รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น•ตอนที่ 3

บั๊กแรกของระบบเริ่มทำงาน

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
"ถ้าสูตรโครงสร้างของวงเวทบทนี้ ถูกตีความตามตำราหลวงหน้าสามร้อยสิบสองจริง ๆ... พวกเราคงต้องใช้มานาปริมาณมหาศาลเพื่อดีดพลังสะท้อนกลับ และนั่นแปลว่าอัฒจันทร์ฝั่งทิศใต้จะกลายเป็นลานประหารย่อม ๆ ทันทีที่ท่านอาจารย์เริ่มร่ายคาถาบทที่สามครับ" เสียงทุ้มต่ำของเด็กหนุ่มดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงทดสอบอัคคีภัย สายตาทุกคู่บนระเบียงชั้นสองหันขวับมามองเป็นตาเดียว ศาสตราจารย์ไอรีล ผู้กำลังถือแท่งชอล์กเวทมนตร์ค้างไว้กลางอากาศ ชะงักกึก ดวงตาสีเทาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย ประเมินเด็กหนุ่มปีหนึ่งที่ยืนอยู่หน้ากระดานชนวนเวทมนตร์ขนาดใหญ่ บรรยากาศรอบตัวนางเปลี่ยนจากความราบเรียบกลายเป็นความกดดันระดับสูงที่กดทับให้เหล่ารุ่นพี่ปีสูงถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลง "คิรอส..." น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบเอ่ยลอดไรฟัน "เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่? นั่นคือวงเวทป้องกันระดับสี่ที่ได้รับการรับรองจากสภาเวทมนตร์หลวงนะ" "ทราบครับ และผมก็เคารพในความพยายามของสภาฯ มากด้วย" คิรอสแย้มยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มที่ดูสุภาพเรียบร้อยตามตำรา แต่กลับแฝงความเจ้าเล่ห์ลึก ๆ จนคนมองอยากจะฟาดด้วยไม้เท้าสักที สองมือเรียวยกขึ้นจัดปกเสื้อคลุมนักเรียนให้เข้าที่ ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับกระดานชนวนอีกครั้ง "เพียงแต่... สภาฯ อาจจะหลงลืมกฎพื้นฐานทางอุณหพลศาสตร์และอัตราการไหลเวียนของอนุภาคมานาอิสระไปนิดหน่อยครับ" ปลายชอล์กในมือของคิรอสจรดลงบนพื้นผิวหินอ่อนอย่างมั่น ครืด... เสียงขูดขีดดังขึ้นเป็นจังหวะ แต่มันไม่ใช่การลบวงเวทเดิมทิ้ง หากแต่เป็นการ 'เติมเส้นสาย' ที่ขาดหายไปลงในช่องว่างระดับไมโครที่ไม่มีใครเคยสังเกตเห็นมาก่อน ในสายตาของคนทั่วไป คิรอสอาจเป็นเพียงเด็กหนุ่มสามัญชนที่จับพลัดจับผลูเข้ามาในThe Aetherium Academy สถาบันเวทมนตร์อันดับหนึ่ง แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า สมองของเด็กหนุ่มคนนี้ถูกหล่อหลอมมาด้วยตรรกะและการคำนวณระดับสูงจากโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีฟิสิกส์ควอนตัม เวทมนตร์สำหรับเขาก็ไม่ต่างอะไรกับ 'โค้ดโปรแกรม' ที่เขียนผิดบรรทัด และเมื่อโค้ดมีบั๊ก หน้าที่ของโปรแกรมเมอร์ที่ดีก็คือการแก้บั๊กนั้นเสีย "ดูการไหลของมานาตรงจุดตัดนั้นสครับ" คิรอสเอ่ยขึ้นเบา ๆ ขณะที่ปลายชอล์กแตะลงที่จุดศูนย์กลางของวงเวท "ถ้าเราเพิ่มตัวต้านทานเวทมนตร์ประเภทดินเข้าไปร้อยละเจ็ดจุดห้า และหักล้างคลื่นความถี่ด้วยธาตุลมในมุมองศาที่สิบห้า... บูม" *ฉ่า—!* เสียงปฏิกิริยาเวทมนตร์ดังขึ้นราวกับน้ำมันร้อน ๆ โดนน้ำ วงเวทสีฟ้าครามที่เคยสั่นไหวและทำท่าจะระเบิดใส่หน้าคณะกรรมการ พลันสงบลงอย่างน่าอัศจรรย์ แสงสว่างนวลตาแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ไร้ซึ่งแรงกระแทก ไร้ซึ่งความร้อนส่วนเกิน ทุกอย่างถูกควบคุมให้อยู่ในสภาวะสมดุลที่สมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง คราวนี้มันยาวนานกว่าเดิม จนกระทั่งเสียงปรบมือเบา ๆ ดังขึ้นจากมุมมืดของระเบียง แปะ... แปะ... ศาสตราจารย์ไอรีลลดมือลง สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง นางก้าวเท้าลงมาจากบันไดทีละน้อย เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินก้องกังวาน ชวนให้หัวใจของคนฟังเต้นผิดจังหวะ นางหยุดยืนตรงหน้าคิรอส ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นหอมจาง ๆ คล้ายดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นอายกระดาษเก่าลอยแตะจมูก "เธอนี่มัน... น่าสนใจเกินไปแล้วนะ คิรอส" ไอรีลกระซิบเสียงต่ำ ดวงตาสีเทาคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ราวกับพยายามจะค้นหาความลับทั้งหมดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มสุภาพนั้น "ไปเอาความคิดเรื่องการหักล้างคลื่นความถี่แบบนี้มาจากไหน? ในหอสมุดหลวงไม่มีบันทึกเรื่องนี้แน่ ๆ" "ความลับของสุภาพบุรุษครับ อาจารย์" คิรอสตอบพลантถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างอย่างเหมาะสม แต่รอยยิ้มมุมปากกลับกวนประสาทขึ้นอีกหลายเท่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในโสตประสาทของคิรอส เสียงก้องกังวานราวกับโลหะกระทบกันดังชัดเจนในหัว [ติ๊ง!] [ตรวจพบการกระทำที่อยู่นอกเหนือขอบเขตตรรกะของโลกเวทมนตร์ดั้งเดิม] [ระบบกำลังประเมินผลงาน...] [ความแม่นยำในการแก้สมการเวท: 99.98%] [ระดับความสั่นคลอนต่อกฎเกณฑ์โบราณ: สูงมาก] [คำเตือน: บั๊กแรกของระบบเริ่มทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ!] [ยินดีด้วย! ผู้เล่น 'คิรอส' ได้รับสิทธิ์ปลดล็อก 'สกิลลับระดับ S'] [ชื่อสกิล: 'Overclock Aether' (โอเวอร์คล็อก Aether)] [คำอธิบายสกิล: อนุญาตให้ผู้ใช้รีดเร้นประสิทธิภาพของวงเวทและมานาในร่างกายเกินขีดจำกัด 300% เป็นเวลา 60 วินาที โดยไม่ส่งผลกระทบย้อนกลับต่อร่างกาย (Cooldown: 24 ชั่วโมง)] หัวใจของคิรอสกระตุกวูบ สกิลระดับ S ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เปิดเทอม? นี่มันเกินกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้เสียอีก ทว่า ก่อนที่เขาจะได้ตรวจสอบรายละเอียดของสกิลใหม่ให้แน่ชัด บรรยากาศภายในห้องโถงก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ประตูบานใหญ่ที่ปิดตายด้านหลังห้องทดลองค่อย ๆ ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงลมปริศนา ม่านพลังป้องกันระดับสูงของสถาบันที่กางไว้รอบอาคาร ส่งเสียงร้องเตือนภัยดังลั่น 'แหลมสูง' แสบแก้วหู ไอรีลสะดุ้งเล็กน้อย สีหน้าที่เคยเยือกเย็นแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียด นางคว้าแขนเสื้อของคิรอสเอาไว้โดยไม่รู้ตัว แรงบีบที่แน่นหนาบ่งบอกว่าสถานการณ์ตอนนี้หลุดจากการควบคุมไปไกลโขแล้ว "อาจารย์ครับ... ดูเหมือนว่าแขกไม่ได้รับเชิญของเราจะมาเร็วกว่ากำหนดนะครับ" คิรอสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ยังคงราบเรียบ แต่สายตากลับคมกริบขึ้นยามจ้องมองไปยังเงาร่างมหึมาที่ก้าวผ่านประตูเข้ามาในความมืด เงาร่างนั้นแผ่ไอทมิฬที่บิดเบี้ยวอากาศรอบตัวให้โค้งงอ พร้อมกับเสียงคำรามต่ำ ๆ ที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ และสิ่งที่ทำให้เลือดในกายของคิรอสเย็นเฉียบ คือดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นที่กำลังจ้องตรงมายังเขา... ราวกับมันกำลังรอคอยการตื่นขึ้นของ 'บั๊ก' ตัวนี้มานานแสนนานแล้ว ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ไมโลกับภูตน้อย" เสมอมานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%