ม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬ•ตอนที่ 5

คืนลอบสังหาร

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
“ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท... หากพระองค์ยังทรงลังเลอยู่เช่นนี้ เลือดของข้าพเจ้าคงได้ย้อมพรมผืนงามนี้จนเปียกชุ่มแน่” ซูเหม่ยหลินกระซิบเสียงลอดไรฟัน ร่างเพรียวบางของนางขดตัวอยู่หลังฉากกั้นไม้แกะสลักลวดลายมังกรพ่นไฟ มือที่สั่นระริกกำกริชสั้นไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เลือดสีแดงฉานไหลซึมจากบาดแผลที่หัวไหล่ขวาลงสู่พื้นหินอ่อนเป็นทางยาว ท่ามกลางความเงียบงันของตำหนักลับในคืนพระจันทร์เต็มดวง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มนักฆ่าชุดดำที่รุกคืบเข้ามาใกล้ดังสะท้อนก้องดั่งเสียงยมทูตเคาะประตูชีวิต หลี่จวินเหยาขยับกายเข้ามาใกล้ เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวหรี่มองผ่านรอยแยกของฉากกั้น ความเย็นชาบนใบหน้าของฮ่องเต้หนุ่มดูคล้ายกับรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย “คนของเจ้าที่วางไว้หน้าตำหนักถูกจัดการหมดแล้วหรือ” เขาถามเรียบๆ ราวกับกำลังปรึกษาเรื่องดินฟ้าอากาศ มือข้างหนึ่งเอื้อมไปคว้าคอเสื้อของซูเหม่ยหลินแล้วดึงนางเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกอวี้หลานที่ปะปนกับกลิ่นคาวเลือด “หากข้าไม่ตายก่อน ท่านก็คงเหลือเพียงตำแหน่งฮ่องเต้ไร้บัลลังก์ในนรกแล้วล่ะเพคะ” นางแค่นยิ้มเยาะ มือซ้ายหยิบยันต์ระเบิดเพลิงที่เตรียมไว้ขึ้นมาขยำไว้ในมือ ทันใดนั้น แผ่นไม้ฉากกั้นก็ถูกฟาดฟันจนแตกกระจายเศษไม้ปลิวว่อนไปทั่วอากาศ แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างเผยให้เห็นเงาร่างของนักฆ่าห้านายที่พุ่งเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ ความตายไม่ได้มาเยือนด้วยการประจันหน้า แต่มาในรูปแบบของความรวดเร็วที่ไม่อาจหลบเลี่ยง “หลบ!” หลี่จวินเหยาตะโกนสั้นๆ ก่อนจะผลักร่างของซูเหม่ยหลินออกไปทางด้านข้าง ในจังหวะเดียวกันนั้นเขาก็คว้าดาบยาวที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะทรงงานเหวี่ยงเข้าปะทะกับดาบของนักฆ่าคนแรกอย่างรุนแรง ประกายไฟจากการปะทะวาบขึ้นกลางความมืด ซูเหม่ยหลินไม่รอช้า นางใช้จังหวะที่ความสนใจของพวกมันอยู่ที่ฮ่องเต้ ดีดตัวขึ้นจากพื้น กริชในมือนางตวัดเป็นเส้นโค้งสีเงิน ตัดผ่านหลอดลมของนักฆ่าที่พุ่งเข้ามาหมายจะลอบสังหารนางจากด้านหลัง กลิ่นโลหะคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ “ข้างซ้าย!” ซูเหม่ยหลินร้องเตือนขณะหมุนตัวกลับหลังเตะขาสกัดนักฆ่าอีกคนจนเสียหลัก นางอ่านจังหวะการเคลื่อนไหวของพวกมันออกหมดสิ้น ไม่ใช่เพราะพลังวิเศษ แต่เป็นเพราะการสังเกตท่าทางและการกดน้ำหนักของเท้าบนพื้นหินที่สอดประสานกันเหมือนการเต้นรำมรณะ หลี่จวินเหยาเองก็ไม่ได้อ่อนแออย่างที่ใครหลายคนสาดโคลนใส่ เขาวาดดาบอย่างสง่างามแต่แฝงด้วยเจตนาสังหารที่เด็ดขาด การเคลื่อนไหวของเขาดูซับซ้อนและคาดเดายาก ผิดกับท่าทางการต่อสู้แบบทหารทั่วไป นี่คือวิชาดาบของสำนักลับที่แม้แต่แม่ทัพใหญ่ยังไม่เคยเห็น “เจ้าคิดจะใช้ยันต์นั่นตอนนี้เลยหรือ?” หลี่จวินเหยาหันมาสบตานางในชั่วพริบตาขณะใช้เท้าถีบนักฆ่ากระเด็นไปกระแทกเสาหลัก “ท่านบอกเองมิใช่หรือว่า... ต้องเด็ดขาด” นางย้อนกลับ พลันขว้างยันต์ในมือออกไปทางกลางวงของพวกนักฆ่าที่เหลืออีกสามคน *ตูม!* เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่น ตำหนักลับสั่นสะเทือนควันไฟคละคลุ้งบดบังทัศนวิสัยไปชั่วขณะ ซูเหม่ยหลินอาศัยจังหวะนี้ลากตัวหลี่จวินเหยาให้ถอยร่นไปทางประตูลับหลังชั้นหนังสือ แต่นางกลับชะงักฝีเท้าลงกะทันหัน เมื่อควันจางลง แทนที่จะพบกับซากศพของนักฆ่า นางกลับพบเพียงความว่างเปล่า มีเพียงรอยเท้าเปื้อนโคลนที่ลากยาวไปสู่ใจกลางตำหนัก... และร่างของใครบางคนยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ชายในชุดคลุมสีเข้ม ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากรูปปีศาจ เขายืนถือกระบี่ที่อาบไปด้วยเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิท สองมือของเขากำลังลากร่างขององครักษ์คนสนิทที่สุดของซูเหม่ยหลินเข้ามาทิ้งไว้แทบเท้าของนาง “เกมคืนนี้ยังไม่จบหรอก พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท” เสียงของชายคนนั้นแหบพร่าคล้ายเสียงกระดาษทรายขัดไม้ แต่แฝงด้วยความเคารพที่หยามหยัน “ยังมีอีกคน... ที่รอจะแทงข้างหลังพระองค์อยู่ตรงนี้” ซูเหม่ยหลินเบิกตากว้างเมื่อเห็นตราประทับที่ห้อยอยู่ข้างเอวของชายปริศนาผู้นั้น มันเป็นตราประจำตระกูล 'หลิว' ตระกูลที่ควรจะล่มสลายไปตั้งแต่วันที่นางถูกขับไล่ หลี่จวินเหยาหันมามองนางด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม ความสงสัยที่ซ่อนไว้ในแววตาบัดนี้เด่นชัดขึ้นจนน่าหวาดหวั่น เขาขยับห่างจากนางเพียงก้าวเดียว... ก้าวที่เปลี่ยนสถานะจากพันธมิตรให้กลายเป็นคนแปลกหน้าที่พร้อมจะหันคมดาบเข้าหากัน "เหม่ยหลิน..." เขากล่าวเสียงเย็นเยียบ "ตรานั่น... บอกข้าทีว่ามันคือความผิดพลาดของสายตาข้าเอง" ซูเหม่ยหลินนิ่งงัน นางมองตราสัญลักษณ์นั้น สลับกับดวงตาของฮ่องเต้ที่บัดนี้ไร้ซึ่งความไว้วางใจ ราวกับว่าคืนนี้เป้าหมายของการลอบสังหารไม่ใช่แค่ชีวิตของพวกเขา แต่คือความเชื่อใจที่เพิ่งเริ่มก่อร่างขึ้นมาได้เพียงน้อยนิด ท่ามกลางม่านหมอกที่จู่ๆ ก็พัดผ่านเข้ามาในตำหนัก ปลายกระบี่ของชายหน้ากากปีศาจก็ถูกชี้ตรงมาที่ลำคอของนาง มิใช่ของฮ่องเต้ หลิวเยี่ยนซีหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนที่ไม่มีใครคาดคิดในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%