ควันสีขาวจางที่ลอยวนอยู่กลางห้องโถงของเซฟเฮาส์ยังไม่ทันจางหายดี เงาร่างที่ก้าวพ้นกลุ่มควันนั้นก็ไม่ได้ทำให้เรย์ตกใจเท่ากับรอยยิ้มกวนประสาทที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าคมคายของ "สารวัตรภาคิน" นายตำรวจหนุ่มนอกเครื่องแบบที่ควรจะอยู่ในการคุ้มครองพยานเขตภาคเหนือ แต่นี่กลับมายืนถือปืนสั้นติดกระบอกเก็บเสียงอยู่ในดงกระสุนได้อย่างหน้าตาเฉย
"ยืนทื่อเป็นเสาหลักเมืองแบบนั้น ระวังกระสุนมันจะทักทายเอาสมองส่วนหน้าออกไปเดินเล่นนะคุณนักสืบ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแห้งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันชั่วขณะ เรย์สบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะรีบดึงสติแล้วพุ่งตัวหลบหลังเคาน์เตอร์ครัวตามสัญชาตญาณ มือเรียวกำปืนพกในมือแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน แม้สถานการณ์ภายนอกจะชุลมุนวุ่นวายแค่ไหนจากการบุกจู่โจมของหน่วยเหนือที่ภาคินพามาตลบหลังลูกน้องของธันวา แต่ภายในห้องครัวแคบๆ แห่งนี้ กลับมีบรรยากาศบางอย่างที่ร้อนระอุยิ่งกว่าดินปืน
และต้นเหตุของความร้อนรุ่มนั้น... กำลังยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
"มาช้าเป็นเต่าคลานแบบนี้ คิดจะมาเก็บศพผมไปทำปุ๋ยรึไงครับสารวัตร" เรย์กัดฟันกรอด พยายามซ่อนอาการหอบสะท้านจากแรงปะทะเมื่อครู่ ขณะกวาดสายตามองสำรวจร่างกายของอีกฝ่ายเพื่อเช็กบาดแผล "แล้วนั่น... ไปโดนห่ากระสุนสำนักไหนมา ถึงได้สภาพดูไม่จืดแบบนั้น"
ภาคินไม่ตอบทันที ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเรย์อย่างรวดเร็ว กลิ่นอายเฉพาะตัวที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นฝุ่นควัน กลิ่นกาแฟจางๆ และกลิ่นอายความอันตรายพุ่งเข้าปะทะจมูก ชายหนุ่มปาดคราบเลือดสีแดงสดที่ข้างขมับออกลวกๆ ก่อนจะโยนปืนเปล่าลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น
"ปากดีไม่เปลี่ยน... ทั้งๆ ที่เลือดออกซิบที่หัวไหล่ขนาดนั้น แท้ๆ" ภาคินหรี่ตามองรอยฉีกขาดของเสื้อเชิ้ตสีเข้มบริเวณหัวไหล่ขวาของเรย์ ที่ตอนนี้ถูกย้อมไปด้วยเลือดสีเข้มข้นจนน่ากลัว
เรย์เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองพลาดท่า ตอนที่กระสุนเฉี่ยวผ่านผิวเนื้อเมื่อกี้ ความชาร้อนแล่นริ้วขึ้นมาจนแทบทรงตัวไม่อยู่ แต่เพราะความอวดดีและศักดิ์ศรีค้ำคอ เขาจึงเลือกที่จะเมินเฉยมัน "เรื่องของผม คุณดูแลตัวเองให้รอดก่อนเถอะ..."
คำพูดขาดหายไป เมื่อจู่ๆ ภาคินก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเรย์แล้วดันร่างบางให้พิงแนบไปกับตู้เก็บของในครัว บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดให้แคบลงจนได้ยินเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดของกันและกัน
"นี่คุณ! จะทำบ้าอะไรวะ ปล่อยนะ!" เรย์ตื่นตระหนกเล็กน้อย พยายามขัดขืนแต่ก็ถูกมือใหญ่รวบข้อมือทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวได้อย่างง่ายดาย
"อยู่นิ่งๆ สิครับ ถ้าไม่อยากให้แผลมันฉีกไปมากกว่านี้" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันแต่แฝงไปด้วยความกังวลที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้ซีดเผือดลงเพราะเสียเลือด
เชฟคินที่ยืนมองเหตุการณ์ความวุ่นวายทั้งหมดอยู่มุมห้อง รีบสาวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปที่มือของภาคินที่ยังคงจับตัวเรย์อยู่ แม้ภายนอกเชฟหนุ่มจะขึ้นชื่อเรื่องความเยชาและเจ้าระเบียบ แต่ในเวลานี้ รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนรอบข้างแทบเย็นเยียบ
"ปล่อยเขา ภาคิน" เสียงทุ้มเย็นเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เฉียบขาด
ภาคินเหลือบสายตาขึ้นมองเชฟหนุ่มเจ้าของถิ่น ก่อนจะยอมปล่อยมือจากเรย์แต่โดยดี แต่ยังไม่วายใช้นิ้วเรียวเชยคางมนขึ้นมาบังคับให้เรย์สบตา "ฝากจัดการต่อด้วยนะเชฟ ดูท่าทางแล้วตัวตึงประจำซอยจะฤทธิ์เยอะกว่ากระสุนปืนซะอีก"
เรย์ส่งค้อนวงใหญ่ให้ตำรวจหนุ่มตัวแสบ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้สตูลในครัวด้วยความอ่อนระโหย โรยแรงลงไปถนัดตา ความเจ็บแปลบที่หัวไหล่เริ่มเล่นงานจนเหงื่อกาฬแตกพลั่ก
เชฟคินก้าวเข้ามาแทนที่ ร่างสูงโปร่งในชุดเชฟสีขาวสะอาดสะอ้านทรุดตัวลงคุกเข่าลงตรงหน้าเรย์ มือเรียวที่ผ่านการถือมีดทำครัวมานับไม่ถ้วน บรรจงหยิบชุดปฐมพยาบาลฉุกเฉินที่เตรียมไว้ออกมาอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าหล่อเหลาไร้รอยยิ้มแต่แววตาทอประกายความห่วงใยที่ลึกซึ้งจนคนมองต้องหลบตา
"ถอดเสื้อออกครับ" คินสั่งเสียงเรียบ
เรย์ชะงัก เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยความไม่เชื่อหู "หะ... ว่ายังไงนะคุณคิน นี่คุณฉวยโอกาสเหรอ"
"ผมเป็นเชฟ ไม่ใช่หมอทำขวัญเด็กดื้อ" คินถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะเอื้อมมือไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเรย์ทีละเม็ดด้วยความนุ่มนวลแต่เด็ดขาด "ถ้าไม่อยากให้แผลติดเชื้อจนต้องตัดแขนทิ้ง ก็นั่งเฉยๆ แล้วหุบปากซะ"
สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของคินที่ปัดผ่านผิวเนื้อบริเวณหน้าอกทำเอาเรย์สะท้านเฮือก บรรยากาศในครัวที่เคยตึงเครียดด้วยกลิ่นอายสงคราม กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟเหนือเคาน์เตอร์สาดกระทบโครงหน้าคมคายของเชฟหนุ่ม ยิ่งทำให้เรย์รู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง
คินใช้กรรไกรตัดผ้าส่วนที่เปื้อนเลือดออกเผยให้เห็นบาดแผลฉีกขาดน่ากลัวที่หัวไหล่ รอยแผลเป็นเก่าและใหม่ซ้อนทับกันราวกับบันทึกเรื่องราวอันตรายที่เรย์ผ่านพ้นมาตลอดชีวิต คินขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วเข้ามาในอกอย่างไม่มีเหตุผล เมื่อคิดว่าคนตรงหน้าเกือบเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่
"เจ็บหน่อยนะ" คินเอ่ยเบาๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สำลีก้อนชุบแอลกอฮอล์ถูกแตะลงบนบาดแผลแผ่วเบา เรย์สะดุ้งสุดตัว เผลอหลุดอุทานเสียงหลงพร้อมกับมือเรียวที่คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของคินโดยอัตโนมัติเพื่อระบายความเจ็บ เล็บคมจิกเกร็งลงบนเนื้อผ้าสีขาวจนแน่น
"อื้อ... เจ็บนะคุณ! มือหนักชะมัด" เรย์หลับตาปี๋ ใบหน้าหวานเหเกร็งด้วยความแสบ
คินชะงักมือลงโดยอัตโนมัติ สายตาอ่อนลงวูบหนึ่ง มือใหญ่อีกข้างยกขึ้นกุมมือของเรย์ที่จิกแขนเขาไว้อย่างเบามือ สัมผัสอบอุ่นที่ส่งผ่านฝ่ามือทำให้เรย์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ
ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกัน เรย์มองลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่นั้น ที่ตอนนี้สะท้อนภาพเงาของตัวเขาเองอย่างชัดเจน ไม่มีคราบความเย็นชา ไม่มีมาดเจ้าระเบียบ มีเพียงความห่วงใยที่ดิบและลึกซึ้งจนน่าใจหาย
"เจ็บขนาดนี้ ทำไมยังชอบทำตัวเก่งนักล่ะครับ..." คินกระซิบแผ่วเบา ชิดริมฝีปากจนเกือบจะแนบชิดกับขมับชื้นเหงื่อของเรย์
เรย์นิ่งอึ้ง หัวใจเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนโดนยิงซะอีก สติที่เคยมีกระเจิดกระเจิงไปหมด คำพูดจาถางถางที่เคยเตรียมไว้หายเกลี้ยง ปลายนิ้วของคินที่กำลังเกลี่ยไล้เส้นผมที่ปรกลงมาบังหน้าผากให้เขาอย่างอ่อนโยน ยิ่งทำให้กำแพงในใจพังทลายลงทีละน้อย
"ก็... ถ้าไม่เก่ง ผมก็คงไม่ได้มานั่งให้เชฟปากจัดทำแผลให้แบบนี้หรอก" เรย์เค้นเสียงตอบเบาๆ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มจางๆ ทั้งที่ตาคู่สวยยังคงฉายแววไหวระริก
คินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เรย์แทบไม่เคยได้ยินมาก่อน มันทุ้ม นุ่ม และมีเสน่ห์จนอันตราย เชฟหนุ่มโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากหยักแทบจะสัมผัสกับแก้มเนียนของคนเจ็บ
"งั้นคราวหลัง... สัญญาได้ไหมครับว่าจะดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้" คินกระซิบเสียงพร่า
เรย์กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธตามนิสัยเดิม แต่ทว่า...
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงกระสุนปืนนัดสุดท้ายดังสนั่นก้องมาจากชั้นสองของเซฟเฮาส์ พร้อมกับร่างของลูกน้องธันวาคนหนึ่งที่พุ่งทะลุกระจกหน้าต่างตกลงมานอนแน่นิ่งที่พื้นเบื้องล่าง และก่อนที่ใครจะได้ตั้งตัว ประตูห้องครัวก็ถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยแรงมหาศาล!
เงาร่างสูงโปรดในชุดสูทสีดำสนิทก้าวพ้นควันจางๆ เข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก เรย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ก้าวเข้ามา
"เจอตัวสักทีนะ... เจ้าหนูนักสืบ" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ พร้อมกับลำกล้องปืนที่ยกขึ้นเล็งตรงมาที่กลางหน้าอกของเรย์โดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว!
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางระทึกขบวนนี้ไปด้วยกันนะครับ)*
เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวตึงกับเชฟปากจัด•ตอนที่ 13
แผลเป็นที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวตึงกับเชฟปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!