ม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬ•ตอนที่ 15

จุดเปลี่ยนของโชคชะตา

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"เจ้ากล้าเอาหัวของคนตระกูลขุนนางระดับสูงมาวางบนโต๊ะเสวยของข้า เช่นนั้นเจ้าก็ต้องรู้วิธีจัดการกับกองเลือดที่กำลังจะนองเต็มพื้นพระที่นั่งแห่งนี้ด้วย" หลี่จวินเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังปรึกษาเรื่องรสชาติของน้ำชามากกว่าการพูดถึงศีรษะที่ไร้ร่างของขุนนางฝ่ายอำนาจเก่าที่เพิ่งถูกปลิดชีพเมื่อครู่ ดวงตาคมกริบดุจหมาป่าจำศีลของเขาจ้องมองผ่านควันฉุยของถ้วยชาไปยังหญิงสาวตรงหน้า ซูเหม่ยหลินไม่ได้สะทกสะท้าน นางวางม้วนแผนที่ยุทธศาสตร์ลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอม ทับลงบนจดหมายลับที่นางเพิ่งขโมยมาจากห้องทรงงานของแม่ทัพใหญ่ผู้ทรยศ นิ้วเรียวยาวของนางแตะลงบนจุดยุทธศาสตร์ ‘ด่านหุบเขาเมฆา’ อย่างแผ่วเบา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาฮ่องเต้หนุ่มด้วยแววตาที่เยือกเย็นไม่แพ้กัน "หม่อมฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อเก็บกวาดคราบเลือดเพคะ ฝ่าบาท" ซูเหม่ยหลินกล่าวเสียงราบเรียบ "หม่อมฉันมาที่นี่เพื่อนำ ‘กุญแจ’ ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าแผ่นดินมามอบให้ หากพระองค์ต้องการอำนาจที่แท้จริงคืน มิใช่เพียงเศษเสี้ยวของบัลลังก์ที่ถูกล้อมด้วยหนอนแมลง พระองค์ต้องทรงเลิกเล่นบทฮ่องเต้อ่อนแอเสียที" หลี่จวินเหยาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่ดูอันตรายปรากฏขึ้น เขาขยับตัวเข้าใกล้จนกลิ่นหอมจางๆ จากเสื้อคลุมมังกรของเขาอบอวลอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของนาง "เจ้าช่างกล้าหาญนัก ซูเหม่ยหลิน... เจ้าไม่กลัวหรือว่าเมื่อข้าได้อำนาจคืนมา คนแรกที่ข้าจะกำจัดทิ้งเพื่อปิดปากความลับนี้ คือเจ้า?" "ความตายเป็นเพียงสิ่งที่ข้าพบเห็นมาตลอดตั้งแต่วันที่ตระกูลซูของข้าถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏเพคะ" นางโน้มตัวเข้าไปจนลมหายใจของทั้งคู่รดรินกัน สายตาของนางไม่ได้หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย "และสำหรับหม่อมฉัน... ความตายที่ไม่มีค่าคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด แต่ความตายที่แลกมาด้วยการดับสูญของตระกูลที่ทรยศข้า นั่นคือสิ่งที่หม่อมฉันถวิลหา" บรรยากาศในห้องทรงงานเงียบสงัดลงทันที เสียงหยดน้ำจากนาฬิกาทรายกระทบฐานรองเป็นจังหวะเนิบนาบแต่กดดัน หลี่จวินเหยาไม่ได้โต้ตอบทันที เขาเพียงมองลึกลงไปในนัยน์ตาของหญิงสาวที่ดูไร้ที่ติราวกับแก้วที่เจียระไนมาอย่างดี แต่กลับมีคมมีดซ่อนอยู่ภายใน เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะหยิบจดหมายลับนั้นขึ้นมาอ่านด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากความเฉยเมยเป็นความเย็นเยียบที่แผ่ซ่าน "เจ้าไปได้ข้อมูลนี้มาจากไหน... ในเมื่อแม้แต่หน่วยลับของข้ายังคว้าน้ำเหลวมาตลอดสามปี?" "ความลับมักซ่อนอยู่ในที่ที่สว่างที่สุดเพคะ" นางกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ "ขุนนางที่จงรักภักดีต่อฝ่าบาทที่สุดในยามนี้ คือผู้ที่ทรยศพระองค์มากที่สุดในยามลับหลัง หากพระองค์อยากกู้แผ่นดินคืน ขั้นแรกไม่ใช่การสู้รบกับศัตรูภายนอก แต่คือการถอนรากถอนโคนต้นไม้ใหญ่ที่ผุพังจากภายในวังหลวงแห่งนี้ก่อน" ซูเหม่ยหลินเอื้อมมือไปหยิบพู่กัน ลากเส้นสีชาดผ่านแผนที่ยุทธศาสตร์เป็นเส้นทางที่ซับซ้อนและคาดไม่ถึง นี่คือแผนการที่นางใช้เวลาวางหมากมานานนับปี การเตรียมพร้อมสำหรับการยึดคืนอำนาจในครั้งนี้ไม่ได้ใช้เพียงกำลังทหาร แต่ใช้ความกระหายของขุนนางแต่ละฝ่ายเป็นเหยื่อล่อ ให้นางและหลี่จวินเหยาชักใยอยู่เบื้องหลังม่านหมอก "เจ้าต้องการให้ข้าแต่งตั้งแม่ทัพไร้นามอย่าง 'จางอี้' เป็นผู้คุมด่านหุบเขาเมฆา?" หลี่จวินเหยาขมวดคิ้ว "เขามีประวัติที่ไม่ชัดเจน หากเขาทรยศ ข้าจะไม่มีทางเลือกเหลือเลยนะเหม่ยหลิน" "เขาจะไม่ทรยศ เพราะเขามีสิ่งที่รักที่สุดอยู่ในกำมือของหม่อมฉันเพคะ" นางตอบสั้นๆ แต่ทิ้งน้ำหนักไว้ในทุกคำพูด ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังวางกลยุทธ์ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของขันทีคนสนิทที่หน้าห้องก็ดังขัดจังหวะขึ้นอย่างไม่ได้รับอนุญาต "ฝ่าบาท! ด่วนเพคะ! มีประกาศราชโองการปลอมจากฝั่งฮองเฮา สั่งให้ทหารรักษาพระองค์บุกเข้าตรวจสอบตำหนักในยามวิกาล... พวกเขาอ้างว่าพบเห็นชายแปลกปลอมในห้องทรงงานของพระองค์แล้วเพคะ!" หลี่จวินเหยาขยับตัวลุกขึ้นยืนในทันที ดวงตาของเขาฉายแววสังหารดุดัน เขาหันมามองซูเหม่ยหลินที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง ท่ามกลางสถานการณ์ที่วิกฤตถึงขีดสุด หญิงสาวกลับหยิบหน้ากากผ้าไหมสีดำขึ้นมาสวมปิดบังใบหน้าครึ่งล่างไว้ ก่อนจะหมุนตัวไปทางช่องลับหลังชั้นหนังสือ "อย่าเพิ่งตกใจไปเพคะ ฝ่าบาท" นางหันกลับมากล่าวด้วยแววตาเป็นประกายคมกริบ "นี่คือจุดเริ่มต้นของการกวาดล้างที่พระองค์รอคอยต่างหาก... ให้พวกเขาเข้ามา แล้วเราจะแสดงให้ดูว่า 'กับดัก' ที่แท้จริงนั้น หน้าตาเป็นอย่างไร" ทว่า ก่อนที่นางจะก้าวลับเข้าไปในความมืด ประตูด้านหน้าห้องทรงงานก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดเกราะสีนิลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะกล้ากลับมาเหยียบเมืองหลวงในเวลานี้... แม่ทัพซูหยาง บิดาผู้ทอดทิ้งนางในอดีต! "ฝ่าบาท ดูเหมือนพระองค์จะมีความลับที่น่าสนใจซ่อนอยู่จริงๆ เสียด้วย" เสียงทุ้มต่ำของชายที่ซูเหม่ยหลินเกลียดชังที่สุดในชีวิตดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับคมดาบที่ชักออกจากฝักในมือของเขา หลี่จวินเหยาสบตากับซูเหม่ยหลินในเสี้ยววินาทีนั้น ก่อนที่เขาจะแสร้งทำเป็นถอยหลังกรูดด้วยท่าทีตื่นตระหนกเสมือนฮ่องเต้ที่ไร้ทางสู้ เพื่อรอจังหวะสุดท้ายที่นางจะลงมือ ความหวังที่จะกู้แผ่นดินเริ่มสั่นคลอน หรือนี่จะเป็นการปิดฉากชีวิตของนางก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มขึ้นกันแน่? ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกไปกับหลิวเยี่ยนซีในตอนนี้ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%