รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น•ตอนที่ 5

หอพักนักเรียนสุดซอมซ่อกับรูมเมทตัวแสบ

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
กลิ่นอับของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยวนอยู่ในแสงแดดสลัวจากหน้าต่างบานแคบไม่ได้ทำให้คิรอสรู้สึกหงุดหงิดเท่ากับกระดาษแผ่นบางในมือ ที่ระบุตัวเลข ‘ห้อง 404’ บนตึกเก่าฝั่งตะวันตก ซึ่งทรุดโทรมเสียจนรากไม้โบราณเลื้อยพันขึ้นมาถึงขอบหน้าต่างชั้นสี่ราวกับมันพยายามจะกลืนกินตึกหลังนี้ให้หายไปจากแผนผังของสถาบันเวทมนตร์อาร์케เลีย “สถาบันอันดับหนึ่งของอาณาจักร… แต่หอพักปีหนึ่งนี่สภาพเหมือนโรงเกลือร้างไม่มีผิดนะครับเนี่ย” เด็กหนุ่มพึมพำกับตัวเองขณะใช้ปลายนิ้วเคาะลงบนบานประตูไม้สักที่หลุดร่อน โชคดีที่เขามีทักษะการคำนวณมุมองศาและแรงเหวี่ยงจากหน้าต่างระบบ จึงผลักมันเปิดออกได้อย่างนุ่มนวลโดยไม่ต้องออกแรงมากนัก ทว่าทันทีที่บานประตูเปิดกว้าง เสียงระเบิดตูมสนั่นพร้อมกับกลุ่มควันสีชมพูเรืองแสงก็พุ่งเข้าใส่หน้าเขาเต็มแรงจนต้องยกแขนขึ้นบังแทบไม่ทัน “อุ๊ย! แย่ล่ะสิ สูตรผสมพลาดไปนิดแฮะ… อ๊ะ นายเป็นรูมเมทคนใหม่เหรอ ยินดีต้อนรับสู่ห้องวิจัย… เอ๊ย ห้องนอนของเรานะ!” เสียงใสแจ๋วที่เจือด้วยความตื่นเต้นดังขึ้นท่ามกลางกลุ่มควัน เมื่อคิรอสปัดมือไล่ควันสีชมพูกลิ่นสตรอว์เบอร์รีออกจากใบหน้า ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน เรือนผมสีฟ้าสว่างชี้ฟูราวกับโดนไฟฟ้าสถิต ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซน สวมชุดคลุมนักเรียนที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำยาเคมีหลากหลายสีสัน รอบตัวเขามีตำราเวทมนตร์ลอยเคว้งคว้างด้วยคาถาสนับสนุนที่สั่นระริกใกล้พังเต็มที คิรอสหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองส่วนวิเคราะห์ของระบบประมวลผลพฤติกรรมและความน่าจะเป็นของมนุษย์ตรงหน้าทันที *อัตราความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ: 98.4% ต่อชั่วโมง ความน่าจะเป็นที่จะสร้างความเดือดร้อนให้รูมเมท: 100%* “สวัสดีครับ ผมคิรอส และถ้าผมเดาไม่ผิด คุณคงเป็นคนที่ทำให้ตึกฝั่งนี้มีสถิติไฟไหม้สูงที่สุดในรอบสามปีสินะครับ” คิรอสทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววประชดประชันอย่างสุภาพ “ฮ่าๆๆ นายฉลาดเป็นกรดเลยนี่! ฉัน ‘ลูคัส’ นักเวทปีหนึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านแอลเคมีและการประดิษฐ์ไร้ขีดจำกัด ว่าแต่อย่าเพิ่งยืนทื่อสิ ช่วยฉันจับเจ้าก้อนเหนียวๆ นี่หน่อย มันกำลังจะกินตำราเวทประวัติศาสตร์เล่มโปรดของฉันแล้วนะ!” ลูคัสชี้ไปยังเจ้าสิ่งมีชีวิตกลมๆ สีเขียวใสคล้ายเจลลี่ที่กำลังกระโดดดึ๋งๆ เขมือบหนังสือปกหนังหนาเตอะบนโต๊ะทำงาน คิรอสถอนหายใจยาวเหยียดอย่างเหนื่อยหน่าย เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ด้วยท่าทีสุขุม ไม่ได้ลิ้มลองความตื่นตูมแบบที่ลูคัสแสดงออก มือเรียวหยิบแท่งช็อกโกแลตเวทมนตร์ที่พกติดตัวไว้ออกมาโยนใส่เจ้าเจลลี่ตัวนั้นอย่างแม่นยำ มันหยุดชะงัก ดมกลิ่นครู่หนึ่งก่อนจะกลายสภาพเป็นของเหลวหนืดแล้วไหลลงมากองกับพื้นอย่างว่าง่าย ลูคัสอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความทึ่ง “เฮ้ย! นายทำได้ยังไงน่ะ เจ้าสไลม์กลืนตำราตัวนี้ฉันใช้คาถาสะกดตั้งครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่ยอมปล่อย!” “แค่ใช้ปฏิกิริยาทางเคมีพื้นฐานกับความชอบส่วน ตัวของสิ่งมีชีวิตระดับต่ำครับ ไม่มีอะไรซับซ้อน” คิรอสตอบพลางวางกระเป๋าเดินทางลงบนเตียงนอนฝั่งตรงข้ามที่ยังว่างอยู่ แม้สภาพห้องจะดูเหมือนสนามรบขนาดย่อม แต่โครงสร้างห้องถือว่ากว้างขวางพอสมควร และที่สำคัญ… มันมีมุมเงียบสงบพอให้เขาใช้สมาธิศึกษาตำราอาคมโบราณที่ได้มาจากศาสตราจารย์ไอรีล ทว่า ความสงบสุขมักเป็นสิ่งหายากในหมู่คนเช่นลูคัส “นี่ๆ คิรอส นายสนใจมาลองช่วยฉันทดสอบ ‘รองเท้าติดไอ200%’ หน่อยไหม รับรองว่าพุ่งทะยานข้ามตึกเรียนได้ในพริบตาเดียว แต่เอ่อ… ระบบเบรกอาจจะต้องลุ้นเอาหน่อยนะ” ลูคัสวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาใกล้ พร้อมกับชูรองเท้าหนังติดใบพัดเวทมนตร์ส่งเสียงหึ่งๆ น่ากลัว คิรอสปรายตามองรองเท้านั้นทีหนึ่ง ก่อนจะหันไปจัดเสื้อผ้าในตู้ “ผมยังรักชีวิตและไม่อยากไปนอนห้องพยาบาลตั้งแต่วันแรกที่เปิดเทอมหรอกครับ ขอบคุณ” “โธ่ ไร้มนุษยสัมพันธ์จังวะ งั้นฉันลองใส่เองก็ได้ ดูนะ! สาม… สอง… หนึ่ง… พุ่งทะยาน!” *พรวดดดด!* เสียงใบพัดหมุนด้วยความเร็วสูงเกินพิกัดฉุดร่างของลูคัสลอยละลิ่วพุ่งชนเพดานห้องจนปูนร่วงกราว ก่อนที่เขาจะหมุนเคว้งคว้างราวกับลูกข่างหลุดการ ควบคุมแล้วพุ่งชนกองลังไม้เก็บอุปกรณ์เวทมนตร์จนพังครืนลงมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษกระดาษและขวดโหลน้ำยากระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ คิรอสยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือยังคงจัดปกเสื้ออย่างใจเย็น ราวกับเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นเพียงภาพยนตร์ตลกฉายซ้ำที่เขาคาดการณ์เอาไว้ตั้งแต่สิบวินาทีที่แล้วแล้ว “อูย… หลังฉัน…” เสียงโอ๊ดโอยดังลอดออกมาจากกองลังไม้ ลูคัสโผล่หัวออกมาพร้อมกับกล่องกระดาษสวมหัวแทนหมวกกันน็อก ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ อย่างน่าสงสาร “คือ… ฉันว่าคราวนี้ฉันอาจจะคำนวณแรงบิดพลาดไปนิดหน่อยจริงๆ แฮะ” คิรอสปัดฝุ่นที่ไหล่ออกเบาๆ เดินเข้าไปใกล้เพื่อนร่วมห้องจอมป่วน ย่อตัวลงมองหน้าอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่อ่านไม่ออก “นิดหน่อยเหรอครับ? ถ้าเมื่อครู่นี้แรงเหวี่ยงเฉียงไปอีกสององศา หน้าต่างบานนั้นคงพัง และเราสองคนคงต้องไปอธิบายให้กรรมการคุมหอพักฟังว่าทำไมนักเรียนทุนปีหนึ่งถึงทำลายทรัพย์สินทางราชการตั้งแต่วันแรกที่เหยียบเข้ามา” ลูคัสหัวเราะแห้งๆ ยกมือเกาหัวแกรกๆ “ฮะๆๆ แต่นายนี่นิ่งชะมัดเลยนะ ไม่ตกใจสักนิดแถมยังวิเคราะห์สถานการณ์ได้ทันทีอีกต่างหาก… นายแน่มาก รูมเมท!” ในจังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนใสๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในโสตประสาทของคิรอส พร้อมกับหน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า [ติ๊ง! ระบบตรวจพบสถานการณ์พิเศษ: “การควบคุมรูมเมทผู้สร้างความหายนะ (ระดับความยาก: D)” สำเร็จลุล่วง] [เงื่อนไขภารกิจลับปลดล็อก: ความสัมพันธ์ระหว่างคุณและลูคัสแตะระดับ ‘คู่หูตัวป่วน’] [รางวัล: แต้มแต้มประสบการณ์สะสม +500, ทักษะติดตัว ‘ความอดทนเป็นเลิศระดับ 2’ และ… คำเตือนพิเศษจากระบบ: ระวังบุคคลภายนอกที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ห้องพักของคุณในอีก 10 วินาทีข้างหน้า] คิรอสชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบมองตัวเลขนับถอยหลังบนหน้าต่างระบบที่กำลังเดินถอยหลังอย่างรวดเร็ว *10… 9… 8…* ก่อนที่เสียงเคาะประตูประตูกระด้างจะดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างทรงอำนาจ ตามด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่ลอดผ่านเข้ามาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที “คิรอส… เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ฉันรู้ว่านายอยู่ในนั้น และหวังว่าเสียงระเบิดเมื่อครู่จะไม่ได้มาจากความซุ่มซ่ามของรูมเมทนายนะ” เสียงนั้น… คือเสียงของศาสตราจารย์ไอรีล ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ไมโลกับภูตน้อย" เสมอมานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%