ม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬ•ตอนที่ 14

การทูตในเงามืด

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"ตราประทับนี้... เจ้าได้มันมาจากที่ใด" น้ำเสียงของซูเหม่ยหลินราบเรียบ ทว่าสั่นสะท้านอยู่ในทรวงอก แผ่นหนังเก่าคร่ำคร่าที่มีรอยไหม้เกรียมเป็นรูปดอกเบญจมาศกลีบซ้อนยังคงอยู่ในมือของนาง มันไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ของตระกูลซูที่ล่มสลาย แต่มันคือตราประทับของ 'หน่วยเงาพิฆาต' ที่ควรจะหายไปพร้อมกับบิดาของนางเมื่อสิบปีก่อน เบื้องหน้าของนางในห้องลับใต้หอสมุดหลวง มิใช่เหล่านักฆ่าที่โง่เขลา แต่คือ 'ทูตพิเศษ' จากแคว้นเป่ยหลันที่อ้างตัวว่ามาเพื่อเจรจาสงบศึก บุรุษร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเทาเข้ม ผู้มีดวงตาเรียวรีดุจเหยี่ยวขยับยิ้มที่มุมปาก เขาไม่ตอบคำถามนั้นทันที แต่กลับหยิบจอกสุราขึ้นมาหมุนวนอย่างเชื่องช้า ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมเสียงดัง 'กริ๊ก' "ใต้เท้าซู... คำถามของท่านเปรียบเสมือนดาบสองคม หากข้าตอบไป ท่านอาจจะไม่ได้เดินออกจากห้องนี้โดยที่ยังมีลมหายใจอยู่" ทูตจากแดนไกลเอ่ยด้วยสำเนียงแปร่งหูเล็กน้อย แววตาของเขาซ่อนเร้นความอำมหิตที่ซูเหม่ยหลินคุ้นเคยดี มันคือแววตาของคนที่ผ่านการเข่นฆ่ามานับพัน ซูเหม่ยหลินกวาดสายตามองคนรอบข้างที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้น ความกดดันในห้องนี้หนักอึ้งราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น นางรู้ดีว่าหากก้าวพลาดเพียงนิดเดียว ความลับเรื่องที่นางเป็นคนของอดีตขุนนางกบฏจะถูกเปิดโปง และนั่นหมายถึงจุดจบของนางและฮ่องเต้หลี่จวินเหยา "เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวหรือ?" หญิงสาวแค่นยิ้ม มือที่ถือตราประทับกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "ตระกูลซูไม่เคยมีคนขลาดเขลา หากเจ้ากล้าเอาตราประทับนี้มาล่อหลอกข้า เจ้าก็ย่อมรู้ดีว่าข้ามีอำนาจพอที่จะเปลี่ยน 'ข้อเสนอ' ของพวกเจ้าให้กลายเป็น 'ความตาย' ของทูตทั้งคณะ" "โอ้... คำพูดของใต้เท้าช่างคมคายยิ่งนัก" ทูตผู้นั้นโน้มตัวลงมาใกล้ กลิ่นอายของสมุนไพรแห้งโชยออกมาจากตัวเขา "แต่จงจำไว้เถิด ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อสงบศึกกับฮ่องเต้ที่ไร้อำนาจคนนั้น ข้ามาที่นี่เพื่อ 'ทวงคืน' สิ่งที่ควรจะเป็นของท่าน... บัลลังก์ทมิฬที่พวกมันปล้นไปจากมือของบิดาท่านอย่างไรล่ะ" คำว่า 'บัลลังก์ทมิฬ' ก้องสะท้อนอยู่ในหัวของซูเหม่ยหลิน ประโยคนี้เปรียบเสมือนกับดักที่หลี่จวินเหยาเคยเตือนนางไว้ในจดหมายลับฉบับเมื่อวาน ว่าจะมีพวกฉวยโอกาสยื่นข้อเสนอที่หอมหวานดั่งน้ำผึ้งอาบยาพิษมาให้ ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของมหาดเล็กดังขึ้นที่หน้าประตูห้องลับ ซูเหม่ยหลินรีบขยับตัวบังแผ่นหนังนั้นไว้ใต้แขนเสื้ออย่างรวดเร็ว สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยดุจผิวน้ำที่สงบนิ่ง "สถานการณ์ตึงเครียดนัก ข้าจะพิจารณาข้อเสนอของพวกเจ้า แต่มีเงื่อนไขหนึ่ง... จงมอบรายชื่อสายลับที่แฝงตัวอยู่ในวังหลวงให้ข้าเสียก่อน" ซูเหม่ยหลินยื่นคำขาด น้ำเสียงของนางเยือกเย็นจนคนฟังต้องชะงัก ทูตแดนไกลหัวเราะร่วน ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "ได้... ข้าจะให้รายชื่อนั้นแก่ท่าน แลกกับหนึ่งหัวใจสำคัญของฮ่องเต้ผู้มีเมตตาคนนั้น... ท่านจะกล้าแลกหรือไม่?" ทูตผู้นั้นก้าวถอยหลังพลางผายมือไปทางประตู ในจังหวะที่ประตูห้องลับเปิดออก ร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งในชุดฉลองพระองค์สีดำสนิทก้าวเข้ามาด้วยแววตาที่เยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก เขาคือหลี่จวินเหยา ฮ่องเต้หนุ่มไม่แม้แต่จะเหลือบมองทูตต่างเมือง สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ซูเหม่ยหลินเพียงผู้เดียว ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้องจนแทบไม่ได้ยินเสียงลมหายใจ "เหม่ยหลิน... เจ้ากำลังทำอะไรกับ 'ขยะ' พวกนี้อยู่หรือ?" น้ำเสียงของหลี่จวินเหยาสุขุม ทว่าแฝงไปด้วยความกดดันมหาศาล เขาเดินเข้ามาหยุดข้างกายหญิงสาว มือหนาคว้าข้อมือของนางไว้แน่น ราวกับจะเตือนสติ แต่ในวินาทีนั้น ทูตต่างเมืองกลับแสร้งหัวเราะร่า "ฝ่าบาท... ดูเหมือนความลับของ 'องค์หญิงแห่งตระกูลกบฏ' จะถูกเปิดเผยเสียแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ ไม่ทราบว่าหากคนทั้งวังรู้ว่าฮ่องเต้กำลังซ่อนตัวนางผู้นี้ไว้ บัลลังก์ของท่านจะสั่นคลอนเพียงใด?" ทูตผู้นั้นล้วงจดหมายอีกฉบับออกมาจากอกเสื้อ จดหมายที่มีตราลัญจกรของ 'ไทเฮา' ประทับอยู่อย่างชัดเจน! ซูเหม่ยหลินเบิกตากว้าง จดหมายฉบับนั้นคือสิ่งที่นางตามหามาตลอด มันคือหลักฐานการสมคบคิดระหว่างไทเฮากับต่างเมืองในการล้มล้างหลี่จวินเหยา แต่เหตุใดมันถึงมาอยู่ในมือของทูตผู้นี้ได้? และที่เลวร้ายไปกว่านั้น... ในจดหมายฉบับนั้นมีชื่อของ 'หลี่จวินเหยา' เขียนกำกับไว้ในฐานะ 'ผู้สมรู้ร่วมคิดคนถัดไป' หลี่จวินเหยาชะงักไปชั่วครู่ แววตาของเขาที่เคยราบเรียบกลับฉายแวววูบไหวเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่น่าสะพรึงกลัว เขาปรายตามองจดหมายในมือทูต แล้วกระซิบข้างหูซูเหม่ยหลินด้วยน้ำเสียงที่ทำให้นางต้องหยุดหายใจ "หลุมพรางนี้ถูกขุดไว้เพื่อเราทั้งคู่... เจ้าจะเลือกทางไหน ระหว่างทิ้งข้าไว้ตรงนี้ หรือยอมเผยความจริงทั้งหมดว่าเจ้าคือ 'จารชน' ที่ข้าส่งไปเพื่อทำลายตระกูลของตัวเอง?" ท่ามกลางความสับสนที่รุมเร้า ซูเหม่ยหลินได้แต่กัดริมฝีปากจนห่อเลือด นางเข้าใจแล้วว่านี่มิใช่แค่การเจรจาทูต แต่มันคือเกมที่นางและฮ่องเต้ต้องเล่นเพื่อล่อให้งูพิษออกมาจากรู แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้... งูพิษตัวที่น่ากลัวที่สุดกลับอยู่ใกล้ตัวนางมากกว่าที่คิด ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกไปกับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%