ม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬ•ตอนที่ 13

วิกฤตชายแดน

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศกับท่าน หลี่จวินเหยา... วางกระบี่ลงเสียเถิด ก่อนที่เลือดของท่านจะแปดเปื้อนพื้นเรือนที่ท่านอุตส่าห์สร้างมาด้วยความยากลำบาก" เสียงทุ้มต่ำของเสนาบดีใหญ่ก้องกังวานท่ามกลางความมืดมิด เสียงเหล็กกระทบกันดังเคร้งเมื่อทหารหลวงขยับอาวุธเข้ามาใกล้มากขึ้น ซูเหม่ยหลินยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังบานหน้าต่างไม้แกะสลัก ดวงตาของนางจับจ้องไปที่หลี่จวินเหยา เขาไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มุมปากของฮ่องเต้หนุ่มกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเฉียบที่ดูเยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัว "เสนาบดีซ่ง ท่านกล้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ" หลี่จวินเหยาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก "การล้อมจับองค์จักรพรรดิโดยไม่มีพระราชโองการ มีโทษสถานใด ท่านคงรู้ดีกว่าใครในแผ่นดิน" "พระราชโองการหรือ?" ชายชราหัวเราะร่า รอยย่นบนใบหน้าขยับตามจังหวะความสะใจ "ในเมื่อข่าวจากชายแดนเหนือมาถึงเมืองหลวงแล้วว่าแคว้นตงหยางพ่ายศึกยับเยิน เสบียงถูกตัดขาด กองทัพของท่านกลายเป็นเพียงซากศพที่รอวันฝัง ฮ่องเต้ที่ไร้กองทัพ... ยังมีค่าให้ข้าต้องกราบไหว้ด้วยกระดาษแผ่นเดียวอยู่อีกหรือ?" ซูเหม่ยหลินแทบหยุดหายใจ หัวใจของนางเต้นรัวเหมือนกลองรบ ข่าวศึกชายแดนนี้เป็นไปไม่ได้ กองทัพของหลี่จวินเหยาไม่ได้อ่อนแอเพียงนั้น นางมองเห็นหลี่จวินเหยาขยับนิ้วมือเป็นสัญญาณลับที่เคยตกลงกันไว้ เขาไม่ได้วางแผนจะต่อสู้ด้วยกำลัง แต่นางเห็นแววตาที่เขาส่งมา—มันคือสัญญาณให้ 'เล่นละคร' นางรีบก้าวออกมาจากเงามืด แสร้งทำเป็นสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว "เสนาบดีซ่ง! ท่านอย่าได้ถือโทษองค์เหนือหัวเลยเจ้าค่ะ บ้านเมืองกำลังปั่นป่วน ท่านเองก็คงตกใจกับข่าวศึก จนขาดความยั้งคิดไปบ้างใช่หรือไม่เจ้าคะ?" เสนาบดีซ่งหันมามองนาง สายตาเยาะเย้ยเหยียดหยาม "เจ้ามันก็แค่หญิงนางหนึ่ง ซูเหม่ยหลิน อย่าได้สะเออะเข้ามาแทรกเรื่องของบุรุษ หากเจ้าไม่อยากให้หัวหลุดจากบ่า" หลี่จวินเหยาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาค่อยๆ เดินผ่านคมดาบที่จ่อคอหอยราวกับกำลังเดินชมสวน "ท่านเสนาบดี ท่านบอกว่ากองทัพของข้าพ่ายศึกงั้นรึ? ช่างเป็นข่าวที่น่าสนใจนัก... ข้าเองก็อยากจะรู้นักว่า คนที่นำข่าวนี้มาบอกท่าน มีจุดประสงค์อันใดกันแน่" บรรยากาศในเรือนเงียบงันลงทันที ลมหนาวพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างจนเทียนที่จุดไว้ดับพรึ่บลงเหลือเพียงแสงคบเพลิงจากภายนอกที่สาดส่องเข้ามาเป็นเงาทอดยาว บรรดาเหล่าทหารหลวงเริ่มหันมองหน้ากันเองด้วยความฉงน นี่คือจังหวะที่ซูเหม่ยหลินรอคอย นางรีบหยิบถุงผ้าที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อออกมาแล้วโยนลงบนโต๊ะกลางห้อง เสียงของโลหะที่กระทบกันดึงดูดสายตาทุกคน "นี่คือตราพยัคฆ์ที่ได้รับมาจากด่านหน้าเมื่อยามซวี" หญิงสาวกล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยอำนาจที่นางพยายามจำลองขึ้น "เสนาบดีซ่ง หากท่านยืนยันว่ากองทัพพ่ายแพ้ แล้วตรานี้ที่สลักรอยเลือดของแม่ทัพใหญ่แห่งตงหยางมาหยกๆ นี่คืออะไรหรือเจ้าคะ? หรือว่าท่านเอง... ที่เป็นคนส่งคนไปปิดล้อมเส้นทางลำเลียงเสบียงเสียเอง?" คำกล่าวหาของนางเหมือนฟ้าผ่ากลางที่ประชุมลับ เสนาบดีซ่งหน้าถอดสี "เหลวไหล! เจ้ากำลังใส่ร้ายข้า!" "ข้าใส่ร้ายหรือ?" หลี่จวินเหยาขยับตัวเข้าประชิดเสนาบดีซ่งในชั่วพริบตา ความกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวของฮ่องเต้หนุ่มจนทหารหลวงที่ขนาบข้างอยู่ถึงกับชะงัก "ข้าไม่ได้ไร้อำนาจอย่างที่ท่านคิดเสนาบดีซ่ง ข้าเพียงแต่รอให้สุนัขที่จงรักภักดีแต่เปลือกนอก... เผยหางที่แท้จริงออกมาเองต่างหาก" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองทัพม้าก็นำความวุ่นวายมาสู่หน้าบ้าน เสียงตะโกนร้องว่า 'ล้อมไว้! อย่าให้ใครหนีรอดไปได้' ดังระงมขึ้น ความเป็นผู้ชนะของเสนาบดีซ่งมลายหายไปในชั่วพริบตา เขาหันไปรอบๆ ด้วยความตื่นตระหนก ทหารหลวงที่เคยอยู่ข้างเขากลับหันปลายดาบกลับมาจ่อที่คอของตนเอง หลี่จวินเหยาหันมาสบตาซูเหม่ยหลิน แววตาของเขาไม่ได้มีความอ่อนโยนดั่งที่เคยมี แต่มันคือแววตาของนักล่าที่เพิ่งได้เหยื่อชิ้นใหญ่ "เสนาบดีซ่ง ท่านรู้ไหมว่าทำไมข่าวถึงแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงว่าข้าพ่ายศึก?" เสนาบดีซ่งกัดฟันแน่น "เพราะข้า... ข้าต้องการให้ประชาชนก่อจลาจล!" "ผิดแล้ว" หลี่จวินเหยากระซิบข้างหูชายชรา "เพราะข้าเป็นคนส่งข่าวนั้นออกไปเอง... เพื่อล่อให้เจ้าก้าวออกมาจากถ้ำที่มืดมิดอย่างไรเล่า" ความจริงที่เปิดเผยทำให้ซูเหม่ยหลินแทบทรุดเข่า นางเพิ่งตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา นางไม่ได้กำลังช่วยฮ่องเต้ที่อ่อนแอ แต่กำลังเต้นรำอยู่บนฝ่ามือของปีศาจที่เล่นเกมการเมืองได้เลือดเย็นยิ่งกว่าผู้ใด แต่ทว่า... ก่อนที่เสนาบดีซ่งจะทันได้เอ่ยคำแก้ต่าง เสียงธนูแหวกอากาศก็ดังขึ้นจากเงามืดภายนอก ปักฉึกลงที่กลางอกของเสนาบดีซ่งจนเขาล้มลงไปกองกับพื้นทันที ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางความตื่นตระหนก หลี่จวินเหยากระชากแขนซูเหม่ยหลินให้หมอบลงกับพื้น พร้อมกับดึงกระบี่ที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะออกมาในจังหวะเดียวกับที่หน้าต่างบานหนึ่งถูกพังเข้ามาโดยนักฆ่าชุดดำนับสิบ "หมินหลิน! เจ้าห้ามห่างจากข้าเด็ดขาด" เขาตะโกนสั่ง เสียงของเขาสั่นเครือผิดกับเมื่อครู่ "คนพวกนี้ไม่ใช่ทหารหลวง... แต่นี่คือฝีมือของ 'สมาคมเงามืด' ที่เจ้าเคยเตือนข้าไว้!" ซูเหม่ยหลินเบิกตากว้างเมื่อเห็นตราประทับบนอกของนักฆ่าคนหนึ่ง มันคือตราเดียวกับที่นางเคยเห็นในจดหมายลับของบิดาตนเอง... จดหมายที่ควรจะถูกทำลายไปนานแล้วตั้งแต่ตระกูลของนางล่มสลาย ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งเล่ห์กลไปกับหลี่จวินเหยาและซูเหม่ยหลินในบทนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%