เสียงล็อกกลอนประตูห้องนอนแขกดัง "คลิก" เบาๆ แต่ก้องกังวานในความเงียบสงบของเซฟเฮาส์ยามวิกาล เรย์ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบพื้นที่คับแคบแต่สะอาดสะอ้าน ไร้ซึ่งร่องรอยการรุกล้ำ ทว่าชื่อ "ธันวา" ที่ถูกทิ้งไว้บนหน้าจอโทรศัพท์และการแจ้งเตือนปริศนาเมื่อครู่ยังคงสั่นคลอนประสาทสัมผัสของเขาอย่างรุนแรง
ป้อมปราการที่คินอ้างนักอ้างหนาว่าปลอดภัยไร้รอยรั่ว... แท้จริงแล้วเป็นเพียงบ้านกระดาษที่รอวันพังทลายเท่านั้นเองหรือ?
เรย์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปปลดซิปกระเป๋าเดินทางใบโตที่วางอยู่บนเตียง แรงกดดันรอบตัวทำให้เขาต้องตัดสินใจอะไรสักอย่าง การหนีออกจากที่นี่ตอนนี้ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด ในเมื่อธันวาเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่คาด การออกไปเผชิญหน้ากับความตายลำพังข้างนอกนั้นโง่เขลาสิ้นดี ทางรอดเดียวคือการดึง "เชฟปากจัด" เจ้าของเซฟเฮาส์คนนี้ให้เข้ามาติดร่างแหด้วยกันอย่างเต็มตัว
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งสั้นๆ ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รออนุญาต คินยืนกอดอกพิงกรอบประตู ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบตึงไร้อารมณ์ตามแบบฉบับ แต่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองสภาพของเรย์และกระเป๋าเดินทางที่ถูกเปิดอ้าซ่าด้วยแววตาจับผิด
"ดึกดื่นคื่นมืด นายยังไม่นอน หรือกำลังวางแผนจะขนของหนีออกจากเซฟเฮาส์ของผมไปตายที่ไหนอีก?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเย้ยหยัน เจือความหงุดหงิดที่ปิดไม่มิด
เรย์เงยหน้าขึ้นสบตา มุมปากยกยิ้มกวนประสาทตามนิสัย แม้ในใจจะกำลังประเมินสถานการณ์อย่างเคร่งเครียด "ถ้าผมจะหนีจริงๆ คุณคิดว่าประตูห้องไม้เก่าๆ นี่จะรั้งผมไว้ได้เหรอครับคุณเชฟ? แต่อย่าเพิ่งห่วงผมเลย ผมว่าคุณควรเป็นห่วงตัวเองมากกว่า"
คินขมวดคิ้วมุ่น ก้าวเข้ามาในห้องทีละก้าวอย่างคุกคาม "หมายความว่ายังไง?"
"หมายความว่า..." เรย์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา หมุนหน้าจอให้ชายหนุ่มตรงหน้าเห็นข้อความแจ้งเตือนล่าสุดที่เพิ่งเด้งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ "...เซฟเฮาส์ระดับไฮ엔ด์ที่คุณภูมิใจนักหนา ถูกเจาะระบบและรู้พิกัดเรียบร้อยแล้วครับ และคนที่ส่งของขวัญชิ้นนี้มา ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... ธันวา"
ชื่อนั้นทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงทันที อุณห็ภูมิรอบตัวคล้ายลดต่ำลงจนสัมผัสได้ คินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกวาดอ่านข้อความบนหน้าจออย่างรวดเร็ว กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วครู่ ก่อนที่เชฟหนุ่มจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ
"นายพาความซวยมาเหยียบถึงบ้านผมสินะ เรย์"
"ผมไม่ได้พามา แต่มันตามกลิ่นความลับของผมมาต่างหาก และบอกไว้ก่อนเลยนะว่า ถ้าผมโดนเก็บที่นี่ คุณที่เป็นเจ้าของสถานที่ก็คงไม่แคล้วโดนลูกหลงฐานให้ที่พักพิงกับผู้ต้องหาหนีคดีเหมือนกัน" เรย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน ร่างโปร่งก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายโดยไม่เกรงกลัว รักษาระยะห่างเพียงคืบเดียวจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของสบู่และกลิ่นอายความเป็นผู้ชายจากตัวของคิน
คินก้มมองคนตัวเล็กกว่าที่กล้าหาญชาญชัยยืนจ้องหน้าตนตาไม่กระพริบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะถอยหนี เชฟหนุ่มกลับยกมือขึ้นข้างหนึ่ง วางทราบลงบนกรอบประตูเหนือศีรษะของเรย์ กักตัวอีกฝ่ายให้อยู่ในอาณัติโดยปริยาย
"กล้าดีนี่... มาถึงถิ่นผมแล้วยังกล้าต่อปากต่อคำ" คินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบเสียงพร่าชิดริมใบหู "คิดว่าผมจะกลัวไอ้ธันวาอะไรนั่นหรือไง?"
"ผมไม่ได้บอกว่าคุณกลัว แต่ผมกำลังบอกว่าคุณกำลัง 'เดือดร้อน' ไปด้วย" เรย์เอียงคอมอง ยิ้มเยาะด้วยความมั่นใจเกินร้อย แม้หัวใจจะเต้นแรงด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายเกินขีดจำกัด "ทางเดียวที่คุณจะไม่ซวยตามผมไป คือคุณต้องปล่อยให้ผมอยู่ต่อ... และเราต้องร่วมมือกัน"
คินนิ่งงันไป ดวงตาคู่คมพิจารณาใบหน้าเนียนใสของคนที่กำลังยิ้มเยาะอย่างท้าทาย ความโกรธขัดเคืองเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดลึกซึ้ง ผู้ชายคนนี้ทั้งกวนประสาท ดื้อรั้น และสร้างปัญหาให้เขาไม่เว้นแต่ละวัน แต่แปลก... ที่เขากลับไม่มีความคิดที่จะไล่เรย์ออกไปจากบ้านหลังนี้เลยแม้แต่น้อย
"ทำไมผมต้องเสี่ยงร่วมหัวจมท้ายกับตัวปัญหาอย่างคุณด้วย?" คินถามเสียงกระซิบ แววตาไหววับชั่วขณะ
"เพราะคุณเองก็อยากรู้ความจริงในกระเป๋าใบนี้เหมือนกัน... ใช่ไหมล่ะครับ?" เรย์ใช้ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่อกเสื้อด้านซ้ายของคิน ส่งสายตาท้าทายที่สื่อความนัยบางอย่าง
คินก้มมองมือเรย์ที่วางอยู่บนอก สัมผัสอุ่นร้อนนั้นส่งกระแสความวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วร่างอย่างน่าประหลาด เชฟหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสุกใสคู่นั้น เนิ่นนานก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ยอมจำนนต่อเหตุผลและความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ
"โอเค... นายชนะ เรย์" คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงยอมแพ้กลายๆ "นายจะได้อยู่ที่นี่ต่อ... แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎของผม ห้ามเดินพล่าน ห้ามทำอะไรตามใจชอบ และที่สำคัญ..." คินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะชนกัน "...เลิกทำตัวน่ารำคาญแบบนี้สักที"
เรย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาระยิบระยับด้วยความชนะ "เรื่องนั้นรับปากไม่ได้หครับคุณเชฟ..."
ยังไม่ทันที่คินจะได้ตอบโต้คำกวนประสาทนั้น ประตูบ้านชั้นล่างก็ส่งเสียง "ปี๊บๆๆ" ของสัญญาณเตือนภัยดังลั่นสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงกระจกแตกกระจายดังเพล้งจากทางห้องครัว!
ทั้งสองคนผละออกจากกันทันที แววตาของคินเปลี่ยนเป็นดุดันและเย็นเยียบในเสี้ยววินาที
"ดูเหมือนแขกไม่速เชิญจะมาเร็วกว่าที่คิด..." คินพึมพำเสียงต่ำ พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบมีดเชฟด้ามยาวสแตนเลสเงาวับที่ซ่อนไว้ใต้วงกบประตูออกมาถือไว้มั่น
เรย์หน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าป้อมปราการถูกเจาะทะลวงอย่างสมบูรณ์แบบแล้วจริงๆ ทว่าก่อนที่พวกเขาจะได้ขยับตัวทำอะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็กำลังวิ่งขึ้นบันไดมาหยุดอยู่หน้าห้องนอนของพวกเขาอย่างรวดเร็ว!
...และวินาทีต่อมา ประตูห้องก็ถูกถีบจนพังกระเด็นเปิดผางเข้ามาพร้อมกับกระบอกปืนสีดำสนิทที่เล็งตรงมายังพวกเขา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความเดือดระอุครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวตึงกับเชฟปากจัด•ตอนที่ 7
ความลับในกระเป๋าเดินทาง
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวตึงกับเชฟปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!