กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและผงศิลาเวทมนตร์ที่ยังคงคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ทำให้บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของภาควิชาอาคมโบราณดูหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก
"เธออธิบายผลลัพธ์การทดสอบเมื่อครู่ให้ฉันฟังหน่อยสิ คิรอส"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นทำลายความเงียบ ศาสตราจารย์ไอรีลในชุดคลุมสีดำสนิทปักดิ้นเงินลายกลุ่มดาว นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้เนื้อAcanthus แววตาสีเทาคมกริบของเธอกำลังจ้องมองตรงมายังเด็กหนุ่มราวกับกำลังผ่าตัดศพเพื่อค้นหาความลับ
คิรอสซ่อนความตื่นตระหนกไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย เขายกมือขึ้นจัดปกเสื้อนักเรียนให้เข้าที่อย่างใจเย็น สมองส่วนหน้ากำลังประมวลผลข้อมูลนับร้อยบรรทัดอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางหลุดพ้นจากสถานการณ์อันตรายนี้
"ผลลัพธ์อะไรหรือครับศาสตราจารย์ ผมก็แค่วิ่งตามกระบวนการทดสอบมาตรฐานที่ทางสถาบันกำหนดไว้เท่านั้นเอง" คิรอสตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสุภาพตามวิสัยของสุภาพบุรุษ พร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ที่ดูเป็นมิตรกลับไป
"มาตรฐานงั้นเหรอ?" ไอรีลแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอเลื่อนแผ่นกระดาษรายงานผลเวทมนตร์มาตรงหน้า นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนตัวเลขสถิติที่แสดงค่าความหนาแน่นของมานาที่ผิดปกติอย่างชัดเจน "เด็กปีหนึ่งที่เพิ่งเข้าเรียนได้ไม่ถึงเดือน สามารถคำนวณจุดบอดของอักขระผนึกระดับสาม แล้วใช้พลังงานสะท้อนกลับทำลายค่ายกลทดสอบภายในเวลาสามวินาที... เธอจะบอกว่านี่คือความบังเอิญของเด็กใหม่ที่เพิ่งเคยสัมผัสวงแหวนเวทเป็นครั้งแรกอย่างนั้นสินะ"
บรรยากาศรอบตัวกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ จนผิวหนังของคิรอสรู้สึกชาหนึบ ไอรีลไม่ได้ใช้จิตคุกคามข่มขู่ แต่วิเคราะห์เชิงลึกและสายตาที่ฉลาดเป็นกรดของเธอนี่ต่างหากที่น่ากลัวที่สุด เธอไม่ใช่พวกอาจารย์หัวโบราณที่เอาแต่ท่องตำรา เธอคือผู้เชี่ยวชาญด้านอาคมโบราณที่มองทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าใคร
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบลึกลับดังขึ้นในหัวของคิรอส ท่ามกลางสถานการณ์เป็นตายเท่ากันนี้
[ตรวจพบสถานการณ์วิกฤต: เผชิญหน้ากับ 'ศาสตราจารย์ไอรีล' ผู้เชี่ยวชาญด้านอาคมโบราณ]
[ความเสี่ยงในการถูกเปิดเผยตัวตน: 78.4%]
[เงื่อนไขการเอาตัวรอด: เลือกใช้คำตอบที่ผสมผสานระหว่าง 'ความจริงบางส่วน' และ 'การยอฝ่ายตรงข้ามอย่างมีชั้นเชิง']
[คำแนะนำจากระบบ: อย่าโกหกด้วยข้อมูลเท็จเด็ดขาด เพราะเธอเกลียดการหลอกลวงยิ่งกว่าสิ่งใด]
คิรอสสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ เขารู้ดีว่าหากเถียงดื้อๆ มีแต่จะทำให้เธอสงสัยมากขึ้น ทางเดียวที่จะรอดคือการยอมรับความจริงในแบบที่เขาต้องการให้เธอรู้
"ถ้าผมบอกว่า... ผมแค่อ่านมันออกล่ะครับ" คิรอสพูดขึ้น น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีนิลสบตากับศาสตราจารย์สาวโดยไม่หลบเลี่ยง
ไอรีลเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง แสดงความสนใจอย่างเห็นได้ชัด "อ่านออก? อักขระโบราณชุดนั้นสูญหายไปจากทวีปหลักตั้งแต่ยุคมืด แม้แต่ศาสตราจารย์ในภาควิชาก็ยังต้องใช้เวลาถอดรหัสนานเป็นสัปดาห์ แล้วเด็กใหม่อย่างเธอเอาเวลาไหนไปเรียนรู้"
"ตำราเก่าๆ ในห้องสมุดใต้ดินไงครับ" คิรอสตอบโดยยกเอาเรื่องจริงครึ่งหนึ่งมาอ้างอิง "ผมบังเอิญไปเจอหนังสือบันทึกการเดินทางที่ถูกลืมเลื้อยอยู่หลังชั้นหนังสือโซนต้องห้าม เนื้อหาข้างในไม่ได้สอนวิธีใช้เวทมนตร์โดยตรง แต่มันสอนวิธี 'มองโครงสร้าง' ของพลังงาน... สำหรับผมแล้ว อักขระเวทก็ไม่ต่างอะไรกับภาษาโปรแกรมมิ่งที่มีตรรกะตายตัว เมื่อเรารู้จักเงื่อนไขการทำงานของมัน การจะหาจุดบอดก็เป็นแค่เรื่องของการคำนวณทางคณิตศาสตร์เท่านั้นครับ"
คำอธิบายที่แปลกประหลาดแต่มีระบบระเบียบและอ้างอิงหลักการทางตรรกะอย่างแน่นหนา ทำให้ไอรีลนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เธอมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม เล็กน้อยมีความแปลกใจ ความทึ่ง และประกายความสนุกสนานวับวามอยู่ในแววตาสีเทาคู่นั้น
ทฤษฎีการมองเวทมนตร์เป็นโปรแกรม... ช่างเป็นแนวคิดที่หลุดโลกและอันตรายสิ้นดี แต่เธอกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันสมเหตุสมผลในแง่ปฏิบัติ
"เธอนี่มัน... น่าสนใจกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลยนะ คิรอส" ไอรีลลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมสีดำก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย กลิ่นหอมจางๆ ของดอกลาเวนเดอร์และหมึกเวทมนตร์โชว์แตะจมูก "การใช้ช่องโหว่ของระบบเพื่อเอาตัวรอด เป็นวิธีที่ฉลาด... แต่ก็โง่เขลาในเวลาเดียวกัน ถ้าคนอื่นรู้เรื่องนี้ เธอก็ไม่ต่างอะไรจากตัวปัญหาที่สถาบันต้องกำจัดทิ้งหรอกนะ"
"ผมถึงต้องเลือกอธิบายให้ศาสตราจารย์ฟังไงครับ" คิรอสยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างมั่นใจ "เพราะผมเชื่อว่าคนระดับศาสตราจารย์ไอรีล... ย่อมมองเห็นคุณค่าของความแตกต่าง มากกว่าการทำลายมันทิ้งเหมือนที่คนอื่นๆ ทำ"
ไอรีลชะงักฝีเท้าลง เธอยืนห่างจากคิรอสเพียงแค่ก้าวเดียว ใบหน้าสวยคมโน้มเข้าไปใกล้จนเกือบชิด แววตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังประเมินสินค้าชิ้นเอกที่เพิ่งค้นพบ
"ปากหวานเสียจริงนะเด็กน้อย ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ..." ไอรีลกระซิบเสียงแผ่วเบาข้างใบหูของเขา ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินผ่านต้นคอจนคิรอสต้องเกร็งกล้ามเนื้อโดยอัตโนมัติ "...เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ มันชักจะทำให้ฉันอยากรื้อค้นดูให้หมดเสียแล้วสิ"
ก่อนที่คิรอสจะได้ทันเอ่ยปากตอบโต้อะไร ประตูห้องทำงานไม้บานใหญ่ก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงหอบหายใจของเจ้าหน้าที่เวทมนตร์ประจำหอคอยกลางที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"ศาสตราจารย์ไอรีลครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เจ้าหน้าที่หนุ่มละล่ำละลักพูดด้วยใบซีดเผือก "ระบบป้องกันชั้นใต้ดินของหอคอยโบราณ... จู่ๆ ก็เกิดการสั่นสะเทือนระดับวิกฤต มานาในเขตต้องห้ามกำลังรั่วไหลอย่างรุนแรง และมี... มีบางอย่างกำลังตื่นขึ้นมาครับ!"
ไอรีลหันขวับไปมองหน้าเจ้าหน้าที่ทันที สีหน้าขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความเยือกเย็นและจริงจังในฐานะอาจารย์ผู้รับผิดชอบ เธอกวาดสายตากลับมามองคิรอสที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าทันที
[แจ้งเตือนด่วนจากระบบ: ภารกิจเร่งด่วนระดับ SSS ถูกกระตุ้น!]
[เป้าหมาย: ร่วมมือกับศาสตราจารย์ไอรีลตรวจสอบ 'สิ่งแปลกปลอม' ในเขตต้องห้ามชั้นใต้ดิน ก่อนที่ความลับของระบบจะถูกเปิดเผย]
[บทลงโทษหากปฏิเสธ: ลบข้อมูลตัวตนทั้งหมดออกจากสารบบเวทมนตร์ (ความตาย)]
คิรอสสบตากับศาสตราจารย์ไอรีลที่กำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาคมกริบราวกับจะบอกเป็นนัยว่า *'ทีนี้แหละ... เธอจะได้พิสูจน์ตัวเองจริงๆ เสียที'*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ไมโลกับภูตน้อย" เสมอมานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น•ตอนที่ 4
พบกันครั้งแรกกับอาจารย์สุดอันตราย
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!