ม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬ•ตอนที่ 11

สายสัมพันธ์ที่เริ่มผูกพัน

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
“ใครเป็นคนวางตราประทับนี้... บอกข้ามา” น้ำเสียงของหลี่จวินเหยาสั่นพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสเย็นเยียบที่พร้อมจะสังหารผู้ใดก็ตามที่ทรยศเขา ซูเหม่ยหลินนิ่งงัน นิ้วเรียวยาวของนางลูบไล้ไปบนรอยตราบนกระดาษหนังเปื้อนฝุ่น กลิ่นอายของความตายและแผนการลับลอยอบอวลอยู่ในอากาศที่แทบหยุดหายใจภายในหอตำราลับแห่งนี้ นางเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตาคมปลาบที่ฉายแววร้าวรานของชายหนุ่มตรงหน้า มือที่ถือตะเกียงของนางสั่นไหวเล็กน้อย กระทบกับความเงียบงันจนเกิดเสียงดังกังวาน “หากข้าบอกว่ามันมาจากห้องทรงอักษรของท่าน... ท่านจะยังเชื่อใจข้าอยู่หรือไม่” นางถามสวนกลับ เสียงของนางแผ่วเบาทว่าหนักแน่น หลี่จวินเหยาชะงัก ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวนางโดยไม่ลังเล กลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ จากอาภรณ์ของฮ่องเต้หนุ่มโอบล้อมนางไว้ ในยามที่เขากดแผ่นหลังของนางให้ชิดกับชั้นหนังสือไม้เก่าแก่ นิ้วมือที่หนาและเย็นเฉียบของเขาเชยคางนางขึ้น บังคับให้สบตากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “ในยามนี้ ข้าไม่มีใครให้เชื่อใจได้อีกแล้ว นอกจากเจ้า” เขาพึมพำชิดริมฝีปากนาง ลมหายใจที่ร้อนผ่าวของเขาทำให้หัวใจของซูเหม่ยหลินกระตุกวูบ ความรู้สึกหวั่นไหวที่นางพยายามฝังกลบไว้ใต้กองเพลิงแห่งความแค้นเริ่มสั่นคลอน “ท่านกำลังเล่นกับไฟนะคะ ฝ่าบาท” นางกระซิบ ร่างกายที่เบียดชิดกันทำให้สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกันของคนสองคน “ข้าเป็นเพียงหญิงสาวที่มีเป้าหมายเพื่อทำลายตระกูลตนเอง มิใช่ข้าราชบริพารผู้ภักดี” “แต่เจ้าก็ทำเพื่อข้า... มาโดยตลอด” หลี่จวินเหยาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกจนหน้าผากเกือบแตะกัน สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความโหยหาที่ซ่อนเร้น “หากวันนี้เราต้องตายที่นี่ เจ้าจะเสียดายหรือไม่... ที่ไม่ได้บอกความในใจทั้งหมดให้ข้าทราบ” ซูเหม่ยหลินแค่นยิ้มดวงตาหม่นแสงลง “ข้าไม่มีสิ่งใดต้องเสียดาย เพราะชีวิตนี้ข้าได้วางเดิมพันไว้กับกระดานหมากของท่านหมดสิ้นแล้ว” นิ้วหัวแม่มือของหลี่จวินเหยาลูบไล้ริมฝีปากของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ไร้การรุกล้ำแต่เต็มไปด้วยความนัยทำให้ซูเหม่ยหลินแทบลืมวิธีหายใจ ความเงียบระหว่างคนทั้งสองในตอนนี้มิใช่ความเงียบของศัตรูที่กำลังวางแผน แต่เป็นความเงียบของคนสองคนที่ตกอยู่ในห้วงอารมณ์ที่เกินควบคุม ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้น ท่ามกลางศัตรูที่รายล้อมในราชสำนัก พวกเขากลับหาที่พึ่งพิงกันและกันอย่างสิ้นหวัง “จวินเหยา...” นางเอ่ยชื่อจริงของเขาออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ หลี่จวินเหยารู้สึกราวกับถูกกระชากวิญญาณ เขาคว้าไหล่นางไว้แน่นขึ้น ความมุ่งมั่นที่จะกอบกู้แผ่นดินที่เคยเป็นเป้าหมายเดียว กลับถูกเบียดบังด้วยแรงปรารถนาที่จะปกป้องหญิงสาวตรงหน้าไม่ให้ต้องแปดเปื้อนไปกับโคลนตมแห่งอำนาจ ทว่า ก่อนที่บทสนทนาจะถลำลึกไปกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมเสียงดาบกระทบเกราะก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก เสียงนั้นกระชากสติของทั้งคู่ให้กลับมาสู่ความเป็นจริง ซูเหม่ยหลินผลักอกเขาออกเบาๆ แววตาของนางกลับมาแข็งกร้าวเช่นเดิม “มีคนมา... ท่านต้องรีบไป” หลี่จวินเหยามองนางด้วยความอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะพยักหน้าอย่างจำยอม เขาหยิบตราประทับนั้นซ่อนไว้ในสาบเสื้อ แล้วหมุนตัวหายเข้าไปในความมืดของทางลับด้านหลังชั้นหนังสือ ทิ้งให้นางยืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางความหนาวเหน็บที่คืบคลานเข้ามา เมื่อประตูหอตำราถูกผลักเปิดออก แสงจากคบเพลิงส่องสว่างจนแสบตา ซูเหม่ยหลินแสร้งจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดินออกไปเผชิญหน้ากับกลุ่มองครักษ์ที่นำโดยแม่ทัพผู้เป็นสุนัขรับใช้ของเสนาบดีใหญ่ “สนมซู ท่านมาทำอะไรที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้?” แม่ทัพหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงข่มขู่ ซูเหม่ยหลินเงยหน้าขึ้นเชิดคางอย่างถือดี “ข้าแค่มาหาสมุดบันทึกยารักษาอาการประชวรของฝ่าบาท เหตุใด? หรือว่าที่หอตำราแห่งนี้... ห้ามมิให้ผู้ใดเข้ามาแม้แต่พระสนมของฮ่องเต้?” ทว่า ก่อนที่ฝ่ายนั้นจะทันได้โต้ตอบ แสงจากคบเพลิงก็ส่องกระทบกับบางสิ่งที่ตกอยู่บนพื้นข้างชั้นหนังสือ มันคือ 'ป้ายหยกประจำตัว' ของฮ่องเต้ที่หลี่จวินเหยาทำหล่นไว้ในจังหวะที่รีบร้อน แม่ทัพผู้นั้นหรี่ตาลง แววตาฉายความอำมหิตพุ่งตรงมาที่นาง “ป้ายหยกนี้... เป็นของฝ่าบาทมิใช่หรือ? แล้วเหตุใดมันถึงมาตกอยู่ในที่ที่ 'ไม่มีใครอยู่' เช่นนี้กันล่ะ?” เสียงหัวเราะเยาะของกลุ่มองครักษ์ดังสะท้อนก้องไปทั่วหอตำรา ซูเหม่ยหลินรู้สึกได้ถึงอันตรายที่บีบรัดเข้ามาดั่งงูเหลือม แผนการที่วางไว้กำลังจะพังทลายลงเพียงเพราะความพลั้งเผลอในชั่วพริบตาเดียว และทันใดนั้นเอง เสียงหนึ่งที่นางเกลียดชังที่สุดก็ดังขึ้นจากเบื้องหลังกลุ่มองครักษ์ “สนมซูช่างโชคดีนักที่ยังอยู่ที่นี่... เพราะคนที่จะตัดสินชะตากรรมของเจ้าในคืนนี้ มิใช่ใครอื่น แต่คือข้าเอง” เสนาบดีใหญ่ก้าวเท้าออกมาจากเงามืด รอยยิ้มอาบยาพิษนั่นทำให้ซูเหม่ยหลินรู้ทันทีว่า บัดนี้ความลับของนางและฮ่องเต้ไม่ได้ถูกดักรอแค่เพียงในหน้ากระดาษเสียแล้ว แต่มันกำลังถูกต้อนให้จนมุมในกับดักที่มองไม่เห็น! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬในตอนนี้นะคะ หลิวเยี่ยนซีจะรอพบทุกคนในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%