“เรย์! หลบ!”
เสียงคำรามต่ำทุบทำลายความเงียบงันของห้องครัวยามวิกาลให้แหลกละเอียด แรงกระชากจากมือหนาของคินดึงรั้งร่างโปร่งของเรย์ให้พ้นวิถีของบางสิ่งในเสี้ยววินาที เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังแตกกระจายพร้อมกับวัตถุโลหะทรงกระบอกขนาดเล็กที่พุ่งทะลุเข้ามาปักฝังลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนอย่างแม่นยำ
เศษแก้วใสระยิบระยับร่วงหล่นราวกับสายฝนท่ามกลางความมืด กลิ่นดินปืนจาง ๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมกรุ่นของซุปทรัฟเฟิลที่คินเพิ่งเคี่ยวเสร็จเมื่อไม่กี่นารีก่อน เรย์หอบหายใจถี่กระชั้น แผ่นหลังบางแนบชิดอยู่กับแผงอกกว้างของเชฟหนุ่มที่ใช้ร่างกายของตัวเองเป็นโล่กำบังให้เขาโดยสัญชาตญาณ
“ให้ตายสิ...” เรย์พึมพำลอดไรฟัน ดวงตาคู่คมกวาดมองรูกระจกขนาดเท่าเหรียญบาทก่อนจะหันกลับมาสบตากับคนด้านหลังที่ใบหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม “พวกมันเร็วกว่าที่คิดแฮะ สงสัยฉันต้องทิปค่าทำขวัญให้พวกมันหน่อยแล้วล่ะมั้ง”
“ยังจะมีอารมณ์มาเล่นอีกเหรอครับ เรย์!” คินกัดฟันกรอด น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือไปด้วยความเกรี้ยวกราดที่พยายามสะกดกลั้นไว้ มือใหญ่อีกข้างยังคงล็อกเอวบางของอีกฝ่ายไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือเพียงนิดเดียว ร่างตรงหน้าจะหายวับไปกับตา “นี่ไม่ใช่เกมไล่จับนักสืบสมัครเล่นนะ มันคือกระสุนจริง!”
“ก็รู้หรอกน่า...” เรย์เบี่ยงตัวหลบสายตาดุ ๆ นั้นเล็กน้อย แม้ริมฝีปากจะยังแย้มยิ้มกวนประสาทตามนิสัย แต่หัวใจในอกกลับเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัวจากคมกระสุน แต่เป็นเพราะไอPอุ่นร้อนจากร่างกายของคนที่กำลังโอบกอดเขาอยู่ต่างหาก “แต่คุณช่วยลดแรงกอดลงหน่อยได้ไหมเชฟ หายใจไม่ออก... หรือว่าติดใจซะแล้วล่ะครับ?”
คินหรี่ตามองคนปากเก่งที่สถานการณ์คับขันถึงเพียงนี้ยังไม่วายหาเรื่องกวนประสาท เชฟหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความระอาปนเป็นห่วง ก่อนจะลากตัวเรย์ให้ก้มต่ำแล้วพุ่งหลบไปหลังแนวเคาน์เตอร์ครัวสแตนเลสสตีลที่หนาและปลอดภัยกว่า
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมเซฟเฮาส์ลับอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ดังสลับกันในระยะประชิด ใบหน้าของคินอยู่ห่างจากเรย์ไม่ถึงคืบ ความมืดสลัวในห้องครัวขับเน้นให้ดวงตาคมกริบของเชฟหนุ่มดูดุดันและลึกล้ำยิ่งขึ้น นิ้วเรียวยาวของคินเอื้อมขึ้นเกลี่ยเศษแก้วชิ้นเล็กที่ติดอยู่ข้างแก้มใสอย่างเบามือโดยไม่รู้ตัว สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้เรย์ชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึกอย่างควบคุมไม่ได้
“เจ็บไหมครับ?” เสียงทุ้มเอמהถามแผ่วเบาจนแทบกระซิบ ความดุดานเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา
“ถ้าบอกว่าเจ็บ... คุณจะเป่าให้เหมือนเวลาเด็ก ๆ หกล้มรึเปล่าล่ะครับ เชฟคิน” เรย์สวนกลับทันควันเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก ดวงตากลมโตแพรวพราวแต่กลับซ่อนประกายไหวระริกไว้อย่างแนบเนียน
คินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของนักสืบหนุ่ม “ถ้าเป็นเรื่องกวนประสาทคุณนี่เก่งเป็นที่หนึ่งตลอด... แต่เรื่องรักตัวกลัวตายเนี่ย ติดลบชัด ๆ”
“ใครว่าผมไม่รักตัว ผมน่ะหวงชีวิตยิ่งกว่าอะไรดี” เรย์เถียงหน้าตาย ขยับตัวขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนไหล่ชนกัน “เพียงแต่ผมรู้ว่า... ต่อให้ผมซุ่มซ่ามแค่ไหน เชฟมือหนึ่งประจำเซฟเฮาส์ก็คงไม่ยอมให้ผมกลายเป็นรังผึ้งหรอกจริงไหมครับ?”
คำพูดหน้าตายนั้นทำเอาคินถึงกับพูดไม่ออก เชฟหนุ่มจ้องมองริมฝีปากบางที่ยังคงขยับเถียงฉอด ๆ ด้วยความรู้สึกที่ตีรันกันอยู่ในอก ทั้งหมั่นไส้ ทั้งอยากจะดุให้เข็ดหลาบ และ... อยากจะปิดปากช่างเจรจานี่ด้วยวิธีอื่นที่รุนแรงกว่าคำพูด
ก่อนที่บทสนทนาระหว่างคู่กัดจะดำเนินไปไกลกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังแว่วมาจากด้านนอกตัวอาคาร เสียงรองเท้าหนังเหยียบย่ำลงบนพื้นหญ้าแห้งและเสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ บ่งบอกชัดเจนว่าผู้มาเยือนไม่ได้มาดี และพวกมันไม่ได้มาแค่คนเดียว
เรย์หุบยิ้มทันที แววตาขี้เล่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันอย่างรวดเร็ว สมองของนักสืบอิสระประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว “ธันวาไม่ได้ส่งคนมาแค่ขู่แล้วล่ะครับคิน... รอบนี้มันเอาจริง”
“พวกมันรู้พิกัดนี้ได้ยังไง” คินขมวดคิ้วมุ่น สายตาสแกนมองรอบห้องเพื่อหาทางหนทีไล่ “เซฟเฮาส์นี่เป็นความลับสุดยอด”
“ความลับไม่มีในโลกหรอกครับเชฟ โดยเฉพาะกับคนที่มีอิทธิพลล้นฟ้าแบบธันวา” เรย์หยิบปืนพกขนาดกะทัดรัดออกจากที่ซ่อนใต้เสื้อแจ็คเก็ต ตรวจสอบกระสุนด้วยความคล่องแคล่ว “ดูท่าทางเราคงต้องเปลี่ยนแผนจากการดินเนอร์ใต้แสงเทียน มาเป็นการวิ่งหนีตายรอบดึกแทนแล้วล่ะ”
คินไม่ตอบ แต่การกระทำของเขากลับรวดเร็วยิ่งกว่าคำพูด มือหนาเอื้อมไปหยิบมีดเชฟด้ามยาวน้ำหนักสมดุลที่ลับจนคมกริบขึ้นมาถือไว้ แววตาของเชฟหนุ่มไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายความเย็นยะเยือกที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกสิ่งที่กล้าล้ำเส้นเข้ามาในอาณาเขตของตน
“อยู่ข้างหลังผม” คินเอ่ยสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยอำนาจที่ปฏิเสธไม่ได้
“พูดจาเท่ระเบิดเลยนะครับ ระวังผมจะเผลอใจตกหลุมรักเข้าจริง ๆ ล่ะ” เรย์กระซิบกระชับรอยยิ้มมุมปาก แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่เคมีระหว่างพวกเขากลับยิ่งเด่นชัดและร้อนแรงขึ้นท่ามกลางกลิ่นอายของอันตราย
เสียงเคาะประตูด้านหน้าดังขึ้นสามครั้ง... ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ไม่ใช่การพังประตูเข้ามาแบบโจรป่า แต่เป็นการเคาะด้วยจังหวะที่เยือกเย็นและทรงอำนาจ ราวกับผู้มาเยือนมั่นใจเสียเต็มประดาว่าเหยื่อในกรงขังแห่งนี้ไม่มีทางหนีรอดไปไหนได้
เรย์และคินสบตากันเพียงเสี้ยววินาที ความเข้าใจตรงกันเกิดขึ้นในความเงียบ คินขยับตัวไปยืนบังหน้าเรย์ไว้ครึ่งก้าว ขณะที่นิ้วเรียวยาวของเรย์ปลดเซฟปืนพร้อมลั่นไกได้ทุกเมื่อ
กลอนประตูด้านหน้าค่อย ๆ หมุนช้า ๆ เสียงโลหะกระทบกันดังเอี๊ยดอาร์ดบาดโสตประสาท บานประตูไม้หนาถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของทางเดิน
แสงไฟสลัวจากห้องครัวสาดส่องกระทบใบหน้าของผู้มาใหม่ ดวงตาคมปลาบกวาดมองเข้ามาด้านในก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่คนทั้งสอง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายผู้กุมความลับทั้งหมดไว้ในมือ
“สวัสดีครับ... คุณนักสืบ ไม่คิดเลยนะครับว่าหนูทดลองตัวนี้จะวิ่งหนีมาได้ไกลขนาดนี้”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง แต่มันกลับทำให้เลือดในกายของเรย์เย็นเฉียบลงทันทีเมื่อตระหนักว่า... ศัตรูที่คาดไม่ถึงไม่ได้ส่งลูกน้องมาจัดการเขาจากเงาอีกต่อไปแล้ว แต่ทว่า... มันเดินเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาด้วยตัวเอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" มาโดยตลอดนะครับ
เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวตึงกับเชฟปากจัด•ตอนที่ 17
ศัตรูที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวตึงกับเชฟปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!