ปลายมีดสเตนเลสสตีลคมกริบจ่ออยู่ห่างจากลำคอระหงของตัวประกันไม่ถึงเซนติเมตร แสงไฟนีออนกะพริบวับแวมสาดส่องลงบนพื้นห้องใต้ดินที่ชื้นแฉะและเต็มไปด้วยกลิ่นอับของสนิม เรย์ยืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกักไว้ที่ลำคอเมื่อตระหนักว่าร่างที่ถูกมัดอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ นั้นคือ "กรณ์" น้องชายต่างแม่ที่เขาพยายามปกป้องและซ่อนตัวให้ห่างจากโลกมืดใบนี้มาตลอดชีวิต
ความเย็นเยือกแล่นเข้าจับขั้วหัวใจ เรย์กำหมิตรจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เลือดซึมออกมาแต่เขาไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย หัวใจของเขาร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มในวินาทีนั้นเอง ภาพความกวนประสาทและรอยยิ้มหยันที่เคยใช้รับมือกับศัตรูมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนของนักล่าที่พร้อมฉีกกระชากเป้าหมายเป็นชิ้นๆ
"แหม... นักสืบผู้ปราดเปรื่อง ถึงกับเข่าอ่อนเลยเหรอครับ?" เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันของธันวาเอ่ยขึ้นจากความมืดมุมห้อง ชายร่างสูงในชุดสูทเนี้ยบก้าวออกมา ใบหน้าคมคายประดับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไปไม่ถึงดวงตา ในมือของเขายังคงถือปืนพกสั้นกระบอกเดิมที่พร้อมลั่นไกได้ทุกเมื่อ
เรย์กัดฟันกรอด ขากรรไกรขบเข้าหากันจนนูนเด่น เขาไม่ได้กลัวตาย ชีวิตของเขาแขวนอยู่บนเส้นด้ายมาตั้งแต่ก้าวเข้าสู้วงการนักสืบอิสระแล้ว แต่ไม่ใช่กับกรณ์... ไม่ใช่เด็กคนนั้นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลย
"ปล่อยเขาซะธันวา..." เรย์เค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ปลายมีดซึ่งกดลึกลงไปอีกนิดจนผิวเนื้อของกรณ์ขึ้นรอยแดง "นายอยากได้ข้อมูลชุดนั้นไม่ใช่เหรอ? ฉันเอามาให้อยู่แล้วนี่ไง จะลากคนที่ไม่รู้เรื่องเข้ามาเกี่ยวทำไมวะ!"
"ข้อมูลเหรอ? หึ..." ธันวาหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ตัวประกันมากขึ้น ปลายมีดในมือของลูกน้องเขายังคงนิ่งสนิท "ของแบบนั้นมันหาเมื่อไหร่ก็ได้ครับคุณเรย์ แต่ความสนุกในการบีบคั้นให้คุณจนมุม... มันหาไม่ได้ง่ายๆ นะครับ"
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบระเบิด ประตูเหล็กบานหนาด้านหลังห้องก็ถูกถีบกระเด็นด้วยแรงมหาศาล เสียงโลหะกระทบกำแพงดังสนั่นหวั่นไหวเรียกความสนใจจากทุกคนในห้องให้หันขวับไปมอง
คินก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าถมึงทึง เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อและรอยเส้นเลือดที่ปูดโปนด้วยความโกรธ มือหนาทั้งสองข้างไม่ได้ถืออาวุธปืนหรือมีด มีเพียง "มีดเชฟ" เล่มโตยาวสิบสองนิ้วที่เคลับคล้ายเคลือบด้วยคราบน้ำมันเครื่องและสติปัญญาอันเฉียบคม ความเนี้ยบและมาดคุณชายเจ้าระเบียบหายวับไปกับตา เหลือเพียงเชฟหนุ่มผู้เย็นชาที่ตอนนี้รัศมีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงหลายองศา
"ไอ้โรคจิตคนไหนแตะต้องคนของฉัน... ก้าวออกมาลองดีกันหน่อยสิครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่มักจะใช้สั่งการลูกน้องในครัวไฟน์ไดนิ่งเวลานี้แหบพร่าและเต็มไปด้วยจิตสังหาร เรย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนคาดไม่ถึง เขาไม่คิดว่าคินจะตามมาถึงที่นี่ แถมยังบุ่มบ่ามเข้ามาคนเดียวในสถานการณ์ที่อันตรายถึงชีวิตแบบนี้
"คิน! นายบ้าไปแล้วรึไงวะ! ใครใช้ให้ตามมา!" เรย์ตะโกนเสียงหลง ลืมมาดกวนประสาทไปจนสิ้นซาก ความหวาดกลัวที่ว่าคินอาจจะเป็นอันตรายพุ่งทะยานเหนือสิ่งอื่นใด
"หุบปากไปเลยเรย์... กลับไปฉันจะคิดบัญชีเรื่องที่นายแอบหนีมาคนเดียวแน่" คินหันมาปรายตามองด้วยแววดุๆ ชั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปจ้องหน้าธันวาด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ปล่อยเด็กนั่น แล้วมาจบเรื่องระหว่างเราซะ"
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกสนุก เขาสลับมองหน้าเรย์และคินสลับกันไปมา รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปาก "โอ้โห... ภาพยนตร์โรแมนติกแอคชั่นเหรอครับเนี่ย เชฟหนอนหนังสือยอมเอาชีวิตมาทิ้งเพื่อผู้ชายคนเดียว น่าประทับใจเสียจริง"
"ฉันไม่ได้มาตาย... ฉันมาลากคอมึงลงนรกต่างหาก" คินก้าวเดินเข้ามาทีละก้าวอย่างมั่นคง สายตาไม่ละไปจากปลายมีดที่จ่อคอกรกรณ์เลยแม้แต่วินาทีเดียว
เรย์มองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนขวางอยู่เบื้องหน้า หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งอุ่นวาบ จุกแน่น และพรั่งพรูไปด้วยความตระหนักรู้บางอย่างที่ชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา... พวกเขาต่างคนต่างอยู่ ต่างฝ่ายต่างปกป้องโลกส่วนตัวของตัวเอง เรย์คิดมาตลอดว่าเขาคือนักสืบที่ต้องยืนหยัดเผชิญหน้ากับความตายด้วยตัวคนเดียว ส่วนคินก็คือเชฟผู้รักความสะอาดที่ควรจะอยู่ในเซฟเฮาส์อันปลอดภัย ปรุงอาหารรสเลิศรอให้เขาแวะกลับไปกิน แต่ในวินาทีนี้... นาทีที่ความตายอยู่ห่างแค่เอื้อม เรย์เพิ่งเข้าใจอย่างถ่องแท้
*พวกเขาแยกจากกันไม่ได้อีกแล้ว*
ไม่มีทางที่เรย์จะยอมให้คินต้องมาตายที่นี่ และไม่มีทางที่คินจะยอมยืนมองเรย์ถูกทำลายโดยไม่ทำอะไรเลย สายใยที่ถักทอขึ้นจากความปากร้าย ความปั่นประสาท และค่ำคืนอันเร่าร้อนในเซฟเฮาส์ มันหลอมรวมชีวิตของพวกเขาทั้งคู่เข้าไว้ด้วยกันจนกลายเป็นเนื้อเดียวกันไปเสียแล้ว
"คิน..." เรย์กระซิบแผ่วเบา แต่ในความเงียบงันและตึงเครียด เสียงนั้นกลับดังชัดเจนในความรู้สึกของเชฟหนุ่ม
คินเหลือบสายตากลับมามองนิดหนึ่งเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนภาพของเรย์ที่กำลังกัดริมฝีปากแน่นด้วยความกังวล ในแวบนั้น... ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเข้าใจอันลึกซึ้งที่ส่งผ่านทางสายตา
*ระวังตัวด้วยนะ...* เรย์ไม่ได้พูดมันออกมาเป็นคำพูด แต่คินอ่านมันออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
"จัดการมัน!" ธันวาตวัดมือสั่งลูกน้องเสียงกร้าว ลูกสมุนร่างยักษ์สองคนผละจากตัวประกัน พุ่งตรงเข้ามาหาคินพร้อมท่อนเหล็กในมืออย่างหมายเอาชีวิต
สถานการณ์พลิกผันสู่ความชุลมุนวุ่นวายในพริบตา คินเบี่ยงตัวหลบการฟาดของท่อนเหล็กแรกได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนจะใช้หมัดหนักๆ ซัดเข้าที่ปลายคางของลูกสมุนคนแรกจนเซถอยหลังไปชนกองลังไม้ ลมหายใจของเขาหอบกระชั้นแต่ท่วงท่ากลับดุดันและแม่นยำรากับนักสู้มืออาชีพ เรย์เองก็ไม่ยอมอยู่เฉย อาศัยจังหวะที่ธันวาไขว้เขวพุ่งเข้าชาร์จลูกน้องคนที่ถือมีดอยู่เหนือตัวกรณ์ทันที
เสียงหมัดปะทะเนื้อและเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วห้องใต้ดิน คินจัดการคู่ต่อสู้ตรงหน้าเสร็จในเวลาไม่กี่อึดใจ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อลูกน้องอีกคนแล้วกระแทกศีรษะเข้ากับผนังปูนจนสลบเหมือดคาที่
ในห้องเหลือเพียงเสียงหอบหายใจของทั้งสี่คน ธันวายังคงยืนอยู่ที่เดิม สีหน้าเริ่มเปลี่ยนจากความเย้ยหยันเป็นความตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อเห็นลูกมือมือดีถูกจัดการอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลค่อยๆ ล้วงมือหยิบปืนพกออกจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น พร้อมจะเหนี่ยวไกใส่ใครก็ตามที่ขวางทาง
"พวกแกนี่มัน... หนังเหนียวชะมัด" ธันวาแค่น
"เลิกเล่นเกมบ้าๆ นี่ได้แล้วธันวา เกมของแกมันจบตั้งแต่ก้าวเข้ามาในรัศมีกำปั้นของฉันแล้ว" เรย์ก้าวเท้าเข้าไปหาทีละก้าว มือข้างหนึ่งเอื้อมไปแก้เชือกให้กรณ์ที่ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว สายตายังคงจับจ้องธันวาไม่กะพริบ
"จบเหรอครับ? คุณคิดว่าข้อมูลในแฟลชไดรฟ์นั่นจะทำอะไรผมได้เหรอ?" ธันวายกยิ้มเหี้ยม นิ้วชี้เกี่ยวไกปืนแน่นขึ้น "ในเมื่อพวกคุณอยากรู้นัก งั้นก็ลงไปคุยกันในนรกพร้อมๆ กันเลยดีกว่า!"
เปรี้ยง!
เสียงปืนดังสนั่นก้องห้องใต้ดิน เรย์เบิกตากว้างเมื่อเห็นกระสุนพุ่งแหวกอากาศตรงมาที่เขา ร่างกายขยับไม่ทันเสียแล้ว ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ!
แต่ก่อนที่กระสุนนัดนั้นจะฝังเข้าที่ร่างของเรย์ ร่างสูงของใครอีกคนก็พุ่งเข้ามาชนเขาล้มกลิ้งไปกับพื้นห้อง พร้อมกับเสียงร้องอุทานด้วยความเจ็บปวดที่ดังขึ้นข้างหู
เรย์ลืมตาขึ้น หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อพบว่าคินใช้ร่างกายของตัวเองรับกระสุนแทนเขา เลือดสีแดงสดค่อยๆ ซึมเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวบริเวณหัวไหล่ขวา ย้อมผ้าราคาแพงให้กลายเป็นสีชาดน่ากลัว
"คิน... ไม่นะ! คิน!" เรย์สติหลุดกระเจิง มือสั่นเทาพยายามประคองร่างของคนรักขึ้นมา เลือดอุ่นๆ ไหลเปื้อนฝ่ามือของเขา ความกลัวที่แท้จริงเพิ่งกัดกินขั้วหัวใจของนักสืบหนุ่มเป็นครั้งแรกในชีวิต
ธันวากำลังจะยกปืนขึ้นเล็งซ้ำเพื่อปิดบัญชี
แต่ทว่า... ก่อนที่นิ้วของธันวาจะได้เหนี่ยวไกครั้งที่สอง ประตูเหล็กด้านหลังที่ถูกพังไปแล้ว ก็มีเงาร่างของชายฉกรรจ์ในเครื่องแบบนับสิบคนพุ่งกรูเข้ามา พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ดังก้องไปทั่วตึกร้าง
"ตำรวจปราบปรามพิเศษ! วางอาวุธลงซะ!"
ธันวาหน้าถอดสีในพริบตา เขารู้ตัวทันทีว่าหมดทางหนีทีไล่ ปืนในมือร่วงตกลงกับพื้นเสียงดังเคร้ง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะกรูกเข้าใส่และกดตัวเขาลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว
เรย์ไม่ได้สนใจเหตุการณ์รอบตัวอีกต่อไป สายตาและสติสัมปชัญญะของเขาล่องลอยอยู่กับร่างที่นอนหายใจรวยรินอยู่ในอ้อมแขน น้ำตาที่เขาไม่เคยเสียให้ใครตลอดหลายปีที่ผ่านมา เอ่อล้นออกมาจากดวงตาคู่สวยและหยดลงบนใบหน้าของเชฟหนุ่ม
"นาย... นายมันโง่ที่สุดคิน..." เรย์เสียงสั่นเครือ น้ำตาหยดลงกระทบแก้มของอีกฝ่าย "ใครใช้ให้มารับกระสุนแทนฉันวะ... ใครใช้!"
คินฝืนยิ้มมุมปาก ทั้งที่ใบหน้าซีดเผือดเพราะเสียเลือดมาก มือหนาข้างที่ยังใช้งานได้ยกขึ้นมาแตะแก้มของเรย์เบาๆ ปลายนิ้วเปื้อนเขม่าควันเกลี่ยหยดน้ำตาออกจากพวงแก้มนั้นอย่างแผ่วเบา
"ก็บอกแล้วไงครับ... ว่าฉันยอมให้ใครพรากนายไปจากฉันไม่ได้อีกแล้ว..." คินกระซิบเสียงแผ่วพร่า ลมหายใจเริ่มติดขัด ดวงตาสีเข้มค่อยๆ ปรือปรอยลงช้าๆ "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น... ฉันไม่มีทางยอมเสีย... นายไป..."
สิ้นคำพูดนั้น เปลือกตาของคินก็ปิดสนิทลง ร่างกายในอ้อมแขนทิ้งน้ำหนักลงอย่างไร้เรี่ยวแรง
"คิน! คิน! ลืมตาขึ้นมาเดี๋ยวนี้! คินนน!"
เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกของเรย์ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดินที่มืดมิด ขณะที่รถเรสคิวและเสียงไซренаของตำรวจดังระรัวอยู่เบื้องนอก ท่ามกลางความเป็นความตายที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย... เรย์ก้มลงประกบหน้าผากเข้ากับหน้าผากของคนรัก ปล่อยให้น้ำตาแห่งความสิ้นหวังไหลริน โดยไม่รู้เลยว่าลมหายใจของคินจะหยุดลงในวินาทีถัดไปหรือไม่...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมลุ้นและเดินทางมาถึงจุดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับผม!
เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวตึงกับเชฟปากจัด•ตอนที่ 20
เดิมพันด้วยชีวิต
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวตึงกับเชฟปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!