“ข้าเตือนท่านแล้วว่าอย่าได้แตะต้องกล่องไม้นั่น หากชีวิตของท่านยังสำคัญอยู่บ้าง”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งของหลี่จวินเหยา ดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดในตำหนักร้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นของหยากไย่และฝุ่นผง ซูเหม่ยหลินชะงักมือนิ่งสนิท ปลายนิ้วของนางห่างจากสลักกล่องไม้ลงรักสีดำเพียงไม่กี่ชุ่น ทว่าสายตาของนางยังคงจดจ้องไปยังตราประทับสีชาดที่ประทับอยู่บนม้วนกระดาษใต้นั้น
“หากชีวิตข้าสำคัญกว่าความจริงที่กำลังจะเปลี่ยนแผ่นดินนี้ ข้าคงไม่อาจยืนอยู่เคียงข้างฝ่าบาทได้จนถึงยามนี้หรอกเพคะ” นางตอบกลับโดยไม่หันไปมอง แววตาของนางไหววับด้วยความมุ่งมั่น มือบางเอื้อมลงไปหยิบม้วนกระดาษขึ้นมาคลี่ออกอย่างแผ่วเบา
ท่ามกลางแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านรอยร้าวของหน้าต่างไม้แกะสลัก ตัวอักษรลายมือตวัดพริ้วไหวบนกระดาษสาชั้นดีปรากฏแก่สายตา มันมิใช่เพียงบันทึกทั่วไป แต่คือรายการจัดซื้อเสบียงกรังและอาวุธสำหรับกองทัพที่ ‘ไม่มีตัวตน’ ซึ่งระบุรายชื่อตระกูลขุนนางใหญ่ที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี ทั้งยังประทับตราลับของกรมคลังที่ควรจะว่างเปล่ามานานนับปี
หลี่จวินเหยาก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจของเขาสัมผัสได้ถึงต้นคอซูเหม่ยหลิน เขาไม่ได้ขัดขวางอีกต่อไป แต่กลับโน้มตัวลงมาดูหลักฐานชิ้นสำคัญด้วย สายตาของฮ่องเต้หนุ่มหรี่ลง ความเย็นชาที่มักปกปิดภายใต้หน้ากากความอ่อนแอถูกลอกออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นรังสีอำมหิตที่พร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่ขวางทาง
“ตระกูลเว่ยช่างใจกล้านัก... พวกเขาคิดว่าการกินเลือดกินเนื้อราษฎรจะทำให้รากฐานของพวกเขาหยั่งรากลึกลงในแผ่นดินได้ลึกกว่าราชบัลลังก์งั้นหรือ” สุรเสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความโกรธแค้นที่ถูกกดทับไว้ “ดูนี่สิ เหม่ยหลิน บัญชีพวกนี้ระบุถึงเงินมหาศาลที่ถูกโยกย้ายผ่านเส้นทางเดินเรือลับ นั่นไม่ใช่แค่การโกงกินธรรมดา แต่มันคือการสะสมเสบียงเพื่อก่อการกบฏ”
ซูเหม่ยหลินรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัว นางรีบเก็บหลักฐานใส่ในอกเสื้ออย่างรวดเร็ว ในขณะที่สมองอันปราดเปรื่องของนางกำลังประมวลผลกลยุทธ์ “การเปิดโปงเพียงเท่านี้ยังไม่เพียงพอเพคะฝ่าบาท ตระกูลเว่ยเป็นขั้วอำนาจใหญ่ที่คุมกลไกการบริหาร หากเราเผยแพร่สิ่งนี้ออกไปโดยไม่มีทางถอย พวกเขาอาจตัดสินใจหักดิบและประกาศสงครามกลางเมืองทันที เราต้องทำให้พวกมันกัดกินกันเองก่อนที่จะถูกเราสังหาร”
หลี่จวินเหยาจ้องมองใบหน้านวลของนางผ่านความมืด สายตาที่เขามองนางนั้นซับซ้อนเกินกว่าจะนิยาม “เจ้าฉลาดจนน่ากลัว แต่ก็นั่นแหละ... คือเหตุผลที่ข้าไม่อาจขาดเจ้าไปได้”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังแว่วมาจากโถงทางเดินด้านนอก ตามด้วยเสียงกระซิบกระซาบที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดกลายเป็นความอันตรายถึงชีวิต
“ใครมา!” ซูเหม่ยหลินกระซิบ เสียงของนางแผ่วเบาแต่เฉียบขาด นางคว้าข้อมือของหลี่จวินเหยาแล้วดึงให้หลบเข้าหลังฉากกั้นไม้เก่าๆ ที่ถูกกองด้วยตำราโบราณ
ประตูตำหนักร้างถูกผลักออกอย่างรุนแรง แสงไฟจากคบเพลิงส่องสว่างวาบไปทั่วบริเวณ ขุนนางอาวุโสผู้หนึ่งที่มีใบหน้าคุ้นตาเดินนำกลุ่มชายชุดดำเข้ามาในตำหนัก เขากวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความระแวดระวัง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้นางถึงกับสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง
“ตรวจสอบให้ดี อย่าให้เหลือแม้แต่เศษกระดาษ... ท่านเว่ยกำชับมาว่า ‘นกน้อย’ ตัวที่บังอาจบินเข้ามาในเขตหวงห้ามคืนนี้ จะต้องถูกถอนขนให้ราบคาบก่อนรุ่งสาง”
หลี่จวินเหยาบีบมือซูเหม่ยหลินแน่นขึ้นอีกนิด นางสัมผัสได้ถึงความนิ่งสงบผิดปกติของเขา ในขณะที่ขุนนางผู้นั้นเดินตรงเข้ามาใกล้จุดที่ทั้งสองคนซ่อนตัวอยู่ มือของเขากำดาบที่คาดเอวไว้แน่น เตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในทุกฝีก้าว
จังหวะที่ขุนนางผู้นั้นกำลังจะเอื้อมมือมาผลักฉากกั้นไม้ หลี่จวินเหยาก็ขยับกายเตรียมจะพุ่งออกไป แต่ทว่า... ทันใดนั้นเอง เสียงนกหวีดประหลาดดังขึ้นจากเบื้องบนหลังคา พร้อมกับเงาร่างของบุรุษลึกลับในชุดสีเทาที่พุ่งลงมาขวางหน้ากลุ่มขุนนางคนนั้นไว้
“ข้าไม่คิดว่าท่านเว่ยจะส่งสุนัขรับใช้มาเดินเพ่นพ่านในที่ที่ฝ่าบาทกำลัง 'พักผ่อน' อยู่เช่นนี้” เสียงทุ้มต่ำของชายชุดเทาดังขึ้น พร้อมกับการเผยโฉมหน้าที่ทำให้ซูเหม่ยหลินถึงกับเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ บุรุษผู้นั้นคือแม่ทัพใหญ่ผู้ที่ควรจะประจำการอยู่ชายแดน และเป็นพี่ชายแท้ๆ ของนางเองที่นางคิดว่าตายไปในสนามรบเมื่อสามปีก่อน!
หลี่จวินเหยาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะแสยะยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดเท่าที่ซูเหม่ยหลินเคยเห็น “ดูเหมือนว่าเรื่องราวในค่ำคืนนี้ จะไม่ได้มีเพียงความลับเรื่องการโกงกินเสียแล้ว... เหม่ยหลิน ดูเหมือนว่าครอบครัวที่เจ้าเกลียดชัง อาจจะมีบทบาทมากกว่าที่เจ้าคิดนะ”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงติดตามม่านหมอกแห่งความลวงนี้ไปพร้อมกับข้า หลิวเยี่ยนซี หวังว่าเราจะมาเผชิญความจริงอันโหดร้ายนี้ด้วยกันในตอนถัดไปนะคะ
ม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬ•ตอนที่ 9
ความลับใต้ตำหนักร้าง
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!