ม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬ•ตอนที่ 8

รอยร้าวในกลุ่มขุนนาง

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นกำยานหอมกรุ่นปนคาวสนิมจางๆ อบอวลอยู่ในห้องทรงพระอักษรที่เงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นจังหวะเดียวกับหยดน้ำตาเทียนที่ไหลริน หลี่จวินเหยาจ้องมองหีบไม้สลักลายโลหิตนั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ทว่าภายในแววตากลับซ่อนพายุอารมณ์ที่รอวันปะทุ "เปิดมันเถิดเพคะ ฝ่าบาท" ซูเหม่ยหลินกระซิบ น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้ขุนนางเฒ่าที่ยืนอยู่เบื้องหลังถึงกับตัวสั่นเทา ขันทีผู้นั้นน้อมตัวลงต่ำก่อนจะค่อยๆ แง้มฝาหีบ เสียงไม้เสียดสีกันดังบาดหูคล้ายเสียงกรีดร้องที่ถูกกักขัง ทันทีที่ฝาเปิดออก กลิ่นอายมรณะก็แผ่ซ่านออกมา มันไม่ใช่ของมีค่า แต่เป็นรายชื่อขุนนางที่รับสินบนจากแม่ทัพตระกูลเว่ย พร้อมด้วยตราประทับลับที่ปลอมแปลงขึ้นมาเพื่อใช้เบิกคลังหลวง "เจ้ากล้าดีอย่างไร..." ฮ่องเต้หนุ่มแค่นเสียงลอดไรฟัน พระหัตถ์กำด้ามกระบี่จนข้อนิ้วขาวซีด "ขุนนางที่ข้าไว้วางใจที่สุด กลับเป็นงูพิษที่รอจังหวะฉกกัดในยามที่ข้าเผลอ" ซูเหม่ยหลินก้าวไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าว สายตาของนางไม่ได้จับจ้องที่หีบ แต่จับจ้องไปที่ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่ยืนอยู่มุมห้อง—ใต้เท้าจาง ผู้ซึ่งเป็นหัวหอกสำคัญของกลุ่มขุนนางอำนาจนิยม "ฝ่าบาทเพคะ คนเรามักจะกลัวสิ่งที่มองไม่เห็นมากกว่าสิ่งที่ถือมีดรออยู่ตรงหน้า การที่หีบใบนี้มาถึงมือพระองค์ได้ มิใช่เพราะโชคชะตา แต่มันคือคำประกาศสงครามของ 'มิตร' ที่กำลังจะกลายเป็น 'ศัตรู' ของพวกเขาเองต่างหาก" นางหันไปทางใต้เท้าจางที่เริ่มมีเหงื่อซึมตามไรผม "ใต้เท้าจาง ท่านคิดว่าหากวันนี้พระองค์ทรงทราบว่ารายชื่อนี้คือใคร จะมีใครในที่นี้เหลือรอดไปถึงวันพรุ่งนี้บ้าง? โดยเฉพาะคนที่เพิ่งจะตกลงแบ่งผลประโยชน์กันไม่ลงตัวเมื่อคืนวาน" คำพูดของซูเหม่ยหลินเหมือนลูกธนูที่ปักเข้ากลางใจใต้เท้าจาง เขาเบิกตากว้าง ความระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นในแววตา เขารู้ดีว่าหากหีบนี้ถูกเปิดเผยต่อหน้าขุนนางทุกคน คนที่จะถูกสังเวยเป็นรายแรกเพื่อปิดปากคือเขา "เจ้าพูดพล่ามอะไร! อย่าได้คิดยุยง!" ใต้เท้าจางตะคอก ทว่าเสียงนั้นสั่นเครือเกินกว่าจะข่มขวัญใครได้ "ยุยงหรือ?" ซูเหม่ยหลินยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่งดงามทว่าเย็นเยียบถึงกระดูก "ในหีบนี้มีบันทึกการส่งมอบทองคำสามหีบให้แก่จวนสกุลจาง แต่น่าแปลกนะเพคะ... ข้ากลับจำได้ว่าคืนนั้นใต้เท้าเว่ยส่งทองไปให้ใต้เท้าหลี่ถึงห้าหีบ มิใช่หรือ? แล้วทองอีกสองหีบที่หายไป... ไปตกอยู่ในกระเป๋าของผู้ใดกันหนอ?" ความเงียบเข้าปกคลุมทันที หลี่จวินเหยาเหลือบมองซูเหม่ยหลินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม แผนการของนางไม่ใช่การลากคอคนเหล่านี้ไปประหาร แต่เป็นการโยนเนื้อชิ้นโตลงไปกลางฝูงสุนัขที่หิวโหย เพื่อให้พวกมันฉีกทึ้งกันเอง "เจ้า... เจ้าใส่ร้ายข้า!" ใต้เท้าจางหน้าถอดสี รีบหันไปมองขุนนางคนอื่นๆ ที่เริ่มถอยห่างจากเขาด้วยสายตาเคลือบแคลง "ข้าไม่เกี่ยว! พวกมันต่างหากที่โกงกิน!" "ข้าเห็นกับตาว่าท่านเป็นคนถือบัญชีนั้น!" ขุนนางอีกคนสวนกลับทันควัน ความหวาดกลัวต่อการถูกหักหลังทำให้ความจงรักภักดีจอมปลอมมลายหายไปในพริบตา ซูเหม่ยหลินขยับกายเข้าไปใกล้ฮ่องเต้ กระซิบแผ่วเบาที่ข้างพระกรรณ "ฝ่าบาทเพคะ ตอนนี้พวกเขาไม่ใช่ศัตรูของพระองค์แล้ว แต่เป็นศัตรูของกันและกัน... จงใช้ความระแวงนี้เป็นดาบสังหารพวกเขาเสีย" หลี่จวินเหยารับสั่งด้วยน้ำเสียงกังวานเย็นชา "ในเมื่อพวกท่านรักกันปานจะกลืนกินเช่นนี้ ข้าก็จะขอให้พวกท่านช่วยกัน 'ตรวจสอบ' บัญชีรายชื่อเหล่านี้ให้ข้าด้วยตัวเอง หากใครหาความจริงของทองที่หายไปได้ ข้าจะละเว้นโทษให้หนึ่งขั้น... แต่หากใครพิสูจน์ได้ว่าเพื่อนร่วมงานคนไหนโกงกินข้า ข้าจะยกทรัพย์สินทั้งหมดของคนผู้นั้นให้แก่ผู้ที่นำความจริงมาบอก" เหล่าขุนนางหน้าถอดสี การเดิมพันด้วยอำนาจและทรัพย์สินท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้นทำให้ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวที่เคยมีแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียด ขุนนางแต่ละคนต่างจ้องมองกันเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ซูเหม่ยหลินถอยหลังกลับมายืนในที่ของนาง สายตาของนางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับกำลังรอคอยบางอย่าง ทันใดนั้น เงาร่างของบุรุษชุดดำในชุดขุนนางชั้นผู้น้อยก็ปรากฏตัวขึ้นที่มุมมืดของห้อง เขาไม่ได้ทำความเคารพฮ่องเต้ แต่กลับก้าวตรงมาทางซูเหม่ยหลินพร้อมกับม้วนกระดาษเก่าคร่ำคร่า เขาหยุดอยู่ตรงหน้าซูเหม่ยหลิน แล้วกระซิบเพียงสั้นๆ "นางกลับมาแล้ว... คนที่ท่านรอคอย... กำลังก้าวเท้าเข้าสู่พระราชวังในนาทีนี้" ซูเหม่ยหลินชะงัก รอยยิ้มที่มั่นคงบนใบหน้าของนางสั่นคลอนไปชั่วขณะ นางหันไปมองฮ่องเต้ที่กำลังจดจ้องกับเอกสารตรงหน้า ก่อนจะหันกลับมาหาบุรุษชุดดำด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "นางรู้ตัวแล้วหรือ?" ซูเหม่ยหลินถาม เสียงของนางสั่นพร่าเล็กน้อย บุรุษผู้นั้นยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะวางม้วนกระดาษลงบนมือของนาง "ไม่ใช่แค่นางรู้... แต่เขาก็มาด้วย" เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทเหล็กกระทบพื้นหินดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ประตูห้องทรงพระอักษรถูกผลักออกด้วยแรงมหาศาลจนแทบหลุดจากบานพับ พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษผู้ที่มีอิทธิพลที่สุดในกองทัพ ซึ่งทุกคนต่างเชื่อว่าเขายังคงติดศึกอยู่ที่ชายแดนตะวันตก! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันไปกับข้า หลิวเยี่ยนซี หวังว่าท่านจะยังคงเคียงข้างข้าในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%