจของตนด้วยการยกมือขึ้นกอดอก รอยยิ้มหยันปรากฏบนมุมปากอย่างชัดเจน สายตาที่เขากวาดมองไปรอบห้องเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม ราวกับประกาศิตของเขาคือประกาศิตจากสวรรค์ที่ไม่มีผู้ใดกล้าฝ่าฝืน
ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุม บรรดาแขกเหรื่อและเศรษฐีในงานต่างพากันหลบสายตา ไม่มีใครกล้าเสนอราคาแข่งกับอิทธิพลมืดและเม็ดเงินมหาศาลของตระกูลพิทักษ์เดชาอีก ทุกคนรู้ดีว่าการต่อกรกับธันวาในเวลานี้ เท่ากับการหาเรื่องใส่ตัว
รินที่นั่งอยู่เคียงข้างคิน ขยับมือเรียวเข้ามาจับชายเสื้อของชายหนุ่มเบาๆ ความกังวลฉายชัดผ่านดวงตากลมโต แม้เธอจะเชื่อมั่นในตัวคินมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยที่พวกเขายังต้องกัดก้อนเกลือกินด้วยกัน แต่ตัวเลขห้าสิบล้านก็ยังเป็นภาระที่หนักหน่วงเกินกว่าคนธรรมดาจะจินตนาการถึง
"คิน... เราพอแค่นี้ดีไหมครับ ดูท่าทางเขาจะเอาจริงนะ" รินกระซิบเสียงเบา ความห่วงใยในน้ำเสียงนั้นบริสุทธิ์และจริงใจ
คินหันมามองหญิงสาว รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย ผิดกับแววตาที่เย็นชาและเฉียบคมราวน้ำแข็งเมื่อหันไปมองเป้าหมาย มือหนากุมมือบางของรินไว้แน่นเพื่อถ่ายทอดความมั่นคง
"ไม่ต้องห่วงหรอกครับริน คนบางคนจำเป็นต้องได้รับบทเรียนราคาแพง เพื่อจะได้รู้ว่าโลกใบนี้ไม่ได้หมุนรอบตัวเขาคนเดียว" คินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยอำนาจที่กดดันจนคนรอบข้างรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
ในวินาทีนั้น ผู้ดำเนินรายการประมูลบนเวทีเริ่มนับถอยหลังด้วยความอึดอัด
"ห้าสิบล้านครั้งที่หนึ่ง... ห้าสิบล้านครั้งที่สอง..."
คินยกมือขึ้นช้าๆ แต่ทว่ามั่นคง ราวกับราชสีห์ที่กำลังยกกรงเล็บตะปบทเหยื่อ
"หกสิบล้านครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้น ทำลายความเงียบงันทั้งหมดในพริบตา ทุกสายตาในห้องโถงหันขวับมามองต้นเสียงเป็นตาเดียว ธันวาถึงกับหุบยิ้มแทบไม่ทัน หน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
"ไอ้สวะคิน! แกเอาเงินมาจากไหนถึงกล้ามาป่วนงานนี้!" ธันวาตบโต๊ะเสียงดังลั่น ลุกขึ้นยืนชี้หน้าคินด้วยความโมโหจนตัวสั่น "เจ็ดสิบล้าน! ฉันให้เจ็ดสิบล้าน! ถ้าแกมีปัญญา ก็ควักเงินมาสู้กับฉันสิเว้ย!"
คินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ สายตาที่มองธันวาราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่งที่กำลังดิ้นรนอย่างไร้ค่า
"แปดสิบล้านครับ" คินเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับตัวเลขแปดสิบล้านเป็นเพียงเศษเงินเหรียญในกระเป๋า
"แก...ไอ้..." ธันวาอ้าปากค้าง สมองของเขาตื้อตันไปหมด เงินแปดสิบล้านไม่ใช่จำนวนน้อยๆ แม้แต่สำหรับทายาทมหาเศรษฐีอย่างเขา การจะอนุมัติเงินสดจำนวนนี้ต้องผ่านบอร์ดบริหารของตระกูลเสียก่อน การที่คินสามารถขานราคาแข่งได้อย่างหน้าตาเฉยเช่นนี้ ทำให้เขาเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่น่ากลัว
ผู้ดูแลการประมูลกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม "แปดสิบล้านครั้งที่หนึ่ง... แปดสิบล้านครั้งที่สอง... มีใครให้มากกว่านี้ไหมครับ?"
ความเงียบสงบเข้าครอบคลุมอีกครั้ง ธันวากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อ เขารู้ตัวดีว่าหากประมูลแพ้ในครั้งนี้ ศักดิ์ศรีของตระกูลพิทักษ์เดชาจะป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี แต่ทว่าขีดจำกัดทางการเงินของเขาในตอนนี้ได้หมดลงแล้ว
"เก้าสิบล้าน! ฉันให้เก้าสิบล้าน...!" ธันวาตะโกนสุดเสียง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้น "ถ้าแกกล้าสู้เกินกว่านี้ มึงก็เตรียมตัวเป็นขอทานข้างถนนได้เลยไอ้คิน!"
คินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เยือกเย็นและเสียดแทงจิตใจของธันวาจนถึงกระดูกดำ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทราคาแพงให้เข้าที่ รัศมีแห่งอำนาจที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากตัวตนของเขากดดันให้ผู้คนรอบข้างต้องถอยร่นโดยอัตโนมัติ
"เก้าสิบล้านงั้นเหรอครับ? น่าเสียดายจัง..." คินเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองธันวาด้วยความสมเพช "ผมขอซื้อตึกนี้ทั้งหมด รวมถึงสิทธิ์ในการจัดงานทั้งหมด ณ วินาทีนี้... ด้วยราคาหนึ่งร้อยล้านครับ"
สิ้นคำพูดนั้น ห้องโถงทั้งห้องราวกับถูกแช่แข็ง ทุกคนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด หนึ่งร้อยล้านบาทถ้วน! ซื้อทั้งตึกในการประมูลครั้งเดียว! นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องของความรวยแต่มันคือการประกาศศักดาที่เหนือชั้นกว่าอย่างไร้ขีดจำกัด
ธันวรadล้มทรุดลงไปนั่งกับเก้าอี้ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่ากลางวันแสกๆ
คินก้าวเดินอย่างสง่างามตรงไปยังโต๊ะของผู้จัดงาน หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ไม่มีลวดลายใดๆ นอกจากตราสัญลักษณ์ลึกลับสะท้อนแสงประกายมรกตยื่นออกไป
พนักงานรับบัตรด้วยมือที่สั่นเทาเมื่อเสียบมันลงในเครื่องอ่านระบบ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเตือนของระบบก็ดังขึ้นพร้อมกับหน้าจออนุมัติยอดเงินที่สว่างวาบขึ้นกลางห้องโถง
*ติ๊ง! ชำระเงินสำเร็จ 100,000,000 บาท*
ธันวาหน้าซีดเผือก ร่างกายสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้ เมื่อตระหนักได้ว่า... ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เจ้าของตึกที่เขากำลังยืนเหยียบอยู่ และผู้มีอำนาจสั่งปลดเขาออกจากที่นี่ คือผู้ชายคนที่เขาเคยเหยียดหยามว่าเป็นแค่สวะไร้ค่าคนนั้นเอง
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เงาฮันเตอร์ไร้เงา
ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง•ตอนที่ 17
การตบหน้าที่ดังที่สุด
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!