เสียงดีดนิ้วของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษดังขึ้นเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบงันของสวนหลังบ้านหลังใหญ่ ก่อนที่เงาร่างของบอดี้สปอร์ตสีดำสนิทจะเคลื่อนตัวหายลับไปจากกำแพงรั้วราวกับภูตผี ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของค่ำคืนที่เพิ่งถูกปลุกเร้า และคราบกาแฟที่หกเลอะเปื้อนอยู่บนโต๊ะไม้สัก
"ให้ตายสิ... แขกไม่ได้รับเชิญของนายดูท่าทางจะไม่ค่อยมีมารยาทเอาเสียเลยนะ, เชฟคิน"
เรย์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาเรียวรีคมกริบกวาดมองร่องรอยบนพื้นหญ้าที่ยุบตัวลง น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความระแวดระวังขั้นสุด แม้ริมฝีปากจะยังคงประดับด้วยรอยยิ้มเย้าแหย่ตามนิสัยถาวร ทว่าสัญชาตญาณนักสืบกลับตื่นตัวเต็มพิกัด มือเรียวล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตสัมผัสกับความเย็นเฉียบของโลหะปืนสั้นที่พกติดตัวไว้เสมอ
คินไม่ตอบทันที เชฟหนุ่มเจ้าของเซฟเฮาส์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังร่างโปร่งของนักสืบปากกล้า
ดวงตาคู่คมกริบดั่งใบมีดกวาดมองไปรอบบริเวณด้วยความเยือกเย็น แววตาของเขาไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่แม้แต่น้อย มีเพียงความหงุดหงิดระคนรำคาญใจที่พื้นที่ส่วนตัวอันแสนสงบถูกรบกวน
"ถ้านายยังพูดมากแล้วทำตัวเป็นภาระเหมือนเมื่อกี้... ฉันคงต้องพิจารณาใหม่เรื่องการเอาตัวนายไปโยนทิ้งไว้หน้าสถานีตำรวจ"
คินเอ่ยเสียงเรียบ ตวัดสายตากลับมามองคนที่ยังคงยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ใกล้โต๊ะกาแฟ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเรย์ในระยะที่อันตราย กลิ่นกายสะอาดเย็นเยือกผสมผสานกับกลิ่นหอมจาง ๆ ของเครื่องเทศชั้นดีลอยแตะนาสิกจนเรย์ต้องชะงักไปชั่วขณะ
"โอ๊ะ ๆ ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ระวังจะตกหลุมรักนักสืบรูปหล่ออย่างผมเข้าสักวันนะครับ, คุณเชฟ"
เรย์แสร้งก้าวถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับผนังระเบียงเรือนกระจกเสียสนิท รอยยิ้มกวนประสาทถูกจุดขึ้นที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนจังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะอย่างไร้สาเหตุ คินโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ใช้แขนข้างหนึ่งยันขอบผนังไว้เพื่อกักกันร่างบางให้อยู่ในอาณัติ ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางแสงไฟส mลัวจากตัวบ้าน
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ทั้งอันตรายและชวนให้ใจสั่นไหวในเวลาเดียวกัน
"เลิกเล่นไร้สาระแล้วเข้ามาข้างใน... ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วจับนายมัดไว้กับเก้าอี้จริง ๆ"
คินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าและจริงจังจนเรย์ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนที่ร่างสูงจะผละออกไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เรย์ยืนหายใจติดขัดอยู่คนเดียวชั่วครู่
ภายในห้องรับแขกโอ่โถงที่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นห้องปฏิบัติการชั่วคราว บนโต๊ะไม้ตัวยาวถูกเกลื่อนกลาดไปด้วยเอกสารลับ แฟ้มคดีอารกรรม และภาพถ่ายทางอากาศของย่านธุรกิจใจกลางเมือง เรย์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา มือเรียวหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเลื่อนดูข้อมูลอย่างคล่องแคล่ว ขณะที่คินยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว สายตาคมกวาดมองพฤติกรรมของอีกฝ่ายอย่างพิจารณา
"ธันวาไม่ได้มาแค่ขู่... การที่มันส่งคนมาถึงหน้าบ้านนาย แสดงว่าพวกมันเริ่มขยับตัวเข้าใกล้เป้าหมายที่แท้จริงแล้ว"
เรย์เปิดประเด็นขึ้น น้ำเสียงขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงน้ำเสียงจริงจังของนักสืบมืออาชีพ ดวงตาคู่คมจ้องมองภาพถ่ายของบุคคลเป้าหมายบนหน้าจอ
"แล้วนายมีแผนอะไร? หรือจะรอให้พวกมันบุกเข้ามาแล้วค่อยหาทางเอาตัวรอดไปทีละวัน?"
คินถามเสียงเรียบ เดินเข้ามาวางแก้วกาแฟร้อนกรุ่นลงตรงหน้าเรย์ กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดช่วยลดทอนความตึงเครียดในบรรยากาศลงได้บ้าง แม้เจ้าตัวจะยังคงทำหน้าตึงใส่ไม่เปลี่ยน
"หึ... คนระดับธันวาไม่มีทางส่งคนมาบุกสุ่มสี่สุ่มห้าหรอกครับ สิ่งที่มันต้องการไม่ใช่แค่การปิดปากฉัน... แต่คือ 'บัญชีลับ' ที่ถูกซ่อนไว้ในเครือข่ายธุรกิจของมันเอง และบังเอิญว่า... ฉันดันกุมหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดเอาไว้"
เรย์เงยหน้าขึ้นสบตา เชิดคางขึ้นเล็กน้อยด้วยความมั่นใจที่ฉายชัดในแววตา
"พูดง่าย ๆ คือ นายเป็นเป้าหมายที่มีค่าหัวสูงลิ่ว และตอนนี้ฉันก็กลายเป็นผู้ร่วมชะตากรรมที่จำใจต้องแบกรับความซวยนี้ไปด้วยอย่างนั้นสินะ"
คินถอนหายใจยาวเหยียด ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าโซฟาที่เรย์นั่งอยู่ เพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายอยู่ห่างกันเพียงคืบ จนเรย์ต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"ก็ประมาณนั้นครับ... แต่เชื่อเถอะว่า การร่วมมือกับนักสืบมือหนึ่งอย่างผม เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตของคุณแน่นอน, เชฟ"
เรย์ยิ้มมุมปาก ยื่นมือออกไปแตะเบา ๆ ที่ปกเสื้อเชิ้ตของคินเพื่อจัดให้เข้าที่อย่างถือวิสาสะ ทว่ากลับถูกมือหนาคว้าข้อมือเอาไว้เสียก่อน สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของคินส่งผ่านความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นริ้วไปทั่วร่าง
"จำไว้... อย่ามาเล่นกับไฟ เรย์ ถ้านายยังไม่อยากโดนแผดเผาจนไม่เหลือซาก"
คินเอ่ยเตือนเสียงพร่า ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเนียนใสของคนตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง ไร้ซึ่งรอยยิ้ม แต่กลับเต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง
ปัง! เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านหน้าบ้าน ขัดจังหวะบรรยากาศอันตึงเครียดแต่ชวนใจเต้นรำพันลงในทันที แรงกระแทกครั้งที่สองตามมาติด ๆ พร้อมกับสัญญาณเตือนภัยไซเรนสีแดงฉานที่กะพริบวาบขึ้นทั่วทั้งเซฟเฮาส์
คินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในเสี้ยววินาที สีหน้าเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกราะที่พร้อมปะทะ มือหนารีบคว้าอาวุธปืนพกออกจากลิ้นชักใต้มุมโต๊ะอย่างคล่องแคล่ว เรย์เองก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนเคียงข้าง แววตาคมกริบฉายประกายความตื่นตัว
"ดูเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มใหม่ จะใจร้อนกว่ากลุ่มแรกเสียอีกนะครับ"
เรย์กระซิบเสียงเบา ริมฝีปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยท่ามกลางสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน
คินหันมามองหน้าคู่หูจำเป็นชั่วพริบตา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลังที่สลักลึกอยู่ในใจ
"อยู่ข้างหลังฉัน... และอย่าตายก่อนที่ฉันจะทำอาหารมื้อเย็นให้กินก็พอ"
สิ้นคำพูดนั้น คินก็พุ่งตัวไปป์ประชิดบานประตูหลัก มือขวาปลดกลอนนิรภัยเตรียมพร้อมรับมือ ขณะที่มือซ้ายกระชากบานประตูไม้เนื้อแข็งให้เปิดออกกว้างท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาล...
และก่อนที่แสงไฟฉายจากบุคคลปริศนาเบื้องหน้าจะสาดส่องเข้ามา
เงาร่างหนึ่งที่ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นเคย ก็ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ต้องสะดุดกくก...
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ*
เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวตึงกับเชฟปากจัด•ตอนที่ 11
คดีที่ไม่มีใครยอมถอย
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวตึงกับเชฟปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!