เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวตึงกับเชฟปากจัด•ตอนที่ 9

รสชาติที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
"ถ้าคุณยังตักเกลือลงไปอีกสัตมือเดียว ผมจะถือว่าคุณกำลังพยายามลอบสังหารผมด้วยโรคไต ไม่ใช่ทำอาหารให้กินนะครับ เชฟคิน" เสียงทุ้มกวนประสาทดังขึ้นทันทีที่ปลายจวักสเตนเลสสตีลกระทบกับขอบกระทะเคลือบเทฟลอน เรย์ยืนพิงสะโพกติดกับเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อน มือเรียวกำแก้วกาแฟดำอุ่นจัด ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองการเคลื่อนไหวของเชฟหนุ่มเจ้าระเบียบที่กำลังง่วนอยู่กับการเคี่ยวซอสเดมิกลาสด้วยความหงุดหงิดปนสนุกสนาน คินชะงักมือเล็กน้อย ดวงตาคมดุภายใต้กรอบแว่นสายตาตวัดขวับมามองตัวปัญหาที่ชอบเข้ามาป้วนเปี้ยนในอาณาจักรครัวของเขาโดยไม่ได้รับเชิญ ลมหายใจถูกพ่นออกมาทางจมูกเบาๆ เป็นเชือกใยความอดทนที่กำลังจะขาดผึ่ง "ถ้าปากว่างมากจนเอาเวลามาวิจารณ์งานคนอื่น นักสืบเรย์... เชิญไสหัวไปนั่งรอที่โต๊ะแล้วหุบปากเงียบๆ จะดีกว่าครับ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนจากเมนูเนื้อตุ๋นไวน์แดง เป็นสเต็กตีนกบเสิร์ฟคุณแทน" "โอ้โห ดุดันไม่เกรงใจใครอีกแล้วนะครับเนี่ย" เรย์หัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากจุดประกายความท้าทายที่ทำให้คินอยากจะคว้าทัพพีมาเคาะกบาลคนพูดสักทีสองที "พูดจาแบบนี้ ระวังจะเผลอใจมาตกหลุมรักคนปากเสียอย่างผมเข้าสักวันนะเชฟ" "เพ้อเจ้อ" คินตัดบทอย่างไร้เยื่อใย แต่หูทั้งสองข้างกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว—ซึ่งแน่นอนว่าเรย์ที่ยืนจ้องอยู่ไม่เคยพลาดรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี้เลยแม้แต่นิดเดียว นี่คือบรรยากาศของวันที่เก้าในเซฟเฮาส์ลับ หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนแห่งการหลบหนีการตามล่าจากลูกน้องของธันวาและความตึงเครียดระลอกใหญ่ ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนที่มีขั้วตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงกลับเริ่มบิดเบี้ยวไปในทิศทางที่ไม่มีใครคาดคิด โดยเฉพาะคิน เชฟผู้ยึดมั่นในสูตรอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งและกฎระเบียบเหล็ก กลับยอมอ่อนข้อให้ความ "เรื่องมาก" ของนักสืบจอมกวนอย่างไม่น่าเชื่อ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่เขาเริ่มจำได้ว่าเรย์เกลียดผักชีฝรั่งแค่ไหน และชอบให้เนื้อวัวมีความสุกระดับ Medium Rare ที่ฉ่ำเลือดกำลังดี ไม่ใช่ Medium Well แบบที่ตำราอาหารสากลกำหนดไว้ คินตักซอสสีเข้มข้นหยดใส่ปลายช้อนกระเบื้องสีขาว แล้วยื่นไปตรงหน้าเรย์โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง "ชิมซะ แล้วเลิกวิจารณ์ผมสักที" เรย์เลิกคิ้วเล็กน้อย ดวงตาพราวระยับมองช้อนที่ยื่นมาตรงหน้า ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงที่ยืนกั้นอยู่ระหว่างเคาน์เตอร์กับตัวเขา กลิ่นหอมจางๆ ของไวน์แดงผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของเชฟหนุ่มลอยเข้าจมูกจนเรย์เผลอสูดหายใจลึกโดยไม่รู้ตัว แทนที่จะรับช้อนมากินเอง เรย์กลับโน้มใบเข้าไปใกล้ แล้วอ้าปากงับซอสบนช้อนที่คินถืออยู่โดยตรง ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคมกริบของคินในระยะประชิด ชนิดที่ว่าลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนผิวแก้มของกันและกัน คินแข็งค้างไปชั่วขณะ หัวใจในอกเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน รสสัมผัสจากการที่ริมฝีปากนุ่มหยุ่นสัมผัสโดนปลายช้อนเหล็กและปลายนิ้วของเขาเมื่อครู่มันร้อนผ่าวเสียยิ่งกว่าเตาไฟด้านหลัง "เป็นไง..." คินถามเสียงพร่าอย่างไร้เหตุผล พยายามดึงสติกลับมาควบคุมสถานการณ์ให้ได้ "รสชาติ... ใช้ได้ไหม" เรย์เคี้ยวช้าๆ ลิ้นเรียวตวัดชิมรสชาติซอสที่เคลือบอยู่ทั่วปาก ดวงตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณ "อืม..." เรย์ลากเสียงยาว ขยับเข้าไปประชิดตัวคินอีกก้าว จนสะโพกของเชฟหนุ่มชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์ด้านหลัง "รสชาติเปลี่ยนไปจากเมื่อวานแฮะ... วันนี้หวานกว่าเดิม ตั้งใจใส่น้ำตาลเกินสูตร หรือว่าแอบใส่ความรู้สึกอะไรลงไปรึเปล่าครับเชฟ" "ผมทำตามสูตรมาตรฐานทุกประการ นักสืบเรย์" คินเสียงแข็ง กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อพบว่าตอนนี้เรย์กำลังกักตัวเขาไว้ด้วยวงแขนที่วางทาบลงบนเคาน์เตอร์ทั้งสองข้าง ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว "หรอครับ..." เรย์โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของอีกฝ่าย เสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบแผ่วเบาจนเส้นขนบนต้นคอของคินลุกชัน "แต่ผมว่า... คุณกำลังตามใจปากผมมากเกินไปแล้วนะคิน ระวังผมจะเสพติดฝีมือคุณ จนออกไปจากเซฟเฮาส์นี่ไม่ได้นะครับ" คำพูดนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การหยอกล้อ แต่มันคือการยอมรับกลายๆ ว่ากำแพงที่คินสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอก กำลังถูกพังทลายลงทีละน้อยด้วยฝ่ามือของคนตรงหน้า รสชาติอาหารที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่เพราะสูตรอาหาร แต่เป็นเพราะหัวใจของคนทำที่เริ่มเปลี่ยนเป้าหมายในการปรุงรสชาติให้ถูกปาก "คนพิเศษ" คนนี้คนเดียว คินขบกรามแน่น ความอดทนที่มีอยู่กระจัดกระจายหายไปหมดสิ้น มือหนาเอื้อมออกไปคว้าเอวบางของเรย์เข้าหาตัวโดยสัญชาตญาณ แรงดึงที่ฉับพลันทำให้เรย์อุทานออกมาเบาๆ ก่อนที่แผ่นหลังจะแนบชิดกับอกแกร่ง ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย ความเงียบเข้าปกคลุมห้องครัวชั่วขณะ มีเพียงเสียงเดือดปุดๆ ของซอสในกระทะเบื้องหลังที่เป็นพยานให้กับการปะทะกันของอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ คินก้มหน้าลงช้าๆ ระยะห่างที่อันตรายกำลังจะถูกทำลายลงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า... *กริ๊กล็อก!* เสียงปลดล็อกรหัสผ่านที่ประตูหน้าห้องเซฟเฮาส์ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบราวกับฟ้าผ่า ร่างทั้งสองร่างผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต คินหน้าถอดสี ส่วนเรย์หันขวับไปมองทางเดินมืดสนิทด้วยแววตาระแวดระวังทันที ประตูเหล็กบานหนาถูกผลักเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่สลักอยู่บนใบหน้าคมคาย และคราบเลือดจางๆ ที่เปรอะอยู่บนปกเสื้อสูทราคาแพง "เซอร์ไพรส์... หวังว่าผมคงไม่ได้มาขัดจังหวะดินเนอร์สุดโรแมนติกของพวกคุณหรอกนะครับ, คุณนักสืบ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมาครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวตึงกับเชฟปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%