“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอร้องครับ ผมมาเพื่อแจ้งให้ทราบว่า ตระกูลของพวกคุณกำลังจะหมดสิทธิ์ในสัมปทานเหมืองแร่ระดับ S ทั้งหมดภายในเที่ยงคืนนี้”
น้ำเสียงของคินราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของผู้เฒ่าตระกูลใหญ่ทั้งห้าคนที่นั่งเรียงรายอยู่รอบโต๊ะไม้โอ๊กโบราณ บรรยากาศภายในห้องประชุมลับของสภาธุรกิจเมืองหลวงเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัดของคนเหล่านั้น
ธันวานั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้ซีดเผือดเหมือนคนไร้วิญญาณ ดวงตาของเขาเบิกกว้างจ้องมองชายหนุ่มผู้ที่เขาเคยเหยียดหยามว่าไอ้กระจอกไร้ค่า แต่ตอนนี้ คินกลับสวมสูทสั่งตัดจากอิตาลีที่ราคาเพียงแค่กระดุมเม็ดเดียวก็อาจซื้อชีวิตคนงานของเขาได้ทั้งโรงงาน
“คิน... นายอย่าได้ใจให้มากนัก ตระกูลเราครองตลาดนี้มานานหลายทศวรรษ กฎหมายและอิทธิพลในมือเรา...” หนึ่งในผู้อาวุโสพยายามเค้นเสียงขู่ แต่มันกลับฟังดูอ่อนแรงและไร้ราคายิ่งกว่าเสียงกระซิบ
คินเพียงแค่เหยียดยิ้มที่มุมปาก มือเรียวสวยหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะกดเพียงครั้งเดียว ข้อมูลหุ้นส่วน หนี้เสียที่ถูกปกปิด และหลักฐานการฟอกเงินมหาศาลของทั้งห้าตระกูลก็ปรากฏขึ้นบนจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่กลางห้อง
“อิทธิพลเหรอครับ?” คินแค่นหัวเราะ “ถ้าผมซื้อหนี้ทั้งหมดของคุณมาไว้ในมือคนเดียว แล้วสั่งให้ธนาคารกลางเรียกคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยภายในห้านาที คุณคิดว่า ‘กฎหมาย’ จะยังอยู่ข้างใคร?”
รินที่ยืนเคียงข้างคินอยู่ด้านหลังก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว มือบางของเธอวางลงบนไหล่ของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา เป็นการแสดงออกที่ทรงพลังว่าเธอคือคนเดียวที่ได้รับสิทธิ์ในพื้นที่หัวใจของชายผู้นี้ แม้สายตาของเหล่ามหาเศรษฐีจะจ้องมองเธอด้วยความอิจฉาและหวาดกลัว แต่รินกลับไม่สะทกสะท้าน เธอเผยยิ้มที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
“พวกคุณเคยดูถูกเรา ว่าเป็นแค่เศษดินที่ไม่มีทางเกาะติดรองเท้าของคนระดับสูงได้” รินกล่าวเสียงนุ่มนวล แต่แฝงด้วยความเยือกเย็น “แต่ลืมไปแล้วหรือคะว่า เศษดินพวกนี้นี่แหละที่ฝังกลบพวกคุณได้มิดหัวเวลาตาย”
ธันวากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นนูน “นายต้องการอะไรคิน? จะให้คุกเข่าต่อหน้านายงั้นเหรอ!”
คินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีอำนาจที่กดทับลงมานั้นหนักอึ้งราวกับภูเขาทั้งลูกทับลงบนบ่าของทุกคนในห้อง “การคุกเข่ามันง่ายไปครับสำหรับคนที่เคยพยายามพรากทุกอย่างไปจากชีวิตผม สิ่งที่ผมต้องการคือการเห็นอาณาจักรที่พวกคุณภาคภูมิใจ พังทลายลงต่อหน้าต่อตา เหมือนกับตอนที่พวกคุณเคยหัวเราะเยาะน้ำตาของริน”
ระบบในหัวของคินส่งเสียงแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่อง ยอดเงินในบัญชีมหาศาลถูกโอนออกไปเพื่อกว้านซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดของตระกูลใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์วินาทีต่อวินาที ตัวเลขสีแดงฉานพุ่งขึ้นบนกระดานหุ้นทั่วโลก สร้างความโกลาหลไปทั่วทั้งตลาดทุน ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนไม่มีใครตั้งตัวติด
“ประกาศแจ้งเตือนจากระบบ” เสียงในหัวของคินดังขึ้น ‘ภารกิจทำลายล้างความหยิ่งผยองของตระกูลใหญ่: สำเร็จ 80%’
“นี่คือสัญญาณเตือนสุดท้ายครับ” คินขยับเนคไทเล็กน้อย สายตาของเขาเย็นชาเหมือนใบมีดที่ไร้เงา “พรุ่งนี้เช้า ผมหวังว่าจะได้เห็นข่าวการประกาศล้มละลายของพวกคุณทุกคน ไม่อย่างนั้น... ผมจะทำให้ที่ดินที่พวกคุณอาศัยอยู่ กลายเป็นที่ฝังศพของธุรกิจพวกคุณจริงๆ”
คินหันหลังเดินออกจากห้องประชุมไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้เหล่าผู้นำตระกูลใหญ่ตกอยู่ในความมืดมิดของความล่มสลาย เสียงโทรศัพท์ของธันวาดังขึ้นไม่หยุดหย่อน ข่าวร้ายถาโถมเข้าใส่จนเขาทรุดตัวลงกับเก้าอี้ด้วยความสิ้นหวัง
ทว่า ในขณะที่คินและรินกำลังเดินไปถึงโถงทางเดินชั้นล่าง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายชุดดำจำนวนมหาศาลก็ดังขึ้นจากทั้งสองฝั่งของโถงทางเดิน พวกเขาคือหน่วยรบพิเศษส่วนตัวที่ตระกูลใหญ่ซ่อนไว้เป็นไพ่ตายใบสุดท้าย
ธันวาที่เดินโซซัดโซเซตามออกมาจากห้องประชุมตะโกนก้องด้วยความบ้าคลั่ง “ฆ่ามัน! ใครก็ได้จัดการมันที ต่อให้ต้องฉิบหายกันหมด แต่วันนี้มันต้องตาย!”
คินหยุดเดินช้าๆ เขาไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองกลุ่มชายชุดดำที่ชักอาวุธออกมาจ่อตรงมาที่เขา มือของเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท ก่อนจะหยิบการ์ดสีดำทมิฬที่มีสัญลักษณ์ของระบบผู้กุมชะตาขึ้นมาควงเล่นในมือ
เขากดปุ่มเปิดใช้งานฟังก์ชันพิเศษบนการ์ดใบนั้นทันที
“ขอโทษทีนะครับ พอดีผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า... ผมยังไม่ได้จ่ายค่าบริการคุ้มกันให้กับ ‘พระเจ้า’ ของผมเลย”
ทันใดนั้นเอง เพดานของโถงทางเดินก็ถูกฉีกกระชากออกด้วยแรงมหาศาล เสียงเครื่องยนต์เจ็ตของเฮลิคอปเตอร์ทหารนับสิบลำที่ไม่ได้ติดสัญลักษณ์สังกัดใดๆ บินโฉบลงมาจอดปิดกั้นทุกเส้นทาง พร้อมกับแสงเลเซอร์สีแดงนับร้อยจุดที่พุ่งตรงมายังหน้าผากของเหล่ามือสังหาร
ชายชุดดำทั้งหมดหยุดชะงักด้วยความตื่นตะลึงเมื่อเห็นสัญลักษณ์ ‘ตราประทับแห่งผู้คุมกฎเมือง’ บนตัวเครื่องบินที่แม้แต่รัฐบาลยังต้องเกรงใจ
คินหันกลับมามองธันวาที่เบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า “คุณบอกว่านี่คือไพ่ตายงั้นเหรอครับ? แต่โชคร้ายหน่อยนะ เพราะสำหรับผม... นี่มันก็แค่เศษเหล็กที่ขวางทางเดินไปดินเนอร์ของผมกับรินก็เท่านั้น”
เขาก้าวขึ้นบันไดวนของเฮลิคอปเตอร์ที่หย่อนลงมา โดยมีรินเดินตามไปอย่างสง่างาม ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความหวาดกลัวที่กัดกินจิตใจของพวกตระกูลใหญ่จนมอดไหม้ไปกับอากาศธาตุ
ความพินาศเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเพียงแค่นี้เท่านั้นครับ
เงาฮันเตอร์ไร้เงา
ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง•ตอนที่ 18
ความกลัวของตระกูลใหญ่
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!