เสียงปิดประตูห้องครัวดังปัง ล็อคกลอนสามชั้นด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็นสะท้อนความหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ในอกของเชฟหนุ่มผู้รักความสะอาดเป็นชีวิตจิตใจ เรย์ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงมุมเคาน์เตอร์บาร์ สายตาคมกริบมองตามแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งเดินหนีหายเข้าไปด้านใน รอยยิ้มเยาะหยันที่มักจะประดับอยู่บนมุมปากเสมอตกลงอย่างเห็นได้ชัด ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่เซฟเฮาส์ลับแห่งนี้ทันที มีเพียงเสียงเครื่องฟอกอากาศตัวแพงที่ฮัมเบาๆ เป็นเพื่อน
ให้ตายสิ... บรรยากาศดินเนอร์ที่กำลังดำเนินไปด้วยดีเมื่อครู่ พังไม่เป็นท่าเพราะแขกไม่速เชิญคนเดียว
เรย์ถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นเสยกลุ่มผมสีเข้มที่รกปรกลงมาเคลือบคล้ายรำคาญตัวเอง เขาเดินช้าๆ ไปยังโซฟาตัวนุ่ม ทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง แต่สมองกลับแล่นพล่านด้วยความคิดร้อยแปดพันประการ
การปรากฏตัวของธันวาเมื่อครู่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน มันคือสัญญาณเตือน... เกมไล่ล่าที่เขาพยายามสลัดให้หลุดกำลังบีบวงล้อมเข้ามาใกล้ทุกที และที่แย่ไปกว่านั้น มันกำลังดึงเอา "คิน" เข้ามาเสี่ยงอันตรายไปด้วย
แกร๊ก...
เสียงเปิดประตูกระจกเบาๆ ทำให้เรย์เงยหน้าขึ้น คินเดินกลับออกมาจากโซนครัว ในมือถือแก้วน้ำอุ่นยื่นส่งให้โดยไม่พูดอะไร ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบตึง เยชาชาและไร้ระลอกคลื่นความรู้สึกใดๆ ตามแบบฉบับเชฟเจ้าระเบียบผู้หวงแหนความเป็นส่วนตัว
"ดื่มซะ... หน้าซีดเป็นไก่ต้ม" คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่มือที่ยื่นแก้วมาให้กลับวางมันลงบนโต๊ะตรงหน้าอย่างเบามือ ผิดกับกิริยาวาจา
เรย์เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเซฟเฮาส์ แววตาดื้อรั้นเมื่อครู่ไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปากที่ดูฝืนสิ้นดี เขาหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบเบาๆ เพื่อซ่อนความสั่นไหวในแววตา
"เป็นห่วงผมเหรอครับ, เชฟ? หรือกลัวว่าผมจะตายคาบ้านคุณแล้วไม่มีคนล้างจานให้?"
เรย์ยังคงเลือกที่จะใช้ความกวนประสาทเป็นเกราะกำบังตามความเคยชิน
คินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีนิลคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเรย์ ชนิดที่คนถูกมองรู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้าทางความคิด "ปากดีไม่เปลี่ยน... ถ้าคิดว่าเก่งนัก ทำไมไม่จัดการไอ้โรคจิตที่ตามรังควานนายให้มันจบๆ ไปซะล่ะครับ? หรือว่า... ตัวตนจริงๆ ของคุณมันน่ากลัวกว่าที่เห็น จนไม่กล้าแม้แต่จะเล่าให้ใครฟัง?"
คำพูดนั้นเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเก่า เรย์ชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง แก้วน้ำในมือถูกบีบแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว
ห้องทั้งห้องเงียบลงอีกครั้ง ความตึงเครียดแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งคู่จนแทบหายใจไม่ออก คินไม่ได้เร่งเร้า แต่สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความกดดันและ... ความอยากรู้อยากเห็นที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีหยิ่งทะนง
เรย์หลุบตาลงมองผิวน้ำในแก้ว นิ่งงันไปนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ ความทรงจำสีเทาหม่นที่พยายามฝังกลบมาตลอดหลายปีค่อยๆ ผุดขึ้นมาหลอนประสาททีละน้อย กลีบปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนที่เสียงแหบพร่าจะหลุดลอดออกมา
"คุณรู้อะไรไหม, คิน..." เรย์เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ไร้ซึ่งความกวนประสาท ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่ง มีเพียงความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิดตลอดมา "โลกของผมน่ะ... มันไม่ได้สวยงามเหมือนห้องครัวสะอาดๆ ของคุณหรอกนะ"
คินขยับตัวเข้ามานั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามอย่างเงียบเชียบ ดวงตาคู่คมยังคงจ้องมองไม่ละสายตา ปล่อยให้เรย์เป็นฝ่ายเปิดประตูห้องขังในใจทีละบาน
"ผมไม่ได้เป็นแค่นักสืบกระจอกๆ ที่รับจ้างตามหาชู้รักหรือสืบทู้ซี้ไปวันๆ..." เรย์หัวเราะแห้งแล้งในลำคอ "คดีแรกที่ทำให้ผมก้าวเข้ามาสู่วงจรอุบาทว์นี้... มันเริ่มจากความอยากรู้อยากเห็นของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่คิดว่าตัวเองแน่พอจะเปลี่ยนโลกได้"
เรย์เงยหน้าขึ้นสบตาคิน แววตาคู่สวยแดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่ "ผมไปเจอหลักฐานชิ้นสำคัญ... หลักฐานที่เกี่ยวกับการทุจริตระดับชาติที่มีนักการเมืองใหญ่และกลุ่มทุนสีเทาหนุนหลังอยู่... หนึ่งในนั้น... มีชื่อของ 'ธันวา' รวมอยู่ด้วย"
คินขมวดคิ้วเล็กน้อย ฟังเงียบๆ โดยไม่แทรก
"ผมคิดว่าผมฉลาดพอที่จะเปิดโปงมัน..." เสียงของเรย์สั่นระริกเล็กน้อย "แต่ผมประเมินความเหี้ยมเกรดของพวกมันต่ำเกินไป คืนก่อนที่ผมจะส่งมอบหลักฐานให้ตำรวจ... คนใกล้ตัวที่สุด... คนที่ผมไว้ใจที่สุด... กลับเป็นคนขายผมให้พวกมัน"
ภาพเหตุการณ์นรกในคืนนั้นฉายชัดขึ้นมาในหัว เรย์หลับตาลงแน่น มือเรียวเผลอยกขึ้นกุมขมับเมื่ออาการปวดหัวจี๊ดแล่นริ้วขึ้นมา "ครอบครัว... เพื่อนร่วมงาน... ถูกเก็บกวาดเรียบในคืนเดียวเพื่อปิดปาก ผมรอดมาได้เพราะความโชคดี... หรือความซวยก็ไม่รู้ที่ทำให้ผมต้องกลายเป็นหมาล่าน้ำเนื้อเร่ร่อนมาจนถึงทุกวันนี้"
ความเงียบหนักอึ้งกดทับบรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ เรย์ลืมตาขึ้นมองคินด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหวาดกลัวการถูกตัดสิน และเหนื่อยล้าเกินกว่าจะวิ่งหนีอีกต่อไปแล้ว
"ทีนี้... คุณเข้าใจหรือยังครับ ว่าทำไมผมถึงไม่อยากลากคุณเข้ามาพัวพัน" เรย์ยิ้มเยาะตัวเอง "เพราะใครก็ตามที่อยู่ใกล้ผม... มักจะมีจุดจบที่ไม่สวยงามเสมอ"
คินนิ่งงันไปนาน คำสารภาพที่เต็มไปด้วยบาดแผลและคราบน้ำตาของคนตรงหน้า กระแทกเข้ากลางใจของเชฟหนุ่มผู้เย็นชาอย่างจัง ความรู้สึกรังเกียจหรือหวาดระแวงที่เคยมี มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอก... ความรู้สึกเจ็บปวดแทน และความต้องการที่จะปกป้อง
มือหนาของคินเอื้อมออกไปอย่างช้าๆ ก่อนจะวางทับลงบนหลังมือที่สั่นเทาของเรย์ แรงสัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ชักมือกลับ
"ผมไม่ได้กลัวอันตราย... เรย์" คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ดวงตาสีนิลคู่นั้นสะท้อนภาพของเรย์ไว้อย่างชัดเจน "และที่สำคัญ... ที่นี่คืออาณาจักรของผม ไม่มีใครหน้าไหนกล้าเข้ามาทำลายมันได้หรอก... แม้แต่ไอ้สารเลวธันวาอะไรนั่นก็ตาม"
หัวใจของเรย์กระตุกวูบ ความอุ่นซ่านแผ่ซ่านจากหลังมือลามไปทั่วร่างจนน่าตกใจ ความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจมานานนับปีคลายตัวลงอย่างน่าประหลาดภายใต้คำพูดหนักแน่นนั้น
ใบหน้าของทั้งคู่ขยับเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รินรดกัน กลิ่นกาแฟจางๆ จากตัวคินผสมผสานกับกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเรย์ สร้างบรรยากาศที่ชวนให้เคลิบเคลิ้มและอันตรายในเวลาเดียวกัน
ดวงตากลมโตของเรย์มองริมฝีปากที่ปิดสนิทของคินสลับกับดวงตาคมกริบ หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพลในอก ความรู้สึกโหยหาการพึ่งพาและสัมผัสที่จริงใจพุ่งสูงจนยากจะควบคุม
คินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด สายตาคมกวาดมองริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันอย่างเผลอไผล นิ้วโป้งที่วางอยู่บนหลังมือของเรย์เผลอไล้เบาๆ อย่างปลอบประโลมและเชิญชวน
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร และกำลังจะหลอมรวมเข้าหากันเพื่อปิดกั้นโลกภายนอกทั้งหมด
กริ๊งงงงงงง!
เสียงกริ่งประตูหน้าบ้านที่ดังลั่นขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูและเคมีที่กำลังพุ่งพล่านจนแตกกระเจิง!
เรย์สะดุ้งเฮือก ผละตัวถอยหลังด้วยความตกใจ ขณะที่คินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ
ยังไม่ทันที่ใครจะได้ตั้งตัว ประตูกระจกบานใหญ่ด้านหน้าก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามา พร้อมรอยยิ้มเยnเยาะที่ส่งตรงมายังพวกเขาทั้งคู่
"อุ๊ย... ขอโทษทีนะครับที่มาขัดจังหวะช่วงเวลาซาบซึ้ง... แต่ดูเหมือนพวกคุณจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมารออยู่ที่สวนหลังบ้านอีกแล้วล่ะครับ, คุณเชฟ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและอินไปกับตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ
เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวตึงกับเชฟปากจัด•ตอนที่ 10
รอยร้าวในอดีต
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวตึงกับเชฟปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!