ม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬ•ตอนที่ 27

เส้นทางลำบากในป่าเขา

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาตามสายลมยามค่ำคืน ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับเสียงฝีเท้าของม้าศึกที่ควบเข้ามาใกล้ทุกที ซูเหม่ยหลินซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบในหุบเขาไก่ป่า กิ่งไม้แห้งบาดผิวแก้มจนแสบแปลบ แต่นางไม่กล้าแม้แต่จะยกมือขึ้นลูบ ดวงตาดอกท้อคู่นั้นกวาดมองไปเบื้องหน้าด้วยสติที่ตื่นตัวถึงขีดสุด นางกำลังนับจังหวะลมหายใจของตัวเอง เพื่อไม่ให้เสียงหอบเหนื่อยทรยศตำแหน่งที่ซ่อน "พวกมันกระจายกำลังค้นหาทางทิศเหนือแล้ว พ่ะย่ะค่ะ" เสียงกระซิบแหบพร่าดังมาจากเงาไม้ด้านข้าง หลี่จวินเหยาในชุดคลุมสีเข้มที่บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและรอยเลือด เขาไม่ได้ดูเหมือนฮ่องเต้ผู้กุมชะตาแผ่นดินแม้แต่น้อย หากแต่คล้ายนายพรานหนุ่มผู้เจนจัดในป่าลึก ทว่าแววตาที่สะท้อนแสงจันทร์นั้นกลับคมกริบดั่งใบมีดไร้เงา เหม่ยหลินหันไปมองเขา นางเห็นหยาดเหงื่อที่ไหลรินตามกรอบหน้าคมคาย แต่สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บ คือมือข้างที่ถือกระบี่ของเขานั้นมั่นคงไม่มีสั่นแม้แต่น้อย "ฝ่าบาท..." นางเอ่ยเสียงเบาหวิวแทบกลืนหายไปกับเสียงใบไม้เสียดสี "เราหนีพ้นจากหน่วยเงาทมิฬของตระกูลอวี่มาได้สามวันแล้ว แต่เสบียงในห่อผ้าหมดลงตั้งแต่เมื่อวาน หากยังเดินหน้าต่อไปด้วยความเร็วเท่านี้ เกรงว่าม้าพวกนั้นจะตามทันก่อนที่เราจะข้ามพ้นเขตภูเขาซานซี" หลี่จวินเหยาไม่ตอบทันที เขากวาดสายตามองสำรวจร่องรอยบนพื้นดิน ก่อนจะยื่นมือมาคว้าข้อมือเรียวของนางไว้แน่น สัมผัสจากปลายนิ้วที่ด้านหนาเพราะผ่านการจับดาบมานานนับปีทำให้เหม่ยหลินสะท้อนใจเล็กน้อย "เจ้ากลัวตายหรือไม่ เหม่ยหลิน" เขาถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้ระลอกคลื่น แต่แฝงความนัยบางอย่างที่นางต้องใช้เวลาเสี้ยววินาทีในการตีความ "หม่อมฉันกลัวความตายเพคะ..." เหม่ยหลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ริมฝีปากที่แห้งผากระตุกยิ้มเยาะหยันตนเอง "แต่สิ่งที่หม่อมฉันกลัวยิ่งกว่า คือการต้องตายอย่างไร้ค่า โดยที่ยังไม่ได้ลากคอพวกเดรัจฉานที่สังหารล้างตระกูลซูลงนรกไปพร้อมกัน" มุมปากของฮ่องเต้หนุ่มกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นทั้งเย็นชาและทรงเสน่ห์ในคราเดียวกัน "ดี... คนที่มีความแค้นฝังใจ มักจะมีชีวิตรอดได้นานที่สุดในยามคับขันเสมอ ตามเรามา ข้ามีเส้นทางที่พวกมันคาดไม่ถึง" ป่าดิบชื้นยามวิกาลเต็มไปด้วยความมืดมิดและอุปสรรค กิ่งไม้หนามระโยงระยางราวกับกรงเล็บปีศาจที่คอยตะปบเหยื่อ เหม่ยหลินกัดฟันเดินตามแผ่นหลังกว้างของหลี่จวินหลยาอย่างไม่ลดละ แม้ข้อเท้าจะเริ่มปวดแปลbจากการพลิกเมื่อช่วงบ่าย แต่ศักดิ์ศรีและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดไม่อนุญาตให้นางเอ่ยปากบ่น เส้นทางที่หลี่จวินเหยาเลือกพามา ไม่ใช่ทางเดินเท้าปกติ หากแต่เป็นซอกผาแคบๆ ที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาทึบ ต้องอาศัยการมุดและปีนป่ายไต่ไปตามโขดหินชื้นแฉะ กลิ่นอับชื้นของดินและซากพืชเน่าเปื่อยคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว "ระวัง" หลี่จวินเหยาเอ่ยพร้อมกับยื่นมือมารั้งเอวบางของนางไว้ทันท่วงที เมื่อเหม่ยหลินเกือบจะลื่นไถลตกลงไปในเหวลึกเบื้องล่าง ลมหายใจของทั้งคู่ปะทะกันในระยะประชิด ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาส่งผ่านเนื้อผ้าที่เปียกชื้น หัวใจของเหม่ยหลินกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ นางรีบเบือนหน้าหนีซ่อนความหวั่นไหววูบหนึ่งไว้ใต้ความมืด "ขอบพระทัย... ฝ่าบาท" นางกล่าวเสียงแผ่ว พยายามดึงสติกลับมาที่สถานการณ์ตรงหน้า "ไม่ต้องพิธีรีตองในเวลานี้" เขาปล่อยมือออกอย่างรวดเร็ว สายตายังคงจับจ้องไปเบื้องหน้า "อีกไม่ไกลเราจะถึงถ้ำรกร้างแห่งนั้น อดีตเคยเป็นที่หลบภัยของพวกโจรภูเขา ทหารของอวี่เหวินฮ่าวคงไม่กล้าเข้าไปสำรวจลึกนัก เพราะเล่าลือกันว่าเป็นอาณาเขตอาถรรพ์" หลังจากผ่านพ้นซอกผามืดทึบมาได้ ในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึงปากถ้ำขนาดใหญ่ที่ถูกอำพรางด้วยม่านเถาวัลย์ธรรมชาติ ภายในถ้ำเย็นเยียบและเงียบสงัด มีเพียงเสียงหยดน้ำที่ดังติ๋ๆ เป็นจังหวะ หลี่จวินเหยาจุดไฟจากหินชนวนและเศษไม้แห้งที่พอจะหาได้ แสงไฟสีส้มสั่นไหวขับไล่ความมืดออกไปได้เพียงรัศมีแคบๆ แต่มันก็มากพอที่จะทำให้พวกเขาได้พักหายใจ เหม่ยหลินทรุดตัวลงนั่งพิงผนังถ้ำอย่างหมดแรง นางยกมือขึ้นนวดข้อเท้าที่บวมเป่ง ปรากฏรอยช้ำม่วงน่ากลัว หลี่จวินเหยาเห็นเข้าจึงเดินหายไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาพร้อมกับใบไม้สมุนไพรป่าที่ถูกเคี้ยวจนละเอียดในมือของเขา "ยื่นขามา" เขาออกคำสั่งเสียงเรียบ "ฝ่าบาท หม่อมฉันทำเองได้เพคะ..." นางปฏิเสธตามสัญชาตญาณ "อย่าดื้อรั้นในเวลาเช่นนี้ เหม่ยหลิน" เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะถือวิสาสะจับข้อเท้านตรีเข้ามาใกล้ ดวงตาคมกริบมองร่องรอยบาดแผลด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ปลายนิ้วอุ่นจัดบรรจงพอกยาสมุนไพรลงบนรอยช้ำอย่างเบามือ ความเย็นของตัวยาช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนลงได้ทันที ความใส่ใจที่ขัดกับภาพลักษณ์ฮ่องเต้ผู้เย็นชา ทำให้หัวใจของซูเหม่ยหลินสั่นไหวอย่างรุนแรงอีกครั้ง "ทำไม... ฝ่าบาทถึงทรงเลือกไว้ใจหม่อมฉัน?" นางตัดสินใจเอ่ยถามคำถามที่ค้างคาใจมานานหลายวัน ท่ามกลางความเงียบงันของถ้ำ มียอดฝีมือระดับปรมาจารย์มากมายที่จงรักภักดีต่อพระองค์ แต่นางเป็นเพียงหญิงสาวผู้มีตราบาปและต้องการใช้ประโยชน์จากบัลลังก์เพื่อแก้แค้น หลี่จวินเหยาเงยหน้าขึ้นสบตานาง แสงไฟวับแวมสะท้อนในดวงตาคู่นั้น ลึกซึ้ง ดำมืด และเต็มไปด้วยร่องรอยของความโดดเดี่ยวที่สั่งสมมานานปี "เพราะเจ้ากับข้า... ต่างก็เป็นเหยื่อของเกมที่พวกมันสร้างขึ้น" เขากล่าวช้าๆ น้ำเสียงเจือความเยียบเย็น "ในวังหลวงเต็มไปด้วยคนที่พร้อมจะแทงข้างหลังเราได้ทุกเมื่อ แต่คนที่เคยตกนรกทั้งเป็นเช่นเจ้า... จะไม่มีวันยอมกลับไปตายซ้ำสองอย่างเด็ดขาด และนั่นคือพันธะสัญญาที่แข็งแกร่งที่สุด" คำพูดนั้นเฉียบคมเสียยิ่งกว่ากระบี่ในฝัก เหม่ยหลินนิ่งงันไป นางมองลึกลงไปในดวงตาของฮ่องเต้หนุ่ม และตระหนักได้ทันทีว่า พวกเขาทั้งสองคนไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ร่วมชะตากรรมหลบหนีการตามล่า หากแต่เป็นหมากสองตัวที่กำลังจะพลิกกระดานอำนาจทั้งหมดของแผ่นดินนี้ด้วยกัน ทว่า... ความเงียบสงบในถ้ำลับกลับถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังแว่วมาจากด้านนอก พร้อมกับแสงคบเพลิงที่สว่างวาบสาดส่องผ่านม่านเถาวัลย์เข้ามา! หลี่จวินเหยาผุดลุกขึ้นยืนในเสี้ยววินาที กระบี่ในมือถูกชักออกจากฝักพร้อมปะทะ ส่วนเหม่ยหลินรีบคว้ามีดสั้นขึ้นมาตั้งรับ ดวงตาดอกท้อหรี่แคบลงด้วยความระแวดระวัง "ตามรอยเรามาเร็วเกินไป..." หลี่จวินเหยาพึมพำ ใบหน้าเคร่งเครียดขึ้นถนัดตา ทว่า เสียงที่ดังแทรกขึ้นมาจากหน้าปากถ้ำ กลับไม่ใช่เสียงคำรามของทหารไล่ล่า หากแต่เป็นเสียงหัวเราะทุ้มต่ำ เยnเยือก และคุ้นหูอย่างยิ่ง... *"ฮ่าๆๆ... ฝ่าบาททรงหนีมาได้ไกลเพียงแค่นี้เองหรือพ่ะย่ะค่ะ? ช่างน่าผิดหวังเสียจริง..."* ร่างสูงโปรดของบุรุษในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ก้าวเข้ามาในแสงไฟ ใบหน้างดงามราวกับปีศาจจำแลงประดับรอยยิ้มอ่อนโยน แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความรู้สึก ในมือข้างหนึ่งของเขากำลังลากคอเสื้อขององครักษ์เงาผู้จงรักภักดีของหลี่จวินเหยา ที่บัดนี้แน่นิ่งไร้ลมหายใจไปเสียแล้ว! หลี่จวินเหยาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย—เป็นปฏิกิริยาที่หาได้ยากยิ่งจากฮ่องเต้หนุ่มผู้นี้ ส่วนซูเหม่ยหลินถึงกับลมหายใจสะดุด ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อตระหนักว่าบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้าในยามวิกาลนี้ คือคนที่ไม่อาจเป็นไปได้มากที่สุด... ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกมากับหลิวเยี่ยนซีในตอนนี้ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%