กลิ่นอายความเย็นเยียบของโลหะผสมคาร์บอนไฟเบอร์ที่กระทบกับพื้นหินอ่อนชั้นบนสุดของตึกระฟ้า ยังไม่น่าสะพรึงกลัวเท่ากับเสียงหัวเราะแหבריบที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบ
โฮโลแกรมสีฟ้าครามที่ฉายขึ้นจากเครื่องส่งสัญญาณแทบเท้าของคิน กำลังสั่นไหวเล็กน้อยตามคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ชายชราลึกลับในภาพปรากฏกายด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ดวงตาคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงเหวที่ไร้ก้นบึ้ง และคำพูดประโยคถัดมาก็ทำเอาบรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา
"แกคิดว่าระบบที่แกถือครองอยู่... มันคือความบังเอิญอย่างนั้นหรือ คิน?"
เสียงนั้นแหบพร่าแต่ทรงพลังราวกับก้องมาจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ ลมหายใจของคินสะดุดกักค้างกลางคัน ทว่าความตกตะลึงนั้นกินเวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ในฐานะผู้ที่ผ่านความยากลำบากมานับครั้งไม่ถ้วน คินดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย รัศมีอำนาจอันเย็นชาแผ่ซ่านออกจากร่างจนผู้บุกรุกที่ยืนอยู่เบื้องหน้าถึงกับผอยถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"ต่อให้แกจะเป็นใคร หรือรู้เรื่อง 'ระบบ' มากแค่ไหน..." คินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนน่าขนลุก "แต่แกก็มาผิดเวลา... และยืนผิดที่"
เปรี้ยง!
สิ้นเสียงคำพูดของคิน ร่างของศัตรูผู้ถือเครื่องส่งสัญญาณก็ถูกแรงกดดันมหาศาลจากระบบซัดกระเด็นทะลุกระจกใสบาน
ใหญ่ ร่างนั้นร่วงหล่นลงสู่ความมืดเบื้องล่างท่ามกลางเสียงกรีดร้องที่ถูกกลืนหายไปกับสายลมราตรี คินไม่ได้แม้แต่จะชายตามองซากความพ่ายแพ้นั้น เขาก้มลงหยิบเครื่องส่งสัญญาณโฮโลแกรมขึ้นมา นิ้วเรียวยาวกดปิดการเชื่อมต่อด้วยท่าทีเยือกเย็น ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวคนสำคัญที่ยืนรออยู่อย่างสงบ
รินส่งยิ้มบางๆ ให้เขา ดวงตากลมโตคู่นั้นเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและห่วงใย เธอยื่นมือมาสัมผัสฝ่ามือที่เย็นเฉียบของเขาเบาๆ
"ฉันอยู่ตรงนี้ค่ะ... คิน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น"
คำว่า 'ค่ะ' ของรินหลุดออกมาจากความคุ้นเคยส่วนตัว แต่มันคือพลังใจอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้หัวใจของชายหนุ่มอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด คินกุมมือบางนั้นไว้แน่น ก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ
"ครับ ริน... คืนนี้ เราจะสะ N บบัญชีทุกอย่างให้จบสิ้นกันเสียที"
เป้าหมายต่อไปไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็น ธันวา และผู้อำนวยการตระกูลใหญ่ผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพวกเขาอย่างไร้ความปรานี
ณ ห้องโถงรับรองโอ่อ่าใจกลางเมือง แสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าคริستัลสาดส่องกระทบใบหน้าของธันวาที่กำลังนั่งไขว่ห้างด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง เขากำลังรอคอยข่าวดีจากการส่ง 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ไปจัดการกับคิน ทว่าประตูบานยักษ์น้ำหนักนับตันกลับถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงโลหะกระแทกำแพงดังสนั่นหวั่นไหว
ปัง!
ร่างของบอดี้และมือระดับท็อปนับสิบชีวิตถูกโยนเข้ามานอนกองแทบเท้าของธันวาและเหล่าผู้อาวุโสตระกูลใหญ่ราวกับเศษขยะ ธันวาลุกพรวดขึ้นจากโซฟาหนหนังแท้ ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาร่างหนึ่งก้าวเดินผ่านกลุ่มควันจางๆ เข้ามา
"แก... คิน! เป็นไปได้ยังไง!" ธันวาตะโกนลั่น เสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวที่เริ่มคืบคลานเข้าสู่ขั้วหัวใจ
คินก้าวเดินเข้ามาด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคงและทรงพลัง ทุกย่างก้าวราศีกดขี่แผ่ขยายออกไปจนผู้อาวุโสหลายคนในห้องถึงกับหายใจไม่ออก ด้านหลังของเขาคือรินที่เดินเคียงคู่มาด้วยความสง่างาม บรรยากาศรอบตัวของคินในตอนนี้ ช่างน่าเกรงขามราวกับพญายมที่ก้าวลงมาจากนรกเพื่อพิพากษาบาป
"ตกใจมากอย่างนั้นหรือครับ คุณธันวา?" คินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความเย็นชาที่บาดลึกถึงกระดูก "คนที่คุณส่งไป... ดูเหมือนจะต้อนรับผมไม่ดีเท่าที่ควร ผมเลยต้องเดินทางมาอบรมมารยาทให้พวกเขานิดหน่อย"
"บัง
อาจนัก!" หัวหน้าตระกูลใหญ่ผู้ชราภาพตบโต๊ะลุกขึ้นชี้หน้าคินด้วยความโกรธเกรี้ยว "แกเป็นแค่ไอ้หนoมยาจกที่โชคดีได้เงินมาไม่กี่บาท กล้าดียังไงบุกรุกเข้ามาในเขตตระกูลของเรา! การ์ด! อยู่ไหนหมด! ลากคอมันทิ้งออกไป!"
ความเงียบ... คือคำตอบเดียวที่สะท้อนกลับมา ไม่มีบอดี้การ์ดคนใดกล้าขยับตัว แม้แต่จะหายใจแรงก็ไม่มีใครกล้าทำ ทุกคนต่างรู้ดีว่าเงินในบัญชีของคินในตอนนี้ สามารถซื้อตระกูลนี้ได้ทั้งตึกในเวลาไม่ถึงสามวินาที
คินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ
"เรียกหาคนที่ยอมตายเพื่อเงินอย่างนั้นหรือครับ? น่าเสียดาย... เงินที่พวกมันเคยภักดีต่อคุณ ตอนนี้ถูกผมซื้อด้วยราคาสูงกว่าสิบเท่าเรียบร้อยแล้ว"
คินสะบัดมือขวาเบาๆ หน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นกลางห้องโถง มันคือเอกสารสิทธิ์ การถือครองหุ้น และโฉนดที่ดินทุกแปลงของตระกูลคู่แข่ง ที่ตอนนี้ถูกโอนย้ายกรรมสิทธิ์มาเป็นชื่อของ 'คิน' ทั้งหมด 100% เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ธันวาเข่าอ่อนทรุดฮวบลงกับพื้น ราวกับโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้า ดวงตาเหม่อลอยไร้ซึ่งประกายแห่งความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย สิ่งที่เขาเคยภูมิใจ อำนาจที่เคยใช้กดขี่ผู้อื่น บัดนี้ได้มลายหายไปสิ้นภายในพริบตา
"ม... ไม่จริง... นี่มันความฝันใช่ไหม?" ธันวาพึมพำกับตัวเอง น้ำตาแห่งความสิ้นหวังไหลรินอาบแก้ม
"ไม่ใช่ความฝันหรอกครับ..." คินก้าวเข้าไปยืนประชิดตัวชายหนุ่มผู้เคยหยิ่งทะนง เขาก้มตัวลงมองธันวาที่กำลังสั่นเทาด้วยสายตาราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังชัดเจนก้องไปทั่วทั้งห้องโถง
"ในเมื่อจำนนต่ออำนาจและกฎเกณฑ์ไม่ได้... งั้นก็แสดงความเคารพต่อเจ้าของคนใหม่เสียสิครับ"
แรงกดดันมหาศาลจากจิตสังหารพุ่งเข้ากดทับร่างของธันวาและหัวหน้าตระกูลใหญ่จนแผ่นหลังค่อมงอลง บรรยากาศในห้องเงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น ร่างของทายาทตระกูลใหญ่ผู้เคยเหยียบย่ำผู้อื่น ค่อยๆ
ถ่วงน้ำหนักลงสัมผัสกับพื้นพรมราคาแพง หัวเข่าทั้งสองข้างกระแทกลงพื้นอย่างหมดทางสู้ ตามด้วยศีรษะที่ถูกกดให้ก้มกราบแทบเท้าของคินและรินโดยไม่อาจขัดขืนได้
คินยืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ไร้ความรู้สึกสงสาร ไร้ความเห็นใจ มีเพียงความสะใจและความเด็ดขาดของผู้กุมชะตาชีวิต
ทว่า... ในวินาทีที่คินกำลังจะเอמהคำพิพากษาขั้นเด็ดขาด เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ปิดตายไปนาน กลับดังขึ้นในโสตประสาทของเขาอย่างกะทันหัน พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุด: ตรวจพบการเข้าแทรกแซงจาก 'ผู้สร้างระบบ' ตัวจริง]
[คำเตือน: เป้าหมายที่คุณกำลังทำลาย เป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง... และผู้เล่นที่แท้จริงกำลังยืนอยู่ด้านหลังคุณ ณ ตอนนี้!]
ลมหายใจของคินสะดุดกักค้างอีกครั้ง ร่างกายแข็งทื่อในเสี้ยววินาที เมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอจากทางด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบที่เยือกเย็นยิ่งกว่าความตายดังขึ้นข้างหู...
"เกมสนุกแค่นี้... พอหรือยังล่ะ ลูกศิษย์ตัวน้อยของฉัน?"
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปพร้อมกันในทุกยุทธภพแห่งอำนาจนี้ด้วยนะครับ
— เงาฮันเตอร์ไร้เงา
ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง•ตอนที่ 24
ศัตรูคุกเข่า
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!