เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังลอดออกมาจากลำคอของธันวาไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่นแม้แต่น้อย มันคือเสียงของความตายที่ถูกเคลือบไว้ด้วยความสุภาพจอมปลอม กลิ่นอายคุกรุ่นของอันตรายแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในเซฟเฮาส์ห้องแคบแห่งนี้ลดฮวบลงทันตาเห็น เรย์ก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์ครัวจนขวดเครื่องเทศสั่นระริก ดวงตาคมกริบกวาดมองทางหนีทีไล่ในเสี้ยววินาที ขณะที่สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงสุด
ไอ้บ้านี่มันเข้ามาถึงข้างในนี้ได้ยังไง ระบบความปลอดภัยที่เขาเซ็ตไว้พังหมดแล้วหรือวะ...
"แปลกใจขนาดนั้นเชียวหรือครับ คุณนักสืบ" ธันวาเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ มือหนายกขึ้นจัดปกเสื้อสูทราคาแพงอย่างใจเย็น ราวกับว่าเขาไม่ได้กำลังยืนอยู่ในรังของเหยื่อ แต่เป็นเจ้าของบ้านที่กำลังต้อนรับแขกผู้มาเยือน "ผมบอกคุณแล้วนะว่าโลกใบนี้มันแคบเกินกว่าที่คุณจะซ่อนตัวพ้น... ไม่ว่าจะมุดหัวอยู่รูไหน ผมก็ตามหาเจอเสมอ"
เรย์แค่นยิ้มหยัน ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยและกวนประสาทตามนิสัย แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผม "รูเหรอครับ? พูดจาฟังดูน่าเกลียดไปหน่อยนะท่าน... แต่ก็นั่นแหละ คนระดับคุณคงไม่เข้าใจหรอกว่าการใช้สมองหาเงินด้วยลำแข้งตัวเองมันต่างจากการนั่งบนกองเลือดแล้วสั่งการคนอื่นยังไง"
ธันวาหุบยิ้มทันที แววตาคมปลาวาฬฉายแววดุดันขึ้นมาวูบหนึ่ง "ปากดีไม่เปลี่ยน... หวังว่ากระดูกปากแข็งๆ ของคุณจะยังคงอยู่ดี หลังจากที่ผมรื้อเซฟเฮาส์นี่จนราบคาบแล้วนะ"
สิ้นคำสั่ง มือปืนร่างยักษ์สองคนที่ยืนประกบด้านหลังก็ก้าวพรวดเข้ามาพร้อมชักอาวุธปืนติดเก็บเสียงขึ้นเล็งตรงมาที่เรย์ เรย์กัดฟันกรอด ขยับตัวเตรียมพร้อมรับมือกับการปะทะแบบแลกหมัดครั้งสุดท้าย แม้จะรู้ดีว่าโอกาสรอดมีไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ก็ตามที
ทว่า... ในวินาทีที่นิ้วชี้ของมือปืนกำลังจะเหนี่ยวไก
*ปัง!*
เสียงกระจกหน้าต่างด้านข้างแตกกระจายเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษแก้วคมกริบสาดกระเซ็นราวกับสายฝน ร่างของชายฉกรรจ์คนหนึ่งล้มฟุบลงไปกองกับพื้นทันทีโดยไม่มีใครทันตั้งตัว พร้อมกับกลิ่นอายความเกรี้ยวกราดที่พุ่งทะลักเข้ามาทางช่องหน้าต่างที่แตก
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น หันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที "ใครวะ!"
ณ ใจกลางย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ ที่การจราจรติดขัดเป็นอัมพาต เสียงแตรรถยนต์ดังระงมแข่งกับเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ภายในห้องครัวสเตนเลสสตีลเงาวับของร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งชื่อดัง บรรยากาศตึงเครียดเสียยิ่งกว่าเส้นลวดที่ถูกดึงจนสุดแรง
คินยืนนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร มือข้างหนึ่งถือมีดเชฟด้ามถนัดแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขึ้นสีขาวซีด เบื้องหน้าของเขาคือออเดอร์ VIP ของค่ำคืนนี้—เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องเสิร์ฟให้แก่แขกวีไอพีระดับประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่สุดในการยกระดับชื่อเสียงของร้านตามความฝันที่เขาเพียรพยายามสร้างมานานแรมปี
"เชฟคินครับ จานปลาซาร์บียอนด์นี่ต้องรีบส่งไลน์ออกไปแล้วนะ ลูกค้ารออยู่ข้างนอก..." ผู้ช่วยเชฟเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจ พร้อมกับยื่นถาดอาหารเข้ามาใกล้
แต่คินกลับไม่ขยับเขื้อน สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นไร้กรอบมองเหม็งไปยังหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างเขียง หน้าจอนั้นสว่างวาบขึ้นด้วยข้อความสั้นๆ จากเรย์ที่ส่งมาก่อนสัญญาณจะขาดหายไป
*—มีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยี่ยม ซวยละกู ฝากดูแลแมวให้ด้วยนะถ้าไม่รอด—*
หัวใจของเชฟหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและระเบียบจัด กระตุกวูบอย่างรุนแรง ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่กลางอก ความนิ่งสงบที่เขาฝึกฝนมาทั้งชีวิตพังทลายลงในพริบตาเดียว
งานสำคัญตรงหน้า? ชื่อเสียง? ความฝัน?
ในวินาทีนั้น... ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นเพียงธาตุอากาศไร้ค่าเมื่อเทียบกับชื่อของคนๆ เดียว
"ยกเลิกออเดอร์ซะ" คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่มันกลับเยือกเย็นและกดดันเสียจนผู้ช่วยเชฟสะดุ้งสุดตัว
"อะ... อะไรนะครับ เชฟ? ยกเลิกไม่ได้นะครับ! นี่มันแขกของท่านรัฐมนตรีนะ!"
"ผมบอกว่ายกเลิก!" คินตวาดลั่น วางมีดลงบนเขียงเสียงดัง *ปัง!* จนทุกคนในห้องครัวสะดุ้งโหยงและเงียบกริบลงทันที เชฟหนุ่มถอดผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตาออกแล้วโยนมันลงบนพื้นอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาคมดุจใบมีดวาวโรจน์ด้วยความร้อนรนที่ปิดไม่มิด "ถ้าลูกค้าโวยวาย ก็บอกไปว่าเชฟตายหะ... เอ้ย เชฟมีธุระด่วนที่สำคัญกว่าชีวิตพวกมันทั้งหมด!"
พูดจบ คินก็คว้าเสื้อแจ็คเก็ตสีดำสนิทมาสวมลวกๆ ควับกุญแจรถยนต์บนโต๊ะทำงาน แล้วพุ่งตัวออกจากห้องครัวผ่านประตูหลังร้านไปอย่างไม่เหลียวหลัง ท่ามกลางเสียงเรียกโวยวายของผู้จัดการร้านที่ดังไล่หลังมา แต่ไม่อาจหยุดยั้งฝ่าเท้าที่กำลังก้าววิ่งไปข้างหน้าด้วยความคลั่งแค้นและห่วงหาได้เลย
กลับมาที่เซฟเฮาส์—
คันธนูถูกดึงจนสุดแรง และลูกศรแห่งความเดือดดาลก็ถูกปล่อยออกไปแล้ว
ร่างสูงโปรดของเชฟหนุ่มในชุดแจ็คเก็ตสีดำกระโจนทะลุกรอบหน้าต่างที่แตกกระจายเข้ามาอย่างไร้ความกลัว เศษแก้วบาดมือจนเลือดสีสดไหลรินหยดลงสู่พื้น แต่คินไม่แม้แต่จะชายตามองความเจ็บปวดนั้นด้วยซ้ำ สัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดสุขุมถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น
มือหนาคว้าท่อนเหล็กยาวที่ตกอยู่ข้างทาง ซัดเข้าที่กกหูของมือปืนอีกคนที่กำลังเล็งปืนใส่เรย์เต็มแรง จนร่างนั้นล้มคว่ำคะมำหงายสลบเหมือดไปในดาบเดียว
ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าจะมีตัวแปรนอกแผนโผล่เข้ามาเสี่ยงตายแบบนี้ "แกเป็นใครวะ!"
คินไม่ตอบคำถาม เขาก้าวเข้ามาขวางหน้าเรย์เอาไว้โดยอัตโนมัติ แผ่นหลังกว้างแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังธันวาด้วยความเหี้ยมเกรียมที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในชีวิตเชฟหนุ่มผู้รักความสะอาด
"คนที่กำลังจะส่งมึงไปลงนรกไงครับ" คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟัน รat ลมหายใจหอบกระชั้นเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้าในการวิ่งมาราธอนและพุ่งทะยานเข้ามาช่วยคนด้านหลัง
เรย์ที่ยืนพิงชั้นวางของอยู่ อ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ดวงตากลมโตมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังกระสุนให้ตนเอง หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว กลับเปลี่ยนจังหวะเป็นเต้นโครมครามด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในอก
ไอ้เชฟบ้านี่... ทิ้งงานหลักล้านเพื่อมาวิ่งราวสู้ตายกับมือปืนเนี่ยนะ? มันบ้าไปแล้วหรือไงวะ!
"คิน..." เรย์เรียกชื่ออีกฝ่ายแผ่วเบา น้ำเสียงที่ปกติมักจะกวนประสาทกลับสั่นไหวเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด
คินไม่หันกลับมามอง แต่เอื้อมมือข้างหนึ่งไปคว้าข้อมือของเรย์ไว้แน่น ราวกับต้องการยืนยันว่าคนๆ นี้ยังคงมีลมหายใจและยืนอยู่ตรงนี้จริงๆ ฝ่ามือที่เปื้อนคราบเขม่าและเลือดอุ่นๆ ของเชฟหนุ่มกุมกระชับมือของเรย์แน่นหนาจนอีกฝ่ายรับรู้ได้ถึงไออุ่นและแรงสั่นน้อยๆ จากความโกรธของอีกฝ่าย
"เงียบปากไปก่อนเลยครับคุณนักสืบ..." คินเอ่ยลอดไรฟัน สายตาไม่ละไปจากกลุ่มศัตรูเบื้องหน้าแม้แต่วินาทีเดียว "เดี๋ยวเคลียร์ไอ้พวกเศษสวะนี่เสร็จ... ผมจะคิดบัญชีที่คุณแอบหนีมาตายเดี่ยวแบบนี้ให้สาสเลย"
ธันวาแค่นหัวเราะออกมาดังลั่น แม้สถานการณ์จะพลิกผัน แต่เขากลับยกย่องความบ้าบิ่นของคนทั้งสอง "ฮ่าๆๆ คู่รักนักสู้หรือไงวะเนี่ย? ดี... ในเมื่ออยากตายนัก ฉันก็จะสงเคราะห์ให้ไปตายพร้อมกันซะเลย!"
ธันวาสบตาพยักเพยิดกับลูกน้องที่เหลืออีกสามคนที่ชักอาวุธมีดพกและปืนสั้นออกมาเตรียมพร้อม บรรยากาศภายในห้องแคบๆ กลับมาตึงเครียดถึงขีดสุด ลมหายใจของทุกคนประสานไปกับเสียงฝนตกกระหน่ำด้านนอก
คินกระชับท่อนเหล็กในมือแน่นขึ้น ขยับยืนขวางหน้าเรย์ให้มิดชิดยิ่งขึ้น พร้อมที่จะแลกทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิต เพื่อปกป้องคนปากร้ายที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาในนาทีนี้
และในจังหวะที่เท้าของธันวาก้าวเข้ามาเตรียมจะเผด็จศึก...
โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคินก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความเสียงจากเบอร์แปลก ที่ดังแทรกความเงียบขึ้นมาอย่างน่าขนลุก
*—ยินดีด้วยนะเชฟ... ตอนนี้ร้านของคุณกำลังไฟไหม้พลาญวอด... และคนข้างตัวคุณ... ก็กำลังจะหมดลมหายใจในอีกสาม... สอง...—*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านวินาทีระทึกนี้ไปด้วยกันนะครับ!
เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวตึงกับเชฟปากจัด•ตอนที่ 18
วินาทีระทึก
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวตึงกับเชฟปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!